โรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้า (Depression): อาการ สาเหตุ การรักษา และประเภท

โรคซึมเศร้า (Depression) คืออะไร โรคซึมเศร้าถูกจัดประเภทเป็นโรคทางอารมณ์ หรืออาจจะอธิบายได้ว่าเป็นความรู้สึกเศร้า รู้สึกสูญเสียหรือโกรธหากมีอะไรมาทำให้กระทบกระเทือนจิตใจ 

ผู้คนที่เคยเป็นโรคซึมเศร้าจะมีอาการที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งอาการของโรคนี้อาจจะส่งผลต่อการทำงานในแต่ละวันทำให้เสียเวลาและทำให้ลดประสิทธิภาพการทำงานลง และในขณะเดียวกันอาจมีอิทธิพลต่อความสัมพันธ์และสภาพทางกายในระยาว

กำลังโหลด
โรคซึมเศร้า (Depression)
โรคซึมเศร้า (Depression)

ภาพรวมของโรคซึมเศร้า

ภาวะซึมเศร้าอาจมีอาการแค่เพียงชั่วคราวหรืออาจเป็นในระยะยาว การรักษาไม่ได้ทำให้ภาวะซึมเศร้าหายขาด

อย่างไรก็ตามการรักษามักจะทำให้อาการดีขึ้น ซึ่งแพทย์อาจทำการศึกษาในการรักษาด้วยยา หากการรักษาไม่ได้ผลให้ปรึกษาแพทย์ เพื่อช่วยสร้างแผนการรักษาด้วยวิธีอื่นๆที่สามารถรักษาอาการได้ดียิ่งขึ้น  

สาเหตุของโรคซึมเศร้า

มีสาเหตุหลายอย่างของการเป็นโรคซึมเศร้า โดยสามารถจำแนกได้ทั้งทางชีวภาพตลอดจนสภาพแวดล้อม

สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่:

  • หากมีประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นโรคซึมเศร้าจะมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคซึมเศร้าหรือมีอารมณ์แปรปรวน
  • มีเรื่องฝังใจในวัยเด็ก เหตุการณ์บางอย่างสามารถส่งผลกระทบต่อร่างกายที่จะมีวิธีตอบสนองต่อความกลัวและสถานการณ์ที่ตึงเครียดได้
  • โครงสร้างสมอง มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการเป็นโรคซึมเศร้าหากสมองส่วนหน้า มีการทำงานน้อยลง อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นก่อนหรือหลังที่เป็นโรคซึมเศร้า
  • เงื่อนไขทางการแพทย์ เงื่อนไขบางอย่างอาจทำให้คุณมีความเสี่ยงสูง เช่น โรคเรื้อรัง นอนไม่หลับ มีอาการปวดเรื้อรัง หรือโรคสมาธิสั้น (ADHD)
  • การใช้ยา ประวัติการใช้ยาหรือแอลกอฮอล์ในทางที่ผิดอาจส่งผลต่อความเสี่ยงของการเป็นโรคซึมเศร้าได้

สาเหตุของโรคซึมเศร้าที่อาจส่งผลต่อโรคต่างๆให้กำเริบได้มีดังนี้:

  • โรคไขข้อ
  • โรคหอบหืด
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด (Heart Disease)
  • โรคมะเร็ง
  • โรคเบาหวาน
  • โรคอ้วน

การตระหนักถึงความรู้สึกบางครั้งก็เป็นเรื่องปกติของชีวิต เหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกเศร้าหรือรู้สึกผิดหวังสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ถ้าหากรู้สึกหมดหวังหรือสิ้นหวังบ่อยครั้งก็อาจจะสามารถปรับตัวและรับมือกับมันได้

โรคซึมเศร้านั้นถือว่าเป็นภาวะทางการแพทย์ที่ร้ายแรงซึ่งมันสามารถทำให้อาการแย่ลงได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ผู้ที่ได้รับการรักษามักจะมีอาการที่ดีขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์

กำลังโหลด

อาการของโรคซึมเศร้าเป็นอย่างไร

โรคซึมเศร้าเกิดจากการมีภาวะซึมเศร้าอาจเป็นมากกว่าอาการเศร้าหรือที่เรียกว่า “ความรู้สึกหดหู่”

สาเหตุหลักของอาการซึมเศร้านั้นมีหลากหลายสาเหตุที่สำคัญ บางอาการส่งผลกระทบต่ออารมณ์หรือร่างกาย ซึ่งอาการของโรคซึมเศร้าอาจจะเป็นๆหายๆหรืออาจจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อาการของโรคซึมเศร้าจะมีอาการที่แตกต่างกันออกไปทั้งผู้ชาย ผู้หญิงและเด็ก

ผู้ชายอาจมีอาการที่เกี่ยวข้องกับ:

  • ภาวะแสดงอารมณ์ต่างๆ เช่น ความโกรธ ความก้าวร้าว ความหงุดหงิด วิตกกังวล กระสับกระส่าย
  • สุขภาวะทางอารมณ์ การณ์รับรู้ของสภาพอารมณ์ความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น เช่น ความรู้สึกว่างเปล่า เศร้า สิ้นหวัง 
  • พฤติกรรม เช่น การไม่ได้รับความสนใจ ไม่ค้นพบความสุขกับกิจกรรมที่ทำอยู่ในแต่ละวัน ความรู้สึกเหนื่อยง่ายความคิดอยากฆ่าตัวตาย ดื่มมากเกินไป ใช้ยาเสพติด มีส่วนร่วมในกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง
  • ความสนใจทางเพศ เช่น ความต้องการทางเพศลดลง ขาดประสิทธิภาพทางเพศ
  • ความสามารถทางปัญญา เช่น ไม่มีสมาธิ มีความยากลำบากในการทำงานให้สำเร็จ การตอบสนองล่าช้าในระหว่างการสนทนา
  • การนอนหลับ เช่น นอนไม่หลับกระสับกระส่าย ง่วงนอนมากเกินไป ไม่นอนตลอดทั้งคืน
  • สุขภาวะทางกาย เช่น ความเหนื่อยล้า ปวดศีรษะ ปัญหาระบบย่อยอาหาร

ผู้หญิงอาจมีอาการที่เกี่ยวข้องกับ:

  • อารมณ์ เช่น หงุดหงิด
  • สุขภาวะทางอารมณ์  เช่น รู้สึกเศร้าหรือว่างเปล่า วิตกกังวลหรือสิ้นหวัง
  • พฤติกรรม เช่น การสูญเสียความสนใจในกิจกรรมต่างๆ การห่างหายจากการเข้าสังคม ความคิดฆ่าตัวตาย
  • ความสามารถทางปัญญา เช่น การคิดหรือการพูดช้าลง
  • รูปแบบการนอนหลับ เช่น ความยากลำบากในการนอนหลับตลอดทั้งคืน ตื่นเร็วนอน การนอนหลับที่มากเกินไป
  • สุขภาวะทางกาย เช่น พลังงานที่ลดลง ความเหนื่อยล้าที่มากขึ้น การเปลี่ยนแปลงความอยากอาหาร การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก ปวดเมื่อย ปวดศีรษะปวดศีรษะบ่อยขึ้น

เด็กอาจมีอาการที่เกี่ยวข้องกับ:

  • อารมณ์ เช่น หงุดหงิด ความโกรธ อารมณ์แปรปรวน ร้องไห้
  • สิ้นหวังร้องไห้และเศร้าอย่างรุนแรง
  • พฤติกรรม เช่น การมีปัญหาในโรงเรียน ปฏิเสธการไปโรงเรียน  หลีกเลี่ยงที่จะเจอเพื่อนหรือพี่น้อง ผลการเรียนลดลง 
  • การคิดถึงความตายหรือการฆ่าตัวตาย
  • ความสามารถทางปัญญา เช่น ความยากลำบากในการตั้งใจเรียนลดลง ตั้งใจทำงานลดลง การเปลี่ยนแปลงของระดับผลการเรียน
  • การนอนหลับ เช่น นอนหลับยากหรือนอนมากเกินไป
  • สุขภาวะทางกาย เช่น การสูญเสียพลังงาน ปัญหาระบบย่อยอาหาร อาการผิดปกติของความอยากอาหาร การลดน้ำหนักหรือน้ำหนักเพิ่ม

ประมาณ 21 เปอร์เซ็นต์ของคนที่มีปัญหาการใช้สารเสพติดจะประสบกับโรคซึมเศร้าเช่นกัน นอกเหนือจากสาเหตุเหล่านี้ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ สำหรับโรคซึมเศร้า ได้แก่ :

  • ความเชื่อมั่นในตนเองต่ำหรือทำร้ายตนเอง
  • มีประวัติการเจ็บป่วยทางจิต
  • ยาบางชนิด
  • เหตุการณ์ที่ตึงเครียด เช่น การสูญเสียคนที่รัก ปัญหาทางเศรษฐกิจหรือการหย่าร้าง

มีหลายปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกต่อโรคซึมเศร้า เช่นเดียวกับผู้ที่มีการพัฒนาทางสภาพร่างกายและผู้ที่ไม่มีการพัฒนาทางสภาพร่างกาย

การทดสอบอาการซึมเศร้า

มีการทดสอบหลายอย่างเพื่อวินิจฉัยภาวะโรคซึมเศร้า แต่แพทย์สามารถทำการวินิจฉัยตามอาการและการประเมินทางจิตวิทยา

โดยส่วนใหญ่จะถามชุดคำถามแก่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าดังนี้:

  • อารมณ์ความรู้สึก
  • ความอยากอาหาร
  • รูปแบบการนอนหลับ
  • การทำกิจกรรม
  • ความคิด

เนื่องจากภาวะซึมเศร้าสามารถเชื่อมโยงกับได้กับหลายปัญหาสุขภาพ  แพทย์อาจทำการตรวจร่างกายและการและการทำงานของเลือด บางครั้งปัญหาต่อมไทรอยด์หรือการขาดวิตามินดีอาจทำให้เกิดอาการซึมเศร้าได้

อย่าละเลยอาการซึมเศร้า หากอารมณ์ไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงบ่อควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที อาการซึมเศร้าเป็นโรคสุขภาพจิตที่ร้ายแรงที่อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน

หากไม่ได้รับการรักษาภาวะแทรกซ้อนอาจรวมถึง:

  • น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นหรือลดลง
  • ความเจ็บปวดทางกาย
  • ปัญหาของพฤติกรรม
  • การโดนทำร้ายจนขวัญเสีย
  • ปัญหาความสัมพันธ์
  • การแยกตัวออกจากสังคม
  • ความคิดฆ่าตัวตาย
  • การทำร้ายตัวเอง

ประเภทของโรคซึมเศร้า

อาการซึมเศร้าสามารถแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ บางคนมีประสบการณ์ไม่รุนแรงและไม่นานในขณะที่บางคนมีประสบที่รุนแรงและหดหู่อย่างต่อเนื่อง

มีสองประเภทหลัก: major depressive disorder และ persistent depressive disorder

โรคซึมเศร้าแบบเมเจอร์ ดีเพรสชั่น (major depressive disorder)

โรคซึมเศร้าแบบเมเจอร์ ดีเพรสชั่น คือ โรคซึมเศร้าในรูปแบบที่รุนแรง ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่คงอยู่ของความเศร้าความสิ้นหวังและความไร้ค่าที่ไม่หายไป

หากผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้าชนิดนี้หรือไม่จะต้องมีอาการต่อไปนี้ตั้งแต่ 5 สัปดาห์ขึ้นไปและต้องมีอาการเหล่านี้ตั้งแต่ในช่วง 2 สัปดาห์แรก:

  • รู้สึกหดหู่เกือบทั้งวัน
  • การสูญเสียความสนใจในกิจกรรมที่ทำอยู่ประจำ
  • น้ำหนักลดหรือเพิ่มขึ้นผิดปกติ
  • นอนหลับเยอะหรือนอนไม่หลับ
  • การคิดหรือการเคลื่อนไหวช้าลง
  • เหนื่อยล้าหรือไม่อยากทำการใดๆ
  • ความรู้สึกไร้ค่าหรือรู้สึกผิด
  • การสูญเสียสมาธิหรือไม่กล้าตัดสินใจ
  • ความคิดซ้ำ ๆ เกี่ยวกับความตายหรือการฆ่าตัวตาย

หรืออาจจะสามารถจำแนกเป็นกลุ่มย่อยๆที่แตกต่างกันของโรคซึมเศร้าที่เรียกว่า “specifiers”

ซึ่งรวมถึงอาการเหล่านี้:

  • คุณสมบัติที่ผิดปกติ
  • ความวิตกกังวล
  • คุณสมบัติของลักษณะรูปร่างหน้าตา
  • เริ่มมีอาการในระหว่างการตั้งครรภ์หรือหลังคลอด
  • ฤดูกาล
  • ความเศร้า
  • โรคทางจิต
  • อาการเคลื่อนไหวน้อยหรือมากเกิน

โรคซึมเศร้าแบบเพอซิสเทน ดีเพรสซีพ ไดโซเดอร์ (persistent depressive disorder) เป็นรูปแบบของภาวะซึมเศร้าที่ไม่รุนแรงแต่รักษาให้หายขาดได้ยาก

การวินิจฉัยโรคซึมเศร้าชนิดนี้ต้องมีอาการอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 2 ปี ซึ่งโรคซึมเศร้าชนิดนี้จะสามารถส่งผลกระทบต่อชีวิตได้มากกว่าเพราะเป็นโรคซึมเศร้าเรื้อรังที่รักษาให้หายขาดได้ยาก

อาการของผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าแบบเพอซิสเทน ดีเพรสซีพ ไดโซเดอร์ มีดังนี้:

  • หมดความสนใจในกิจกรรมประจำวัน
  • รู้สึกสิ้นหวัง
  • ขาดประสิทธิภาพ
  • มีความมั่นใจในตนเองต่ำ

วิธีการรักษาโรคซึมเศร้า

การอยู่กับภาวะซึมเศร้าอาจเป็นเรื่องยาก แต่การรักษาสามารถช่วยปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตได้ ควรปรึกษาจิตแพทย์เกี่ยวกับทางเลือกในการรักษาที่เป็นไปได้

การรักษาทางการแพทย์และการบำบัดด้วยการปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตได้แก่:

การใช้ยารักษา

แพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ารับประทานยา:

  • ยาซึมเศร้า
  • ยารักษาภาวะวิตกกัวล
  • ยารักษาโรคจิต

จิตบำบัด

การพูดกับจิตแพทย์อาจจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ทักษะเพื่อรับมือกับความรู้สึกด้านลบ การบำบัดด้วยการพูดคุยกับจิตแพทย์อาจมีบุคคลในครอบครัวให้ความร่วมมือด้วยจะเป็นตัวช่วยในการรักษาผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 

แสงบำบัด

การได้รับแสงสีขาวสามารถช่วยควบคุมอารมณ์ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าและสามารถลดอาการของโรคซึมเศร้า ได้ การรักษาด้วยแสงมักใช้ในโรคซึมเศร้าชนิดที่อารมณ์เปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา 

ทางเลือกของการบำบัด

ควรพูดคุยกับจิตแพทย์หรือนักบำบัดจิตเพื่อรักษาอาการของโรคซึมเศร้าก่อนทานอาหารเสริม หรือยาตามใบสั่งแพทย์ เนื่องจากอาหารเสริมบางชนิดอาจมีปฏิกิริยากับยาที่ทานได้ อาหารเสริมบางชนิดอาจส่งผลให้อาการซึมเศร้าแย่ลง หรือทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง 

การออกกำลังกาย 

ควรตั้งเป้าหมายในการออกกำลังกายอย่างน้อย 3-5 วัน การออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นโดรฟินได้มากขึ้น พร้อมทั้งช่วยปรับฮอร์โมนทางด้านอารมณ์อีกด้วย 

หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสารเสพติด 

ควรงดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอร์และเครื่องดื่มที่เป็นสารเสพติด เครื่องดื่มเหล่านี้อาจช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้นได้เล็กน้อย ในระยะเวลาสั้นๆ แต่หากดื่มเป็นเวลานานติดต่อกันกัน หากส่งผลให้อาการซึมเศร้าและความวิตกกังวลเพิ่มขึ้นอีก 

เรียนรู้ที่จะปฏิเสธ

การรู้สึกจมดิ่ง อาจยิ่งทำให้อาการวิตกกังวลและอาการคนเป็นโรคซึมเศร้าแย่ลง การกำหนดขอบเขตในอาชีพและชีวิตส่วนตัวของคุณสามารถช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้น ควรปรับวิธีการใช้ชีวิตให้เหมาะกับสังคมรอบข้างและไม่ควรยึดติดมากจนเกินไป

การดูแลตัวเอง

การดูแลรักษาอาการของโรคซึมเศร้าด้วยตัวเอง รวมไปถึงการนอนหลับพักผ่อน รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ หลีกเลียงการอยู่ใกล้ผู้คนที่คิดลบ หรือผู้คนที่มีอคติตลอดเวลา และเข้าร่วมกิจกรรมสันทนาการ อาการของโรคซึมเศร้าอาจไม่ได้ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา แต่อาจมุ่งเน้นไปทางดูแลผู้ป่วยโรคซึมเศร้าด้วยการรักษาสุขภาพร่างกายและสุขภาพใจที่ดี จะส่งผลต่ออาการของโรคซึมเศร้าได้ดีมากยิ่งกว่า

การรักษาโรคซึมเศร้าด้วยวิธีธรรมชาติ

การรักษาโรคซึมเศร้าแบบดั้งเดิมใช้การรักษาแบบผสมผสานระหว่างการทานยาตามคำแนะนำของแพทย์และรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง แต่ทั้งนี้ยังมีทางเลือกด้วยการรักษาแบบธรรมชาติร่วมด้วย สิ่งสำคัญของการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติ ต้องศึกษาวิธีการรักษาอย่างละเอียด เพื่อไม่ให้ส่งผลข้างเคียงต่ออาการซึมเศร้าของผู้ป่วย

อาหารเสริม: 

อาหารเสริมหลายประเภทที่มีผลในเชิงบวกต่ออาการซึมเศร้า มีดังนี้: 

  • S-adenosyl-L-methionine (SAMe) : ยาชนิดนี้บรรเทาอาการซึมเศร้า ที่เห็นผลดีที่สุดในผู้ที่เลือกใช้ 
  • Serotonin Reuptake Inhibitors (SSRIs) : ยาชนิดนี้เป็นยาแก้ซึมเศร้าแบบดั้งเดิม
  • 5-hydroxytryptophan (5-HTP) :ยาชนิดนี้  เป็นอาหารเสริมที่คนพยายามใช้เพื่อเสริมสร้างสุขภาพจิตใจและระบบภูมิคุ้มกัน 5-HTP 
  • กรดไขมันโอเมก้า 3 : คือกรดไขมันที่จำเป็น มีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบประสาทและสมอง การรับประทานอาการที่มีโอเมก้า 3 อาจช่วยลดอาการซึมเศร้า

การใช้น้ำมันหอมระเหย

น้ำมันหอมระเหย หมายถึง ของเหลวที่ระเหยได้ง่าย ไม่ละลายในน้ำ มีกลิ่นหอม แยกออกได้ด้วยสารสกัด โดยการกลั่นด้วยไอน้ำ หรือการกลั่นด้วยน้ำ จากส่วนต่างๆ ของพืช เช่น ดอก ใบ ผล  การบรรเทาด้วยน้ำมันหอมระเหยต่อผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ด้วยพืชจากธรรมชาติ เช่:

  • ขิงป่า: การสูดดมกลิ่นของขิงป่าอาจกระตุ้นให้ตัวรับเซโรโทนินในสมอง อาจช่วยลดการกระตุ้นฮอร์โมนความเครียด ให้ทำงานช้าลง
  • มะกรูด: ช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวลที่เกิดจากภาวะซึมเศร้า

น้ำมันหอมระเหยจากพืชชนิดอื่น ๆ เช่นดอกคาโมไมล์ หรือน้ำมันดอกกุหลาบ ส่งผลให้ใจเย็น นิ่ง แต่อาจช่วยแค่ในระยะสั้นๆ  

การทานวิตามิน

วิตามินเป็นสิ่งสำคัญต่อส่วนต่างๆของร่างกาย ในส่วนของการรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ถูกค้นพบว่ามีวิตามิน 2 ชนิดที่มีคุณสมบัติพิเศษในการลดอาการของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าได้ดังนี้ : 

วิตามิน บี : วิตามินบี-12 และวิตามินบี 6 ช่วยเสริมสร้างในการบำรุงสมอง เมื่อวิตามินบีในร่างกายน้อยเกินไป อาจะส่งผลต่ออาการของโรคซึมเศร้าเพิ่มมากขึ้น 

วิตามิน ดี : แสงอาทิตย์ที่เราเข้าใจกันอยู่แล้วว่ามีวิตามินดี หากร่างกายของผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามีโอกาสได้สัมผัสกับแสงอาทิตย์บ้าง วิตามินดีมีความสำคัญต่อสมอง หัวใจ และกระดู ผู้ป่วยที่มีอาการเป็นโรคซึมเศร้าควรได้รับวิตามินดีอย่างสม่ำเสมอ  

มีสมุนไพรหลายชนิด อาหารเสริม และวิตามิน ที่สามารถช่วยให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าผ่อนคลายจากความเครียด ความวิตกกังวล ที่ทำให้เกิดอาการซึมเศร้าได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้แสดงให้ว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาในทางการแพทย์ได้มากนัก 

วิธีป้องกันโรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้าเป็นโรคที่ไม่ได้สามารถป้องกันได้ทั่วไป การรักษาค่อนข้างยากเนื่องจากอาจจะไม่ทราบสาเหตุของภาวะการเป็นโรคซึมเศร้าอย่างแน่ชัด นั่นก็หมายถึง การป้องกันการเป็นโรคซึมเศร้านั่นเป็นไปได้ยาก 

แต่หากมีประสบการณ์เคยเป็นโรคซึมเศร้ามาแล้ว ผู้ป่วยสามารถเตรียมวิธีป้องกันและรับมือได้ง่ายขึ้นได้ในอนาคตโดยการเปลี่ยนวิถีชีวิตซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการรักษาอาการซึมเศร้าได้ดียิ่งขึ้น 

เทคนิคที่สามารถช่วยรักษาอาการของผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามีดังนี้ : 

  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ลดความโกรธ 
  • สร้างสัมพันธ์ไมตรีต่อผู้อื่น

โรคอารมณ์แปรปรวนแบบสองขั้ว  (Bipolar depression)

การรักษาโรคอารมณ์แปรปรวนแบบสองขั้ว มี 2 ชนิด เมื่อบุคคลนั้นประสบกับภาวะซึมเศร้า

ผู้ที่มีโรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้วอาจประสบกับอารมณ์แปรปรวนได้ง่ายมาก  ยกตัวอย่างเช่น จะมีพลังงานเยอะตอนอยู่ในภาวะโกรธ และจะมีพลังงานต่ำตอนอยู่ในภาวะซึมเศร้า แต่ส่งเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับประเภทของโรคอารมณ์แปรปรวนแบบสองขั้วของผู้ป่วยด้วย หากได้รับการวินิจฉัยโรคไบโพลาร์ 1 แสดงว่าผู้ป่วยจะมีอาการแค่คุ้มคลั่ง แต่ไม่มีภาวะซึมเศร้า 

อาการของภาวะซึมเศร้าในผู้ที่มีโรค มีดังนี้ 

  • ขาความสนใจ หรือความสนุกสนานแม้อยู่ในระหว่างการทำกิจกรรมที่เพลิดเพลิน 
  • รู้สึกเศร้าวิตกกังวล   หรือรู้สึกโดดเดี่ยว ว่างเปล่า
  • ไม่มีแรง หรือไม่มีความกระตือรือร้นในการทำงานให้สำเร็จลุลวง
  • มีปัญหาในด้านความจำ 
  • นอนมากเกินไปหรือนอนไม่หลับ 
  • มีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น หรือน้ำหนักลดลง เป็นผลมาจากความอยากอาหารเพิ่มขึ้นหรือความอยากทานอาหารลดลง
  • ร่ำร้อง เรียกหาความตาย หรือมีความคิดอยากฆ่าตัวตาย 

ผู้ป่วยโรคอารมณ์แปรปรวนแบบสองขั้ว หากได้รับการรักษาแล้ว อาจทำให้มีอาการรุนแรงและซึมเศร้าน้อยลง 

อาการซึมเศร้าและความวิตกกังวล

ภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลสามารถเกิดขึ้นได้ในเวลาเดียวกัน ภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลสามารถทำให้เกิดอาการคล้ายกันหลายอย่าง เช่น : 

  • อาการหงุดหงิด
  • มีปัญหาทางด้านความจำ และการมีสมาธิ 
  • มีปัญหาการนอนหลับ

ทั้งนี้การรักษาอาการซึมเศร้าและวิตกกังวล สามารถรักษาได้ด้วย:

  • ใช้วิธีจิตบำบัด
  • การรักษาด้วยยา
  • การบำบัด ซึ่งรวมถึงการสะกดจิต

โรคซึมเศร้าและโรคย้ำคิดย้ำทำ Obsessive-compulsive disorder (OCD) 

เป็นรูปแบบของโรควิตกกังวลประเภทหนึ่ง ที่ทำให้เกิดความคิดที่กระตุ้นให้เกิดความสับสนวุ่นวายที่โผล่ขึ้นมาในหัวซ้ำๆและทำให้เกิดความหวาดกลัว โดยความกลัวเหล่านี้จะทำให้ผู้ป่วยทำพฤติกรรมซ้ำ ๆ หรือตามกฎเกณฑ์ที่ตนกำหนดไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองเกิดความคิดไม่สบายใจ

ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค OCD มักพบว่าตัวเองวนอยู่ในภาวะที่ถูกครอบงำและการถูกบังคับ หากมีพฤติกรรมเหล่านี้ผู้ป่วยจะรู้สึกโดดเดี่ยวและจะนำไปสู่การปลีกตัวจากเพื่อนและการเข้าสังคมซึ่งสามารถเพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า

สำหรับคนที่อยู่ในภาวะ OCD จะมีภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวลและสับสนที่สามารถเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเกิดอีกซ้ำๆ 

การวินิจฉัยนี้อาจเกิดมาจากวัยเด็ก ที่เคยโดนการบีบบังคับเป็นครั้งแรกในวัยเด็กและส่งผลทำให้พวกเขารู้สึกไม่ปกติ ซึ่งสามารถนำไปสู่การปลีกตัวออกจากเพื่อน ๆ และอาจเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการที่จะพัฒนาเป็นโรคซึมเศร้าในเด็กได้

อาการซึมเศร้ากับโรคผิดปกติทางจิต

ผู้บางคนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้าอาจจะมีอาการของโรคทางจิตอื่นที่เรียกว่าโรคจิต เมื่อทั้งสองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันก็เป็นที่รู้จักกันว่าโรคจิตซึมเศร้า

โรคจิตซึมเศร้า ผู้ที่มีอาการนี้อาจประสบกับความเศร้าความสิ้นหวังและความวิตกกังวล

การรวมกันของทั้งสองเงื่อนไขนี้อาจทำให้เกิดความอันตรายเป็นอย่างยิ่ง นั่นเป็นเพราะคนที่มีอาการจิตซึมเศร้าอาจมีอาการหลงผิดที่อาจจะทำให้มีความคิดที่จะฆ่าตัวตายหรือมีความเสี่ยงมากกว่าปกติ

ยังไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุของทั้งสองเงื่อนไขหรือสาเหตุที่อาจจะทำให้เกิดขึ้นพร้อมกันได้ แต่การรักษาสามารถบรรเทาอาการนี้ได้ อาจจะเป็นการรักษาด้วยไฟฟ้า (ECT)และรวมถึงการรักษาด้วยยา

อาการซึมเศร้าระหว่างการตั้งครรภ์

การตั้งครรภ์มักเป็นเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับผู้คน อย่างไรก็ตามยังเป็นเรื่องปกติที่หญิงตั้งครรภ์มักจะมีอาการซึมเศร้า

อาการของภาวะซึมเศร้าในระหว่างตั้งครรภ์รวมถึง:

  • การเปลี่ยนแปลงด้านความอยากอาหารหรือพฤติกรรมการกิน
  • รู้สึกสิ้นหวัง
  • รู้สึกกังวลความกังวล
  • หมดความสนใจในกิจกรรมและสิ่งต่าง ๆ ที่เคยสนุก
  • ความเศร้า เสียใจโศกในระยะเวลานาน
  • มีปัญหาทางด้านความจำ 
  • ปัญหาการนอนหลับ รวมถึงการนอนไม่หลับหรือนอนมากเกินไป
  • ความคิดถึงความตายหรือการคิดฆ่าตัวตาย

การรักษาภาวะซึมเศร้าในระหว่างตั้งครรภ์อาจเน้นไปที่การพูดคุยกับจิตแพทย์และการรักษาแบบธรรมชาติ

ในขณะที่ผู้หญิงบางคนที่ใช้ยาแก้อาการซึมเศร้าในระหว่างตั้งครรภ์ แต่ก็ไม่ชัดเจนว่าจะปลอดภัยหรือไม่ แพทย์อาจจะให้ลองรักษาด้วยทางเลือกอื่นจนกว่าจะคลอดลูก

ความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้าสามารถเป็นได้อย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะคลอดทารกแล้วก็ตาม อาการซึมเศร้าหลังคลอดซึ่งเรียกว่า peripartum เป็นความกังวลอย่างจริงจังสำหรับคุณแม่มือใหม่

ภาวะซึมเศร้าและแอลกอฮอล์

การวิจัยได้สร้างการเชื่อมโยงระหว่างแอลกอฮอล์และภาวะซึมเศร้า ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้ามีแนวโน้มที่มาจากการใช้แอลกอฮอล์ในทางที่ผิด

การดื่มแอลกอฮอล์บ่อยครั้งอาจทำให้อาการซึมเศร้าแย่ลงและผู้ที่มีภาวะซึมเศร้ามักจะใช้แอลกอฮอล์ในทางที่ผิด


ลิ้งค์ด้านล่างเป็นแหล่งข้อมูลบทความของเรา

เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

Leave a Reply