โรคโปลิโอ

โรคโปลิโอ (Poliomyelitis) อาการ สาเหตุ การรักษา

โรคโปลิโอ (Poliomyelitis) คือ โรคติดต่อที่เกิดจากไวรัสที่เข้าไปโจมตีระบบประสาท โดยส่วนใหญ่มักพบในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยเด็กกลุ่มนี้มีโอกาสติดเชื้อไวรัสได้มากกว่าเด็กวัยอื่น

ข้อมูลจากองค์กรอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า 1 ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อโปลิโอจำนวน 200 รายเป็นผู้พิการตลอดชีวิต อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณสถาบันวิจัยโรคโปลิโอที่ได้เริ่มนำวัคซีนโปลิโอมาใช้ในปี 1988 ปัจจุบันประเทศเหล่านี้ได้รับใบอนุญาติให้ใช้วัคซีนโปลิโอฟรี 

กำลังโหลด
  • ทวีปอเมริกา
  • ทวีปยุโรป
  • แปซิฟิกตะวันตก
  • เอเชียใต้

วัคซีนโปลิโอได้เริ่มคิดค้นและพัฒนาขึ้นในปี 1953 และสามารถนำมาใช้ได้ในปี 1957 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคโปลิโอในสหรัฐอเมริกามีจำนวนลดลง

แต่อย่างไรก็ตามโรคโปลิโอยังคงเกิดขึ้นในประเทศอัฟกานิสถาน ปากีสถานและไนจีเรีย การกำจัดโรคโปลิโอส่งผลต่อประชากรโลกด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ โดยการกำจัดโรคโปลิโอสามารถประหยัดงบประมาณในการรักษาได้ถึง 40–50 พันล้านดอลลาร์ในอีก 20 ปี

Poliomyelitis

อาการของโรคโปลิโอเป็นอย่างไร

จากข้อมูลทานสถิติได้ประมาณการณ์ว่า 95-99 เปอร์เซนต์ของผู้ที่ติดโรคโปลิโอไม่มีอาการแสดงออก หรือเรียกว่าการติดเชื้อแบบไม่มีอาการ แม้ว่าจะไม่มีอาการแสดงออกมา ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสยังคงสามารถแพร่กระจายเชื้อไวรัสโปลิโอไปสู่ผู้อื่นได้ 

กลุ่มมีอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

สัญญาณและอาการของโรคโปลิโอในกลุ่มมีอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ จะพบอาการดังต่อไปนี้อย่างน้อย 1 อย่างภายใน 10 วัน ซึ่งมีอาการคล้ายเป็นไข้ได้แก่

นอกจากนี้กลุ่มมีอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบยังสามารถเรียกว่ากลุ่มที่มีอาการแสดงเพียงเล็กน้อย 

กำลังโหลด

กลุ่มมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง

มีการพบว่า 1 เปอร์เซนต์ของผู้ป่วยด้วยโรคโปลิโออาการของโรคสามารถพัฒนาขึ้นและทำให้ผู้ป่วยมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนเเรงได้ โดยกลุ่มที่มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงทำให้เกิดโรคอัมพาตในกระดูกไขสันหลังและโปลิโอก้านสมองหรือสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในกระดูกสันหลังและก้านสมอง โดยมีอาการเริ่มเเรกคล้ายกับกลุ่มมีอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบแต่เมื่อเวลาผ่านไป 1 สัปดาห์ จะมีอาการรุนเเรงขึ้นซึ่งมีอาการดังต่อไปนี้

  • สูญเสียความยืดหยุ่นของร่างกาย
  • เกิดอาการกล้ามเนื้อบีบเกร็งและเจ็บปวดกล้ามเนื้อ
  • ไม่สามารถขยับร่างกายซีกใดซีกหนึ่งได้
  • มีอาการอัมพาตชั่วคราวหรือถาวร
  • รูปร่างผิดปกติ โดยเฉพาะสะโพก ข้อเท้าและเท้า

สำหรับโรคอัมพาตทั้งตัวมีโอกาสพบได้น้อยมาก ซึ่งพบได้น้อยกว่า 1 เปอร์เซนต์ของผู้ป่วยที่เป็นโรคโปลิโอ

โดย 5-10 เปอร์เซนต์ของผู้ป่วยโปลิโอกลุ่มกล้ามเนื้ออ่อนเเรง ไวรัสจะเข้าไปโจมตีกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการหายใจจึงเป็นสาเหตุทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต

อาการหลังจากเกิดโรคโปลิโอ

มีความเป็นไปได้ว่าโรคโปลิโอสามารถกลับมาเกิดขึ้นซ้ำได้อีก แม้ว่ารักษาโรคหายเเล้ว โดยโรคนี้สามารถกลับมาเกิดขึ้นได้อีกหลังจากเวลาผ่านไป 15 ถึง 40 ปี ซึ่งส่วนใหญ่อาการทั่วไปหลังจากเกิดโรคโปลิโอได้แก่  

  • มีอาการเจ็บปวดในกล้ามเนื้อเเละข้อต่ออย่างต่อเนื่อง
  • มีอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อรุนเเรงขึ้น
  • เหนื่อยง่ายและเกิดอาการอ่อนล้าหมดเเรง
  • กล้ามเนื้อลีบหรือฝ่อ
  • มีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจเเละการกลืน
  • เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือมีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจในขณะนอนหลับ
  • มีความสามารถอดทนกับอากาศเย็นได้ต่ำ
  • เกิดกล้ามเนื้ออ่อนล้าตามส่วนต่างๆของร่างกายไปเรื่อยๆ
  • เกิดภาวะซึมเศร้า 
  • มีปัญหาเกี่ยวกับสมาธิและความจำ

ควรปรึกษาเเพทย์เมื่อคุณพบอาการเริ่มต้นของโรคโปลิโอเหล่านี้ จากการประเมินพบว่า 25-50 เปอร์เซนต์ของผู้ป่วยที่หายป่วยจากโรคโปลิโอมีโอกาสเกิดอาการหลังจากเกิดโรคโปลิโอได้อีกครั้ง โดยอาการดังกล่าวเหล่านี้ไม่สามารถพบได้ในผู้ที่มีความผิดปกติอื่นๆ ดังนั้นการรักษาและวิธีการจัดการกับโรคจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถพัฒนาคุณภาพในการใช้ชีวิตของคุณเเละลดความเจ็บปวดรวมถึงความอ่อนล้าหมดเเรงได้

วิธีใช้ชีวิตร่วมกับผู้ที่มีเชื้อไวรัสโปลิโอ

เนื่องจากโรคโปลิโอเกิดจากเชื้อไวรัสที่สามารถเเพร่กระจายได้สูงผ่านการสัมผัสเชื้อที่อยู่ในอุจจาระหรือสิ่งของอย่างเช่นของเล่นที่อยู่ใกล้กับอุจจาระที่มีเชื้อไวรัส ซึ่งทำให้ไวรัสแพร่กระจายได้ นอกจากนี้เชื้อไวรัสโปลิโอยังสามารถแพร่กระจายผ่านการจามเเละการไอได้อีกด้วยเนื่องจากไวรัสสามารถอยู่ในลำคอและลำไส้เล็ก แต่ในกรณีนี้พบได้น้อยกว่า

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีน้ำสะอาดจำกัดหรือการระบายของเสียจากห้องน้ำไม่ดีอาจทำให้เกิดการสัมผัสกับเชื้อโปลิโอได้จากการดื่มน้ำที่มีการปนเปื้อนจากการขับถ่ายของเสียของมนุษย์ ข้อมูลจาก  Mayo Clinic พบว่าเชื้อไวรัสสามารถเเพร่กระจายสู่ผู้ที่อาศัยอยู่กับผู้ติดเชื้อได้ 

ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์และผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันร่างกายที่อ่อนแอ เช่นผู้ที่มีผลตรวจเชื้อ HIV เป็นบวกและเด็กเล็ก คนเหล่านี้มีโอกาสติดเชื้อไวรัสโปลิโอได้มากที่สุด ถ้าหากคุณยังไม่เคยฉีดวัคซีนโปลิโอ คุณมีโอกาสติดเชื้อโรคโปลิโอได้มากขึ้นเมื่อคุณ…

  • เดินทางไปยังประเทศที่มีการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโปลิโอ
  • ดูแลหรืออาศัยอยู่ร่วมกับผู้ป่วยโรคโปลิโอ
  • ทำงานวิจัยอยู่ในห้องปฏิบัติการที่มีตัวอย่างของเชื้อไวรัส
  • ผ่าตัดนำต่อมทอนซิลออก
  • มีความเครียดสะสมอย่างหนักหรือทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส 

แพทย์รักษาโรคโปลิโออย่างไร

แพทย์สามารถรักษาได้เพียงอาการที่เกิดขึ้นเท่านั้น ในขณะที่การติดเชื้อยังสามารถเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากไม่มีการรักษาโรคโปลิโอโดยเฉพาะ ดังนั้นวิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีนโปลิโอ

โดยส่วนใหญ่การรักษาเพื่อบรรเทาอาการของโรคใช้วิธีดังต่อไปนี้

  • นอนพัก
  • ใช้ยาแก้ปวด
  • ยาคลายการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ
  • ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาอาการกระเพาะปัสสาวะติดเชื้อ
  • ใช้เครื่องช่วยหายใจ
  • ทำกายภาพบำบัดหรือสวมใส่อุปกรณ์ช่วยพยุงเดิน
  • ในแผ่นเจลร้อนหรือผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อ
  • ทำกายภาพบำบัดเพื่อรักษากล้ามเนื้อบริเวณที่มีอาการเจ็บปวด
  • ทำกายภาพบำบัดเพื่อระบุปัญหาเกี่ยวกับปอด
  • บำบัดเเละฟื้นฟูเพื่อเพิ่มความอดทนของปอด

ในกรณีที่เกิดอาการขาอ่อนเเรงอย่างรุนเเรง คนไข้จำเป็นต้องใช้วีลแชร์หรืออุปกรณ์ช่วยเคลื่อนไหวอื่นๆ


นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา


เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

Leave a Reply