โรคซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง (Sebaceous cyst) : อาการ สาเหตุ การรักษา

โรคซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง (Sebaceous cyst) คือ ซีสต์มีลักษณะเป็นก้อน หรือตุ่มใต้ผิวหนัง เกิดจากการทำงานผิดปกติของตุ่มใต้ผิวหนัง ภายในก้อนหรือตุ่มมีของเหลว หรือสารอื่นๆ ซีสต์ไขมันใต้ผิวหนังมักจะเกิดขึ้นบริเวณใบหน้า ลำคอ และลำตัว ซีสต์ชนิดนี้ไม่เป็นอันตรายต่อชีวิต แต่หากพบอาการผิดปกติมากยิ่งขึ้น ควรรีบพบแพทย์  แพทย์จะวินิจฉัยบริเวณที่เป็นซีสต์ และสอบถามประวัติการรักษา บางรายอาจได้รับการตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุของการนำไปสู่โรคมะเร็งด้วย 

ลักษณะของซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง

ซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง ไม่นำไปสู่การเป็นโรคมะเร็ง ซีสต์ที่ไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่เบื้องต้นจะมีขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นมากและอาจต้องทำการผ่าตัดชิ้นเนื้อออก หากผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดชิ้นโดยรอบของบริเวณที่เป็นซีสต์ จะไม่มีโอกาสในการเกิดซีสต์ไขมันใต้ผิวหนังได้อีกในอนาคต

กรณีที่เกิดซีสต์ไขมันใต้ผิวหนังจากการติดเชื้อไวรัส กรณีนี้ไม่พบบ่อยนัก แต่หากซีสต์มีลักษณะบวมแดง และมีไข้ร่วมด้วย ควรได้รับการรักษาทันที การรักษาอาการติดเชื้อส่วนใหญ่รักษาโดยการใช้ยาปฏิชีวนะ หากผู้ป่วยไม่รีบรับการรักษาอาจทำให้เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ 

สาเหตุของซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง

ซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง เกิดจากสาเหตุของปุ่มรากผม หรือขนบวม หรือต่อมผลิตไขมันทำงานผิดปกติ  ซีสต์สามารถเจริญเติบโตได้หากต่อมไขมันอุดตันและมีอาการบวมตามมา อีกสาเหตุคือเกิดจากผิวหนังได้รับบาดแผลจากรอยผ่าตัด หรือรอยขีดข่วน ซีสต์ไขมันใต้ผิวหนังจะเจริญเติบโตช้า ใช้ระยะเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนจนกว่าจะเห็นบริเวณที่เป็นซีสต์ใต้ผิวหนัง 

สาเหตุอื่นๆ ร่วมด้วยที่ทำให้เป็นซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง เช่น 

  • ผิวผิดรูป หรือท่อพิการ
  • เซล์ผิวหนังได้รับการถูกทำลายระหว่างการผ่าตัด
  • เกิดจากพันธุกรรม เช่น ผู้เป็น Gardner’s syndrome หรือ โรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมยีนเด่น

อาการของซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง

หากซีสต์ไขมันใต้ผิวหนังมีขนาดเล็ก จะไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ แต่หากเป็นซีสต์ขนาดใหญ่บริเวณใบหน้าหรือลำคอ จะทำให้มีอาการปวดหรือถึงขั้นปวดรุนแรงได้ 

ซีสต์ชนิดนี้มีลักษณะเป็นถุงน้ำข้างในถุงน้ำเต็มไปด้วยเกล็ดสีขาวของเคราตินที่มีสารส่งผลต่อผิวหนังและเล็บของคุณ ซีสต์ไขมันใต้ผิวหนังส่วนใหญ่จะมีลักษณะอ่อนนุ่ม

พื้นที่ในร่างกายที่ทำให้พบถุงน้ำของซีสต์ชนิดนี้ 

  • หนังศรีษะ
  • ใบหน้า
  • ลำคอ
  • แผ่นหลัง

การทำงานที่ผิดปกติของซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง และอาจก่อให้เกิดมะเร็ง มีลักษณะดังต่อไปนี้ 

  • มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 5 เซนติเมตร
  • เกิดก้อนซีสต์อย่างรวดเร็วแม้ก้อนซีสต์หายไปแล้วในระยะเวลาเพียงไม่นาน 
  • ได้รับการติดเชื้อ และซีสต์มีลักษณะสีแดง เจ็บปวด หรือมีน้ำหนองไหล

การวินิจฉัยซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง

แพทย์จะวินิจฉัยจากลักษณะของซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง หากถุงน้ำมีอาการผิดปกติ แพทย์จะทำการตรวจสอบเพิ่มเติม เพราะเกรงว่าอาจทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ และอาจรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดซีสต์ออก 

การตรวจซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง 

  • ใช้ CT สแกน เพื่อตรวจหาความผิดปกติ
  • ใช้วิธีอัลตร้าซาวน์ เพื่อตรวจสอบถุงน้ำ
  • ใช้วิธีการตัดชิ้นเนื้อ เพื่อกำจัดเนื้อเยื่อบางส่วนออก และนำไปตรวจหาสาเหตุที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็ง

วิธีการรักษาซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง

แพทย์จะใช้วิธีผ่าตัดเพื่อกำจัดซีสต์ออก และรักษาสภาพของผิวให้กลับสู่สภาพเดิมอย่างรวดเร็ว ซีสต์ไขมันใต้ผิวหนังส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แพทย์จะให้ผู้ป่วยเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะกับผู้ป่วย การรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดซีสต์ออก เป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่ผู้ป่วยบางรายกังวลในเรื่องของรอยแผลเป็นที่จะเกิดขึ้นหลังจากผ่าตัด

วิธีการกำจัดซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง มีดังนี้

  • การตัดชิ้นเนื้อแบบกว้างเพื่อเอาซีสต์ไขมันใต้ผิวหนังออก วิธีนี้จะกำจัดได้ถาวร แต่จะทิ้งรอยแผลเป็น
  • การตัดชิ้นเนื้อแบบเล็ก วิธีนี้สามารถกำจัดซีสต์ไขมันใต้ผิวหนังออกได้ แต่อาจจะขึ้นได้อีกในภายหลัง
  • การกำจัดด้วยเลเซอร์ เพื่อให้มีรูระบายถุงน้ำออก (วิธีนี้ใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนจนกว่ารอยของรูถุงน้ำจะหายไป)

หลังจากผู้ป่วยได้รับการตัดเชื้อเนื้อออก แพทย์จะให้ยาแก้อักเสบมาทานเพื่อให้หายเร็วยิ่งขึ้นและป้องกันการติดเชื้อจนกว่าจะหาย และใช้ครีมบำรุงเพื่อรักษาสภาพผิวและป้องกันการเกิดรอยแผลเป็นร่วมด้วย 


ลิ้งค์ด้านล่างนี้เป็นแหล่งข้อมูลของบทความของเรา

เขียนโดย แพทย์หญิงวิกานดา รัตนพันธ์

แพทย์หญิงวิกานดา ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง ประกอบหน้าที่อยู่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เธอมีความเชื่อว่าผิวพรรณที่มีสุขภาพดีจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง ดังนั้นความตั้งใจของเธอคือต้องการช่วยให้ทุกคนมีผิวพรรณที่มีสุขภาพดี ปราศจากโรคทางผิวหนัง และแพทย์หญิงวิกานดาเป็นหนึ่งในแพทย์ที่เก่งมากคนหนึ่งในประเทศ

Leave a Reply