ซีสต์

ซีสต์ (Cyst): อาการ สาเหตุ การรักษา 

ซีสต์ (Cyst) คือ โรคที่มีลักษณะเป็นเนื้องอกหรือเป็นตุ่มก้อนขึ้นตามร่างกาย มีลักษณะเป็นถุงที่บรรจุอากาศ  เนื้อเยื่อ ของเหลว หรือไขมัน

Cyst

กำลังโหลด

ซีสต์เกิดจากอะไร

ซีสต์เกิดจากความผิดปกติของส่วนต่างๆ ในร่างกาย เช่น ต่อมเหงื่อ ต่อมขน ต่อมไขมัน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นถุงซีสต์ เมื่อสารคัดหลั่งและของเหลวต่างๆ มาสะสมอยู่ในถุงนี้ เช่น ไขมัน คราบไคล จะทำให้ถุงนี้ใหญ่ขึ้นจนสังเกตเห็นเป็นก้อนซีสต์ขึ้นมา

ผู้ป่วยเป็นซีสต์หากเป็นแล้วซีสต์สามารถเจริญเติบโตได้ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย หรือใต้ผิวหนังของผู้ป่วย 

ซีสต์เกิดขึ้นได้หลายประเภท และไม่เป็นโรคที่อันตรายมากนัก และไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง

การรักษาซีสต์ขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้ 

  • ประเภทของซีสต์
  • ตำแหน่งของซีสต์
  • ซีสต์ที่เป็นสาเหตุให้ทำให้เกิดอาการปวด หรือทำให้รู้สึกไม่สบายตัว อึดอัด
  • ซีสต์ที่เกิดจากการติดเชื้อ 

ลักษณะของก้อนเนื้อซีสต์ 

ลักษณะของก้อนเนื้อซีสต์ที่แตกต่าง เกิดมาจาก

  • การติดเชื้อ
  • โรคติดต่อ
  • การอักเสบเรื้อรัง
  • เกิดการอุดตันในท่อของอวัยวะต่างๆ

ประเภทของซีสต์

ซีสต์มีหลายร้อยประเภทและสามารถเติบโตได้ทุกส่วนของร่ายกาย ประเภทที่พบบ่อย มี 13 ประเภทได้ แก่ 

  • Epidermoid cyst คือ เอพิเดอมอยซีสต์ 

ซีสต์ชนิดนี้เป็นซีสต์ที่มีลักษณะตุ่มเล็กๆ เจริญเติบโตช้า และไม่เป็นอันตราย พบได้บ่อยบริเวณ ใบหน้า ศรีษะ คอ หลัง หรือบริเวณอวัยเพศ  Epidermoid ซีสต์เกิดจากการสะสมของเคราตินใต้ผิวหนัง ลักษณะสีของซีสต์ประเภทนี้จะมีสีแทน สีเหลือง และเป็นตุ่มหนาๆ และอาจทำให้มีอาการบวมแดง หากเกิดการติดเชื้อ 

กำลังโหลด
  • Sebaceous cyst คือ ซีสต์ไขมันผิวหนัง 

ซีสต์ชนิดนี้จะเจริญเติบโตช้า เกิดขึ้นบริเวณใบหน้า  ลำคอ หรือลำตัว หากมีลักษณะใหญ่ อาจทำให้เกิดอาการปวดได้ 

  • Breast cyst คือ ซีสต์เต้านม  

เป็นก้อนซีสต์ หรือถุงน้ำที่เต้านมซึ่งไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง แต่ก็อาจมีหลายสาเหตุที่ทำให้ก้อนเนื้อเต้านมนำไปสู่โรคมะเร็งได้ การเปลี่ยนแปลงบริเวณเต้านม เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้หญิงที่หมั่นตรวจสอบ การสำรวจความผิดปกติของบริเวณเต้านมกรณีที่พบการเปลี่ยนแปลงของบริเวณเต้านม แพทย์แนะนำว่าสามารถตรวจเช็คได้ด้วยตัวเอง และหากพบอาการผิดปกติของบริเวณเต้านม หรือหากพบก้อนเนื้อ หรือมีบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นบริเวณเต้านมอย่างเห็นได้ชัด เช่น หัวนมพลิกคว่ำ มีอาการเลือดไหลออกจากหัวนม  ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยทันที 

  • Ganglion Cyst คือ ซีสต์หรือก้อนถุงน้ำ

เกิดขึ้นบริเวณเส้นเอ็นหรือข้อต่อ ถุงน้ำจะเต็มไปด้วยของเหลว  ซีสต์ชนิดนี้จะมีลักษณะกลม ส่วนใหญ่พบบริเวณมือ ข้อมือ และเท้า การเกิดซีสต์ชนิดนี้อาจมาจากอาการบาดเจ็บของบริเวณที่เกิดหรือการใช้งานบริเวณอวัยวะดังกล่าวมากเกินไป  ซีสต์ประเภทนี้ไม่อันตรายและไม่ค่อยมีอาการปวด เว้นแต่ว่าหากซีสต์ชนิดนี้เจริญเติบโตขึ้น และมีส่วนกระทบต่ออวัยวะส่วนอื่น  จะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย 

  • Pilonidal cyst คือ ซีสต์บริเวณร่องก้น  

เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หลังจากพ้นช่วงเป็นการเป็นวัยรุ่นหนุ่มสาว  สาเหตุของซีสต์ประเภทนี้เกิดจากการเสียดสีของเส้นขนบริเวณร่องก้น หรือการเสียดสีจากเสื้อผ้าที่สวมใส่ ลักษณะของซีสต์จะเป็นรู หลุม และเป็นหนอง อาการที่แสดงอาการติดเชื้อของซีสต์ประเภทนี้คือหากนั่งแล้วจะมีอาการปวดบริเวณที่เป็นซีสต์ บริเวณรอบๆซีสต์จะมีสีแดงยื่นออกมา บวม และอาจมีเลือดไหลออกมา  ทำให้เห็นเส้นขนออกมาจากก้อนซีสต์ด้วย 

  • Ovarian cyst คือ ซีสต์ในรังไข่ 

ลักษณะคือมีถุงน้ำที่เต็มไปด้วยสารน้ำหรือสารกึ่งเหลว อาจเกิดขึ้นข้างใดข้างหนึ่งของรังไข่ หรือเป็นทั้งสองข้างของรังไข่  ผู้ป่วยที่เป็นซีสต์ในรังไข่จะไม่แสดงอาการใดๆ แต่อาจส่งผลถึงระบบสืบพันธ์ของผู้หญิง อาการของซีสต์ในรังไข่หลังจากก่อตัวเป็นก้อนซีสต์ที่มาจากเยื่อบุโพรงในมดลูกผิดปกติ   ทำให้เกิดก้อนซีสต์ที่มดลูกได้ด้วย ลักษณะอาการผู้เป็นซีสต์ที่มดลูกจะมีอาการคือท้องอืดบวม ปวดบริเวณเชิงกราน หรือปวดช่วงก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน   อาการปวดระหว่างมีเพศสัมพันธ์  ปวดบริเวณหลังส่วนล่างหรือต้นขา คลื่นไส้ อาเจียน อาการรุนแรงคือ ปวดฉับพลันบริเวณเชิงกราน เพลีย มีไข้ วิงเวียนศรีษะ  อาการรุนแรงของซีสต์ชนิดนี้คืออาการซีสต์แตกเนื่องจากถุงน้ำหรือซีสต์ในรังไข่แตก ปัจจุบันวิธีการรักษาซีสต์ในรังไข่สามารถทำได้โดยการผ่าตัดซีสต์ที่รังไข่โดยใช้การส่องกล้องและยังสามารถรักษาซีสต์ด้วยสมุนไพรในรังไข่ได้อีกด้วย 

  • Chalazia คือ ตากุ้งยิง 

ชนิดไม่เจ็บ มีลักษณะเป็นก้อนหรือเป็นถุงน้ำขนาดเล็ก พบได้บริเวณเปลือกตาด้านบน หรือด้านล่าง สาเหตุมาจากการอุดตันของทางเดินต่อมไขมัน หากติดเชื้อจะมีสีแดง และบวม 

  • Baker’s (popliteal) cyst คือ ถุงน้ำที่เกิดหลังหัวเข่า 

ลักษณะคือเป็นถุงที่มีน้ำเมือกอยู่ข้างใน ทำให้มีอาการปวดของกระดูกอ่อน ปวดเวลาเคลื่อนไหว มีอาการช้ำบวมหลังหัวเข่า และน่อง ระดับของความปวดจากเล็กน้อยไปสู่การปวดขั้นรุนแรงหากถุงน้ำแตกขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวบริเวณหัวเข่า  ถุงน้ำบริเวณหลังหัวเข่ามักจะหายไปเอง แต่ถ้าเรื้อรังอาจส่งผลให้เป็นโรคไขข้ออักเสบได้

  • Cystic acne คือ สิวหัวช้าง 

คือสิวชนิดที่รุนแรงที่สุด ซึ่งเกิดจากซีสต์ที่อยู่ลึกลงไปใต้ชั้นผิวหนัง อาจเกิดจากความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน  ทำให้เกิดเป็นก้อนซีสต์ขนาดใหญ่ สิวหัวช้างสามารถเกิดขึ้นได้บริเวณใบหน้า ทำให้เกิดซีสต์ที่หน้า หน้าอก ลำคอ หลัง และแขน ลักษณะของสิวหัวช้างมีขนาดใหญ่ บวม แดง เมื่อหัวสิวแตก อาจทิ้งรอยแผลเป็นจากการรอยสิว 

  • Ingrown hair cyst คือซีสต์ขนคุด 

เกิดจากเส้นขนที่เจริญเติบโตใต้ผิวหนัง ส่วนใหญ่มักพบจากผู้โกนหนวด โกนผม หรือใช้แว๊กซ์กำจัดขน ลักษณะของซีสต์ชนิดนี้อาจดูเหมือนสิวเสี้ยน มีลักษณะสีเหลืองหรือแดง และไวต่อการติดเชื้อ 

  • Pilar cyst คือ ซีสต์จากเส้นผม

เกิดจากใต้ผิวหนังของบริเวณเส้นผม ซีสต์ชนิดนี้จะมีสีแดง และนูน บริเวณนูนคือส่วนที่มาจากการสะสมของโปรตีนในเส้นรูขุมขน พบได้ส่วนใหญ่บริเวณหนังศรีษะ ไม่แสดงอาการเจ็บปวดใดๆ และเติบโตอย่างช้าๆ 

  • Mucous cyst คือ ซีสต์ทีบรรจุเต็มไปด้วยของเหลว 

มักจะเกิดขึ้นบริเวณริมฝีปาก หรือภายในปาก หรือเกิดจากการอุดตันของต่อมน้ำลาย หรือบางรายอาจเกิดมาจากการกัดริมฝีปากตัวเอง ทำให้ต่อมน้ำลายหยุดการทำงานชะงัก ลักษณะของซีสต์ชนิดนี้จะมีขนาดเล็ก และนุ่ม 

  • Branchial cleft cyst คือ ซีสต์ที่เกิดการผิดปกติของก้อนเนื้อ

บริเวณต้นคอ หรือใต้กระดูกไหปลาร้า อาจเป็นข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง ซึ่งมาจากการเจริญเติบโตผิดปกติของเนื้อเยื่อบริเวณต้นคอและกระดูกไหปลาร้า การเกิดก้อนเนื้อบริเวณนี้ ไม่มีอันตราย แต่อาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง หากมีอาการติดเชื้อ  อาการอื่นๆที่พบได้คือมีอาการบวม และอาจมีของเหลวออกมา ทำให้ไวต่อการติดเชื้อของทางเดินหายใจได้ง่าย 

ผู้ป่วยบางรายอาจมีก้อนซีสต์ในท้องแต่มักพบได้น้อย ดังนั้นหากมีอาการปวดท้องอย่างหนักโดยไม่สาทราบสาเหตุ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์สอบถามประวัติอาการและวินิจฉัยต่อไป  

รู้ได้อย่างไรว่าเป็นซีสต์

ซีสต์หรือก้อนเนื้อจะปรากฏบริเวณผิวหนังของผู้ป่วย ลักษณะจะเป็นก้อนเล็กๆ และอาจโตขึ้นเรื่อยๆ ซีสต์บางชนิดที่เจริญเติบโตภายในร่างกายของคุณ จะไม่แสดงอาการใดๆเลย แต่อาจทำให้ระบบของภายในร่างกายส่วนอื่นมีผลกระทบเช่น ซีสต์ในรังไข่ก่อให้เกิดโรคถุงน้ำในรังไข่ ทำให้การทำงานของรังไข่และระบบสืบพันธ์ผิดปกติ หรือก่อให้เกิดโรคไต Polycystic (PKD) ทำให้เกิดผลเสียต่อการทำงานของไต 

ซีสต์ค่อนข้างเจริญเติบโตช้า และมีพื้นผิวเรียบ มีลักษณะเล็กหรือใหญ่ ซีสต์ส่วนใหญ่ไม่มีอาการเจ็บปวด และจะไม่ส่งผสเสียใดๆต่อร่างกาย ยกเว้นว่า :

  • เกิดการติดเชื้อ
  • มีขนาดใหญ่มาก
  • กระทบต่อเส้นประสาท หรืออุดตันเส้นเลือด
  • เจริญเติบโตในบริเวณที่บอบบาง
  • ส่งผลกระทบต่อระบบทำงานของอวัยวะในร่างกาย 

อ่านเพิ่มเติม : ขนคุด (หนังไก่) Keratosis Pilaris (Chicken Skin) : อาการ สาเหตุ การรักษา


เมื่อไหร่ที่ผู้เป็นซีสต์ควรได้รับความช่วยเหลือ 

หากผู้ป่วยเป็นซีสต์มีอาการปวดมาก หรือซีสต์มีลักษณะสีแดง อาจเป็นสัญญาณที่ซีสต์กำลังจะแตกหรือมีอาการติดเชื้อ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์ ตรวจสอบลักษณะอาการของซีสต์ถึงแม้ว่าบริเวณที่เป็นซีสต์จะไม่แสดงอาการเจ็บปวด เนื่องจากการเจริญเติบโตของซีสต์บางตำแหน่งอาจนำไปสู่โรคมะเร็งได้ 

วิธีการรักษาซีสต์

สามารถดูแลและรักษาได้ที่บ้าน 

ในบางกรณีซีสต์จะหายไปเอง หรือประคบด้วยน้ำอุ่นลงบนก้อนซีสต์หรือถุงน้ำ เพื่อช่วยเร่งให้หายเร็วได้ยิ่งขึ้น ไม่ควรบีบหรือแกะ เพราะอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ 

วิธีการรักษาทางการแพทย์ 

วิธีการรักษาทางการแพทย์โดยทั่วไป มีดังต่อไปนี้ : 

  • แพทย์จะใช้เข็มเจาะเพื่อระบายของเหลวและสารอื่นๆเพื่อเอาซีสต์ออก
  • การฉีดด้วยสาร corticosteroid เพื่อลดการอักเสบในถุงน้ำ
  • การใช้ยาสลายซีสต์
  • การผ่าตัดซีสต์เพื่อเอาถุงน้ำออก

สมุนไพรรักษาซีสต์

สมุนไพรที่รักษาซีสต์ได้มีหลายชนิด เช่น 

ใบบัวบกหรือผักแว่น

มีคุณสมบัติที่ใช้รักษาโรคมะเร็งผิวหนังได้ ทำให้ความสามารถในการอยู่รอดของเซลล์มะเร็งผิวหนังของคนลดน้อยลง

มังคุด

ในเปลือกมังคุด มีสารที่ชื่อว่า GM-1 ซึ่งสารนี้มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อยา ลดการอักเสบ และยังสามารถกำจัดเซลล์มะเร็ง ได้อย่าง มีประสิทธิภาพ 

ขมิ้นชัน

ในขมิ้นชันมี สารเคอร์คูมินอยด์ในขมิ้นชัน มีสรรพคุณช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง รวมถึงช่วยลดขนาดของเนื้องอก

คะน้า

มีคุณสมบัติช่วยป้องกันยับยั้งการเจริญของเนื้องอก ยับยั้งสารก่อมะเร็ง ต่อต้านอนุมูลอิสระและสารก่อมะเร็ง ช่วยส่งเสริมการทำงานของเอนไซม์ที่ช่วยขับพิษของสารก่อมะเร็ง

ทองพันชั่ง

ในทองพันชั่งงจะมีสารไรนาแคนทิน ที่สามารถยับยั้งแบคทีเรีย และเชื้อไวรัสได้ สารสำคัญในทองพันชั่งคือสารประกอบไรนาแคนทิน มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไวรัส

ฟ้าทะลายโจร

สารสกัดจากฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันและยับยั้งเซลล์มะเร็งหลายชนิด และยับยั้งการลุกลามของมะเร็ง


อ่านเพิ่มเติม : หูด (Warts) คืออะไร: สาเหตุ ประเภท การรักษา


แนวโน้มระยะยาวของซีสต์

 ชนิดของซีสต์ที่ไม่มีอันตราย มักจะหายไปเอง และไม่ก่อให้เกิดผลระยะยาว ซีสต์สามารถเจริญเติบโตได้ได้อีกหากได้รับเชื้อเพิ่มเติม หากเป็นซีสต์ประเภทนี้ควรได้รับการผ่าตัดซีสต์ ควรปรึกษาแพทย์และได้รับการรักษาโดยทันทีหากมีซีสต์ที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง 

การป้องกันซีสต์ 

ซีสต์ส่วนใหญ่ไม่สามารถป้องกันได้ ยกเว้นเพียงการเกิดซีสต์ในรังไข่ของผู้หญิง สามารถป้องกันได้โดยการไม่ทำให้เกิดก้อนซีสต์ใหม่ หรือการได้รับฮอร์โมนคุมกำเนิด ควรทำความสะอาดเปลือกตาบริเวณใกล้ขนตาโดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อแบบอ่อนโยนทำความสะอาดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการอุดตันของไขมันและก่อให้เกิดเป็นตากุ้งยิง  ควรรักษาความสะอาดให้ผิวเพื่อไม่ให้เกิดการอับชื้น และไม่ควรนั่งนานๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการก่อตัวของซีสต์ 

ผู้ป่วยที่เป็นซีสต์ห้ามกินอะไรบ้าง 

  • อาหารบรรจุกระป๋อง เพราะอาจมีสารปนเปื้อนหลุดออกจากฟิล์มพลาสติกที่ใช้ เคลือบภายในกระป๋องก่อนการบรรจุอาหาร
  • เนื้อสัตว์ใหญ่ เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู หรืออื่น ๆ ที่ฉีดสารเร่งเนื้อแดง หรือสารเร่งโต
  • แอลกอฮอร์
  • ผักผลไม้ที่ฉีดยาฆ่าแมลง หรือสารเคมีต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดการปนเปื้อน
  • อาหารที่มีรสหวาน เช่น ช็อกโกแลต น้ำอัดลม ชาไข่มุก
  • อาหารทอด อาหารปิ้งย่าง ต่าง ๆ
  • ไขมันสัตว์ และอาหารไขมันสูง

ลิ้งค์ด้านล่างนี้เป็นแหล่งข้อมูลของบทความของเรา

[ABTM id=1109]

Leave a Reply