อาการบ้านหมุน

อาการบ้านหมุน (Vertigo) : อาการ สาเหตุ การรักษา

อาการที่เกี่ยวข้องกับอาการบ้านหมุน

อาการบ้านหมุน (Vertigo) คืออาการที่สามารถพบได้บ่อย คุณจะรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวขณะที่คุณอยู่เฉยๆหรือรู้สึกว่าสิ่งต่างๆรอบตัวมีการขยับ โดยลักษณะอาการจะคล้ายๆกับการเมารถ ผู้ที่มีอาการมักจะบอกว่ามีอาการเวียนหัวเหมือนห้องกำลังหมุน 

สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของอาการบ้านหมุน คือโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคน้ำในหูไม่เท่ากันและอาการเวียนศรีษะแบบเฉียบพลัน

กำลังโหลด

วิธีการรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรค การรักษาที่ได้รับความนิยมได้แก่ การทำกายภาพบำบัดหรือการใช้ยา

แนวโน้มของโรคที่เกี่ยวข้อง ขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการ อาการบ้านหมุนแบบเฉียบพลันมักจะเกิดขึ้นน้อยกว่า 24-48 ชั่วโมง โรคน้ำในหูไม่เท่ากันไม่มีวิธีการรักษา แต่มีวิธีการจัดการกับอาการของโรค

อาการบ้านหมุน

สาเหตุของโรคที่เกี่ยวกับอาการบ้านหมุน

อาการบ้านหมุนมีสองประเภท คือ อาการบ้านหมุนจากหูชั้นในหรือการทำงานของเส้นประสาทที่เชื่อมระหว่างหูชั้นในกับสมอง

อาการบ้านหมุนเกิดจากปัญหาของสมองโดยเฉพาะบริเวณสมองส่วนน้อย ซึ่งทำหน้าที่ในการควบคุมการเคลื่อนไหวและการทรงตัว

สาเหตุของอาการบ้านหมุนจากหูชั้นใน

อาการบ้านหมุนเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้มากถึง 93% :

กำลังโหลด
  • โรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน (BPPV) เกิดจากการแคลเซียมในหูของคุณเคลื่อนออกเป็นรูปครึ่งวงกลม
  • โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ส่งผลต่อการทรงตัวและการได้ยิน
  • หูชั้นในอักเสบอย่างเฉียบพลัน (APV) เป็นการอักเสบของหูชั้นในที่ทำให้เกิดอาการเวียนหัวอย่างกระทันหัน

สาเหตุของอาการบ้านหมุนจากหูชั้นในที่พบได้ยากคือ :

  • การทะลุของเยื้อกั้นหูชั้นกลางและหูชั้นในหรือความผิดปกติจของการสื่อสารระหว่างหูชั้นกลางและหูชั้นใน
  • หูน้ำหนวก เกิดจากการเสื่อมของถุงน้ำในหูชั้นใน
  • โรคหินปูนเกาะกระดูกหู เป็นการเจริญเติบโตที่ปิดปกติของกระดูกในหูชั้นกลาง

เหตุที่ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะส่วนกลาง

สาเหตุของอาการเวียนศรีษะส่วนกลางเกิดจาก :

  • หลอดเลือดสมองอุดตัน
  • เนื้องอกในซีรีเบลลัม
  • ไมเกรน
  • เส้นเลือดอุดตัน

อาการที่เกี่ยวข้องของโรคเวียนศีรษะส่วนกลาง

อาการเวียนศีรษะมีความรู้สึกคล้ายอาการเมารถ หรือมีอาการคล้ายๆกับห้องหมุน

และอาการเวียนศีรษะส่วนกลางยังรวมไปถึง :

การวินิจฉัยโรคเวียนศีรษะส่วนกลาง

การวินิจฉัยของอาการขึ้นอยู่กับ :

  • อาการบ้านหมุน
  • เกิดจากหูชั้นในหรือหูชั้นกลาง
  • ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

แพทย์สามารถแยกอาการเวียนหัวออกจากอาการบ้านหมุนได้ โดยการถามคำถามง่ายๆว่า คุณเวียนหัวหรือโลกหมุน

หากโลกกำลังหมุนแสดงว่าคุณมีอาการเวียนบ้านหมุน แต่ถ้าหากรู้สึกมึนงงแสดงว่าคุณมีอาการเวียนศรีษะ

การทดสอบ

การทดสอบอาการบ้านหมุนได้แก่ :

  • การทดสอบอาการกระตุกของศรีษะ ผู้ตรวจจะให้คุณมองไปยังจมูกของพวกเขา จากนั้นเขาจะขยับศรีษะอย่างรวดเร็วเพื่อดูการเคลื่อนไหวของดวงตา
  • การทดสอบ Romberg: แพทย์จะให้คุณยืนตรงและหลับตา จากนั้นพยายามรักษาสมดุล
  • การทดสอบ Fukuda-Unterberger: แพทย์จะให้คุณเดินหลับตาโดยที่ไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง
  • การทดสอบ Dix-Hallpike: คุณจะนั่งบนโต๊ะที่เอนหงายอย่างรวดเร็ว แพทย์จะดูการเคลื่อนไหวของตา เพื่อหาอาการอื่นๆเพิ่มเติม

การทดสอบจะรวมไปถึง :

  • CT scan
  • MRI

สัญญาณเตือนของโรค

สัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงได้แก่ :

  • อาการบ้านหมุนกระทันหันที่ไม่ได้มาจากการเคลื่อนไหว
  • อาการบ้านหมุนที่เกี่ยวกับอาการทางระบบประสาท เช่น กล้ามเนื้อขาดการประสานงานหรือมีความอ่อนแอ
  • อาการบ้านหมุนที่สูญเสียการได้ยินโดยที่ไม่เคยมีประวัติของโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

วิธีการรักษาอาการบ้านหมุน

วิธีการรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรค ยา Vestibular blocking agents (VBAs) เป็นที่นิยมมากในการรักษา

Vestibular blocking agents รวมไปถึง:

วิธีการรักษาอาการบ้านหมุนแบบเฉพาะเจาะจงคือ :

  • อาการบ้านหมุนเฉียบพลัน: นอนพัก, VBAs, ยาแก้แพ้
  • BPPV: เป็นการทำให้แคลเซียมที่หลุดออกจากที่ หลุดออกจากหู
  • หูชั้นในอักเสบเฉียบพลัน: นอนพัก, VBAs
  • โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน: นอนพัก, ยาแก้แพ้, ยาขับปัสสาวะ และ VBAs

ความเสี่ยงของโรคบ้านหมุน

ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคบ้านหมุนคือ:

  • โรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้สูงอายุ
  • การติดเชื้อในหูที่ทำให้หูชั้นในผิดปกติ
  • มีประวัติของโรคเนื้องอกในสมอง
  • การใช้ยารักษาโรคซึมเศร้าหรืออาการทางประสาท

แนวโน้มของอาการบ้านหมุน

อาการบ้านหมุนขึ้นอยู่กับสาเหตุของการเกิดโรค โดยส่วนมากมักมีอาการน้อยกว่า 24-48 ชั่วโมง เป็นโรคที่ไม่มีทางรักษา แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางในการดูแลตัวเอง


นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา


เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

Leave a Reply