ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ (Muscle Aches and Pains): อาการ สาเหตุ การรักษา

อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ Muscle aches (Myalgia) คือ อาการปวดที่ธรรมดามาก เพราะทุกคนสามารถมีอาการไม่สบายกล้ามเนื้อในบางช่วงเวลาได้

เนื่องจากเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อมีอยู่เกือบทุกส่วนของร่างกาย ทำให้อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อสามารถเกิดได้หลายบริเวณ และก็มีสาเหตุหลายประการด้วยกัน

การใช้งานกล้ามเนื้อหนักเกินไปและได้รับบาดเจ็บเป็นสาเหตุหลัก แต่ก็มีสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้เช่นกัน

Muscle Aches and Pains

สาเหตุหลักของอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

ผู้ที่มีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อส่วนมากจะสามารถระบุสาเหตุได้ง่าย เนื่องจากอาการปวดกล้ามเนื้อส่วนใหญ่เกิดจากความตึงเครียด หรือการออกกำลังกายมากเกินไป และสาเหตุอื่นๆ โดยทั่วไปได้แก่

  • ความตึงเครียดของกล้ามเนื้อร่างกาย
  • การใช้กล้ามเนื้อมากเกินไปในการออกกำลังกาย
  • กล้ามเนื้อบาดเจ็บจากการทำงานหรือออกกำลังกาย
  • ไม่อบอุ่นร่างกายก่อนการออกกำลังกาย

ปัญหาด้านสุขภาพที่ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อไม่ไม่ได้มาจากความตึงเครียด และการออกกำลังกาย อาจจะมาจากปัญหาสุขภาพบางประการได้

  • Fibromyalgia จะมีอาการปวดเมื่อยและปวดนานกว่า 3 เดือน
  • โรคอ่อนเพลียเรื้อรัง
  • Myofascial pain syndrome ทำให้เกิดการอักเสบในเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของกล้ามเนื้อ Fascia
  • การติดเชื้อ เช่น ไข้หวัด โปลิโอ หรือการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • ภูมิต้านทานร่างกายผิดปกติ เช่น โรคลูปัส ผิวหนังอักเสบ และ Polymyositis
  • ยาและสารเสพติดบางชนิด เช่น ยากลุ่มสแตติน สารยับยั้ง ACE หรือโคเคน
  • ปัญหาเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ เช่น ภาวะพร่องไทรอยด์หรือภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากกว่าปกติ
  • Hypokalemia (โพแทสเซียมต่ำ)

วิธีแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อด้วยตนเอง

อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อสามารถรักษาได้ด้วยตนเองที่บ้าน มีวิธีการบรรเทาอาการปวดเมื่อยบางอย่างที่สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดจากการใช้กล้ามเนื้อหนักและได้รับบาดเจ็บได้

  • หยุดใช้งานบริเวณที่มีอาการปวดเมื่อย
  • ใช้ยาแก้ปวดกล้ามเนื้ออักเสบโดยทั่วไป เช่น ไอบูโพรเฟน (Advil)
  • ใช้น้ำแข็งประคบในบริเวณที่มีอาการปวด เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบ

ควรใช้น้ำแข็งประคบเป็นเวลา 1 – 3 วันหลังจากที่กล้ามเนื้อได้รับบาดเจ็บ และประคบด้วยความร้อนสำหรับอาการปวดที่ยังคงอยู่หลังจากผ่านไป 3 วัน

วิธีการอื่นๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

  • ยืดกล้ามเนื้อ
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้กล้ามเนื้อหนัก จนกว่าจะหายบาดเจ็บ
  • หลีกเลี่ยงการยกน้ำหนักมากๆ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • คลายเครียด
  • ออกกำลังกาย

เมื่อใดที่ควรไปพบแพทย์

อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อไม่ได้เป็นอันตรายเสมอไป และบางครั้งก็สามารถหายได้ด้วยการรักษาได้ด้วยตนเอง แต่บางกรณีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อก็สามารถเป็นสัญญาณบ่งชี้ความผิดปกติบางอย่างดังนี้

  • อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อไม่หายไปหลังจากการรักษาด้วยตนเอง
  • อาการปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
  • อาการปวดกล้ามเนื้อที่เกิดขึ้นพร้อมกับผื่น
  • อาการปวดกล้ามเนื้อที่มีรอยแดงหรือบวม
  • อาการปวดที่เกิดขึ้นทันทีหลังจากรับประทานยาบางชนิด
  • อาการปวดที่เกิดพร้อมกับการมีไข้

หากคุณมีอาการปวดเมื่อยพร้อมกับอาการดังต่อไปนี้ ควรไปพบแพทย์โดยทันที

  • ปัสสาวะลดลง
  • กลืนลำบาก
  • อาเจียนหรือมีไข้
  • หายใจขัดข้อง
  • กล้ามเนื้ออ่อนแอ
  • ไม่สามารถขยับบริเวณที่ปวดได้

เคล็ดลับในการป้องกันกล้ามเนื้ออักเสบ

หากอาการปวดกล้ามเนื้อเกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อหนักหรือการออกกำลังกาย ควรทำตามคำแนะนำนี้เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการปวด

  • ยืดกล้ามเนื้อก่อนและหลังออกกำลังกาย
  • อบอุ่นร่างกายก่อนและหลังออกกำลังกายครั้งละประมาณ 5 นาที
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยเฉพาะในวันที่ออกกำลังกาย
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ
  • ยืดตัวเป็นประจำ เมื่อทำงานที่โต๊ะทำงาน หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทำให้กล้ามเนื้อตึง

ภาพรวม

อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อในบางครั้งเป็นเรื่องปกติ เมื่อเกิดหลังการออกแรงหรือออกกำลังกายใหม่ๆ

ควรหยุดกิจกรรมที่ทำให้กล้ามเนื้อได้รับบาดเจ็บ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการปวด

อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อสามารถเกิดจากสิ่งอื่นๆ ไม่ใช่ความตึงเครียดและการออกกำลังกาย หากเป็นกรณีนี้จำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อทำการรักษา

และที่สำคัญควรไปพบแพทย์หากอาการปวดกล้ามเนื้อรักษาไม่หาย หลังจากการบรรเทาด้วยวิธีการต่างๆ แล้วเป็นเวลา 3 วัน


นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา


เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

Leave a Reply