โรคก้อนถุงน้ำที่ข้อมือ (Ganglion Cyst): อาการ สาเหตุ การรักษา

โรคก้อนถุงน้ำที่ข้อมือ (Ganglion Cyst) คือ โรคที่มีถุงก้อนเนื้อเยื่อที่เต็มไปด้วยของเหลว มักเกิดขึ้นบริเวณหลังข้อมือ ลักษณะของถุงน้ำเป็นเยื่อบุข้อหรือเยื่อซีสต์หุ้มเส้นติดกับเอ็น โรคก้อนถุงน้ำที่ข้อมืออาจเกิดขึ้นที่ข้อเท้าได้เช่นกัน ก้อนถุงน้ำจะมีขนาดใหญ่มากกว่า 1 นิ้ว  ก้อนถุงน้ำที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะบางใสจนสามารถมองเห็นใต้ผิวหนัง แต่บางถุงอาจมีขนาดเล็กจนมองไม่เห็นใต้ผิวหนัง   โรคก้อนถุงน้ำที่ข้อมือสามารถเกิดขึ้นได้ง่าย แต่ไม่เป็นอันตราย และสามารถหายได้เอง 

อาการของโรคก้อนถุงน้ำที่ข้อมือ

อาการที่พบมากที่สุดของผู้ป่วยที่เป็นโรคก้อนถุงน้ำที่ข้อมือ จะมีอาการเจ็บตรงบริเวณที่เกิดก้อนถุงน้ำที่ข้อมือ หากผู้ป่วยบางรายเกิดเป็นก้อนถุงน้ำที่ข้อเท้า เวลาเดินจะมีอาการปวด หรือปวดมากเวลาสวมใส่รองเท้า และไม่สามารถเดินได้อย่างคล่องตัว 

หากก้อนถุงน้ำอยู่ใกล้เส้นประสาท จะทำให้มีอาการดังนี้ 

  • ขาดความคล่องตัวในการทำงานหรือการใช้ข้อมือ เช่น การจับสิ่งของ 
  • รู้สึกชา 
  • มีอาการปวด 
  • รู้สึกเสียววูบวาบ 

ก้อนถุงน้ำสามารถใหญ่ขึ้นหรือเล็กลงตามระยะเวลา 

สาเหตุของโรคก้อนถุงน้ำที่ข้อมือ   

ก้อนถุงน้ำเกิดจากการสะสมของของเหลวภายในข้อต่อ หรือบริเวณเส้นเอ็นโดยรอบ ตามตำแหน่งเหล่านี้

  • มือ
  • ข้อมือ
  • เท้า
  • ข้อเท้า

สาเหตุที่ทำให้เกิดการสะสมของเหลวจนกลายเป็นก้อนถุงน้ำบริเวณข้อต่างๆดังกล่าว ยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจน   แต่อาการดังกล่าวสามารถเกิดจากการได้รับบาดเจ็บ การสึกหรอของข้อ หรือการใช้งานที่มากเกินไป โรคก้อนถุงน้ำที่ข้อมือสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งชายและหญิง หรือผู้ที่ใช้ข้อมือบ่อยๆ เช่น นักยิมนาสติก 

การวินิจฉัยโรคก้อนถุงน้ำที่ข้อมือ

แพทย์จะทำการตรวจสอบถุงก้อนเนื้อและตรวจร่างกาย และซักประวัติของผู้ป่วย สอบถามถึงระยะเวลาที่เริ่มมีอาการของก้อนถุงน้ำที่ข้อมือ ในกรณีที่ไม่สามารถมองเห็นก้อนถุงน้ำที่ข้อมือแพทย์อาจทำการ เอ็กซเรย์ หรืออัลตราซาวน์หรือ MRI และอาจตรวจเช็คเพิ่มเติมหากมีอาการข้ออักเสบ รวมทั้งตรวจดูว่ามีเนื้องอกด้วยหรือไม่ แพทย์อาจใช้เข็มดูดเพื่อเอาของเหลวภายในก้อนถุงออกมาและทำการวินิจฉัย

การรักษาโรคก้อนถุงน้ำที่ข้อมือ

โรคก้อนถุงน้ำที่ข้อมือ หากไม่มีอาการเจ็บปวด ก้อนถุงน้ำสามารถหายเองได้โดยไม่ต้องรักษา ผู้ป่วยควรทำตามคำแนะนำของแพทย์ดังนี้ 

  • หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวข้อมือบ่อยๆ
  • ควรสวมใส่สายรัดข้อมือเพราะแรงรัด จะช่วยทำให้ก้อนถุงน้ำหดตัว
  • หากเกิดก้อนถุงน้ำบริเวณเท้าหรือข้อเท้า ควรสวมรองเท้าที่ไม่เกิดการเสียดสีกับก้อนถุงน้ำ  

หากมีอาการปวดบริเวณก้อนถุงน้ำและไม่สามารถทนอาการเจ็บปวดได้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาโดยเร็วที่สุด  แพทย์จะนำเอาของเหลวออกจากก้อนถุงน้ำที่เกิดขึ้น หรืออาจผ่าตัด แต่วิธีผ่าตัดจะเป็นทางเลือกสุดท้ายในการรักษา ในกรณีที่รักษาด้วยวิธีเบื้องต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้น ก้อนถุงน้ำสามารถกลับมาเป็นได้อีกถึงแม้แพทย์จะรักษาด้วยการผ่าตัดไปแล้วก็ตาม   


ลิ้งค์ด้านล่างนี้เป็นแหล่งข้อมูลของบทความของเรา

เขียนโดย แพทย์หญิงวิกานดา รัตนพันธ์

แพทย์หญิงวิกานดา ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง ประกอบหน้าที่อยู่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เธอมีความเชื่อว่าผิวพรรณที่มีสุขภาพดีจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง ดังนั้นความตั้งใจของเธอคือต้องการช่วยให้ทุกคนมีผิวพรรณที่มีสุขภาพดี ปราศจากโรคทางผิวหนัง และแพทย์หญิงวิกานดาเป็นหนึ่งในแพทย์ที่เก่งมากคนหนึ่งในประเทศ

Leave a Reply