ปวดหัว (Headache) หรือ ปวดศีรษะ : อาการ สาเหตุ การรักษา

ผู้เขียน Dr. Wikanda Rattanaphan
0
ปวดหัว
การปวดศีรษะ (Headache) หรือการปวดหัวบ่อย ๆ เป็นอาการปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนในทุกเพศและทุกวัย โดยอาการปวดหัวนั้นจะเกิดขึ้นบริเวณศรีษะหรือคอส่วนบน อาการปวดหัว นั้นอาจจะมีอาการปวดที่ไม่รุนแรงไปจนถึงอาการปวดขั้นรุนแรง โดยอาการปวดที่รุนแรงนั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันต่าง ๆ ได้  ปวดหัว (Headache)

ปวดหัวเกิดจากสาเหตุอะไร

สาเหตุหลักของอาการปวดหัว

แพทย์ได้จำแนกสาเหตุของอาการปวดหัวไว้มากมายว่า ปวดหัวเกิดจากอะไรบ้าง สาเหตุการปวดหัวหลักนั้นอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับ เงื่อนไขทางการแพทย์แต่อย่างใด แต่จะมีผลสืบเนื่องมาจากการทำงานที่ผิดปกติของสมอง เช่น การปวดไมเกรน ปวดแบบคลัสเตอร์ และอาการเครียด 

สาเหตุรองของการปวดหัว

สาเหตุรองของการปวดหัวนั้นมักจะเกี่ยวข้องกับอาการป่วย หรือโรคที่ผู้ป่วยเป็นและส่งผลให้เกิดอาการปวดหัว โดยโรคต่าง ๆ ดังนี้ที่อาจจะก่อให้เกิดอาการปวดหัวได้ 

เนื้องอกในสมอง หรือหลอดเลือดในสมองโป่ง

การเกิดเนื้องอกในสมอง เกิดการกดทับเนื้อเยื่อในสมองทำให้เกิดการบกวนการทำงานของระบบประสาท ส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดอาการปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน รวมไปถึงผลข้างเคียงอื่น ๆ

โรคที่เกิดจากความผิดปกติของคอส่วนบน

โรคที่เกิดจากความผิดปกติของคอส่วนบน ที่อาจจะมีสาเหตุมาจากการเสื่อมสภาพไปตามวัย หรือมีสาเหตุมาจากการบาดเจ็บทำให้ข้อต่อเกิดการอักเสบ หรือการกดทับปมประสาท ส่งผลให้มีอาการปวดร้าวตั้งแต่คอจนไปถึงปวดขมับทั้งสองข้าง

การใช้ยาบางประเภทเป็นเวลานานเกินไป หรือมากเกินขนาด

สำหรับผู้ป่วยบางรายที่มีการใช้ยาแก้อาการปวดหัวบางประเภท เช่น Hydrocodone ปริมาณมากเกินไป และมีการลดปริมาณลง หรือหยุดการใช้ยาภายหลัง ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นอาจจะทำให้เกิดอาการปวดหัวได้ 

เยื่อหุ้มสมองอักเสบ

เยื่อหุ้มสมองอักเสบเกิดที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการไข้สูง ปวดหัว คลื่นไส้

สมองได้รับการกระทบกระเทือน

หากผู้ป่วยเคยประสบอุบัติเหตุที่ทำให้สมองเกิดการกระทบกระเทือน นี่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการปวดหัวบ่อยได้ 

ไซนัส

สาเหตุของการปวดหัวจากเยื่อบุไซนัสมีการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้ไซนัสมีการบวม หรืออักเสบส่งผลให้เกิดการปวดหัวและกระบอกตา

ประเภทของการปวดหัว

ประเภทของการปวดหัวมีอยู่หลายแบบด้วยกัน  แต่สามารถแบ่งได้เป็นประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

ปวดหัวจากการตึงเครียด

ปวดหัวจากความเครียดนั้นพบได้โดยทั่วไป และมักจะพบในเพศหญิงอายุช่วง 20 ปี การปวดหัวประเภทนี้ ผู้ปวดจะมีความรู้สึกเหมือนกับมีสิ่งบีบรัดอยู่รอบศีรษะ โดยมีสาเหตุมาจากการตึงของกล้ามเนื้อต้นคอและหนังศีรษะ การยศาสตร์ในการนั่งที่ไม่ถูกต้องและความเครียดเป็นสาเหตุหลักของอาการปวดหัวประเภทนี้ การปวดหัวจากการตึงเครียดนั้น เกิดขึ้นได้ในช่วงเวลาไม่กี่นาที ไปจนถึงยาวนานตลอดทั้งวัน และมีแนวโน้มที่จะเกิดอาการปวดหัวแบบนี้ซ้ำได้อีก

ปวดหัวแบบคลัสเตอร์

การปวดหัวแบบคลัสเตอร์นั้นไม่ใช่การปวดหัวอย่างรุนแรง แต่จะมีอาการปวดหัวข้างเดียวบ่อยๆ หรือปวดในส่วนของกระบอกตา การปวดหัวแบบนี้จะทำให้ปวดบริเวณตาและมีอาการคัดจมูก การปวดหัวแบบคลัสเตอร์มักจะขยายเวลาการปวดหัวออกไปได้ยาวนาน ซึ่งสามารถยาวนานได้ถึง 6 สัปดาห์ การปวดหัวแบบคลัสเตอร์สามารถเกิดได้ในทุกๆวัน และสามารถเกิดได้มากกว่า 1 ครั้งต่อวัน สาเหตุของการปวดหัวประเภทนี้ยังไม่สามารถบอกได้อย่างแน่ชัด แต่อย่างไรก็ตามการปวดหัวแบบนี้เป็นสิ่งที่พบได้ยาก แต่มักจะพบในเพศชายอายุระหว่าง 20 – 40 ปี

การปวดหัวไมเกรน

การปวดหัวไมเกรนนั้นสามารถทำให้มีอาการปวดตึบๆ และรู้สึกปวดแบบบีบรัดได้ โดยมักจะเกิดที่ศีรษะด้านใดด้านหนึ่ง การปวดหัวแบบไมเกรนนั้นสามารถแบ่งได้เป็นอีกหลายแบบเช่นกัน แต่ในที่นี้จะขอพูดถึงการปวดหัวไมเกรนแบบโครนิกไมเกรน การปวดหัวแบบนี้จะปรากฏนานถึง 15 วัน หรือมากกว่านั้นตลอดระยะเวลา 1 เดือน  การปวดหัวไมเกรนแบบครึ่งซีกนั้นมีอาการคล้ายกับการปวดหัวแบบเป็นอัมพาตที่พบในสโตรค ผู้ที่เป็นไมเกรนสามารถที่จะไม่มีอาการปวดหัวร่วมด้วย แต่อาจจะมีอาการอื่นๆ เช่น การคลื่นไส้ อาเจียน  มองเห็นได้ไม่ชัดเจน และเวียนศีรษะ แต่ไม่มีอาการปวดหัว

การปวดหัวแบบรีบาวด์

การปวดหัวแบบรีบาวด์มักจะพบในผู้ที่หยุดใช้ยาระงับอาการปวดหัวอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่ปวดหัวประเภทนี้มักจะพบในผู้ที่เคยใช้ยาดังต่อไปนี้ อะซีตามิโนเฟน,ทริปเทนส์, เออร์โกทาร์ไมน์ และยาอื่นๆ เช่น ไทลินอลที่มีส่วนผสมของโคดีน

การปวดหัวเหมือนฟ้าผ่า

การปวดหัวเหมือนฟ้าผ่านี้จะเกิดโดยกระทันหันอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว อาการเหล่านี้มักจะปรากฏขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน สามารถเกิดได้ยาวนาน 5 นาที โดยการปวดหัวแบบนี้เป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง หากคุณมีอาการนี้คุณควรไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาทันที 

ลักษณะอาการที่บ่งบอกว่าเป็นการปวดหัวประเภทใด

การปวดหัวจากการตึงเครียด

การปวดหัวจากการตึงเครียดจะประกอบไปด้วยลักษณะอาการดังนี้
  • ตึงที่คอ
  • ปวดหัว
  • เจ็บที่หนังศีรษะ
  • ตึงบริเวณไหล่
  • เจ็บบีบรัดหรือปวดบริเวณหน้าผาก โดยสามารถลุกลามไปที่ศีรษะด้านหลังได้
บางครั้งการปวดหัวจากการตึงเครียดจะแสดงลักษณะอาการเหมือนปวดหัวแบบไมเกรนได้ อย่างไรก็ตามการปวดหัวแบบนี้จะไม่รบกวนการมองเห็นเหมือนกับที่การปวดหัวแบบไมเกรน 

การปวดหัวแบบคลัสเตอร์

การปวดหัวแบบคลัสเตอร์มักจะปรากฏในระยะเวลาอันสั้น และทำให้ปวดบริเวณกระบอกตา การปวดหัวแบบนี้มักจะปวดบริเวณศีรษะด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งอาจจะมีอาการปวดตึบ ๆ หรือปวดแบบคงที่ การปวดหัวแบบนี้อาจจะปวดภายใน 1 – 2 ชั่วโมงหลังจากที่คุณเข้านอน การปวดหัวแบบนี้คล้ายคลึงกับการปวดหัวแบบไมเกรนแต่จะไม่ก่อให้เกิดอาการคลื่นไส้ร่วมด้วย

การปวดหัวแบบไมเกรน

การปวดหัวแบบไมเกรนมักจะพบลักษณะอาการดังต่อไปนี้:
  • ปวดตึบๆ ภายในศีรษะ
  • คลื่นไส้
  • ปวดที่ด้านใดด้านหนึ่งของศีรษะ
  • ประสาทสัมผัสไวต่อเสียงและแสง
  • ปวดหัวอย่างรุนแรง
  • อาเจียน
การปวดหัวแบบไมเกรนนั้นก่อให้เกิดการรบกวนสมาธิและการใช้ชีวิตประจำวันได้

การปวดหัวแบบรีบาวด์

การปวดหัวแบบรีบาวด์นั้นสามารถเกิดขึ้นได้ในระหว่างวัน และมักจะเกิดอย่างรุนแรงในช่วงเช้า  ผู้ที่มีอาการปวดหัวแบบนี้มักจะบรรเทาอาการปวดหัวด้วยการกลับไปใช้ยาซ้ำ ลักษณะอาการของผู้ปวดหัวแบบนี้ประกอบไปด้วย
  • หงุดหงิด
  • คลื่นไส้
  • กระสับกระส่าย
  • มีปัญหาในการจดจำรายละเอียด
ลักษณะอาการปวดหัวแบบนี้มักจะขึ้นอยู่กับยาที่ผู้ใช้เคยได้รับ

การปวดหัวแบบฟ้าผ่า

การปวดหัวแบบฟ้าผ่านั้นจะปวดแบบรุนแรงและกระทันหันในระยะเวลาอันสั้น เมื่อแพทย์พบว่าคุณมีอาการปวดหัวแบบนี้ มักจะทำการวินิจฉัยและทดสอบดังต่อไปนี้ 
  • การตรวจนับเม็ดเลือดสมบูรณ์ (CBC) การตรวจสอบเลือดสามารถแสดงอาการติดเชื้อได้
  • การเอ็กซเรย์กะโหลก สามารถทำให้เห็นรายละเอียดภายในกะโหลกศีรษะได้ชัดเจน
  • การเอ็กซเรย์ไซนัส สามารถทำให้ตรวจสอบได้ว่ามีอาการไซนัสอักเสบหรือไม่
  • การสแกนCT or MRI สามารถตรวจสอบความผิดปกติของหลอดเลือดสมองและการอุดตันของหลอดเลือดสมองได้

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

หากอาการปวดหัวไม่ได้มีผลข้างเคียงมาจากการป่วยเป็นโรคร้าย ผู้ป่วยสามารถใช้วิธีบรรเทาอาการปวดหัวได้เอง แต่หากอาการปวดหัวนั้นส่งผลมาจากการกระทบกระเทือนทางอุบัติเหตุ และมีอาการข้างเคียงตามมา ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์ทันที หากมีอาการดังนี้ :
  • วิงเวียน
  • มีไข้
  • อาเจียน
  • มีอาการชาบริเวณใบหน้า
  • ไม่สามารถออกเสียงได้ตามปกติ
  • แขนขาอ่อนแรง
  • ชัก
  • ปวดตึงรอบดวงตา
  • เจ็บคอ

การรักษาอาการปวดหัว

การรักษาอาการปวดหัวนั้นมักจะใช้วิธีแก้อาการปวดหัวหรือวิธีรักษาที่แตกต่างกันออกไปตามสาเหตุ หากการปวดหัวนั้นเกิดขึ้นจากอาการป่วย เมื่ออาการป่วยหายเป็นปกติ อาการปวดหัวก็จะหายไป แต่หากอาการปวดหัวนั้นเกิดมาจากโรคประจำตัว  หรือความเครียดที่ไม่ได้เป็นโรคร้ายแรง ผู้ป่วยสามารถทานยาแก้ปวดหัวจำพวก แอสไพริน หรือ ไทลีนอล หรือไอบลูโปรเฟน เพื่อบรรเทาอาการปวดได้ 

การบรรเทาอาการปวดหัวด้วยวิธีธรรมชาติ

ในบางครั้งการรับประทานวิตตามินหรือสมุนไพรที่มาจากธรรมชาติอาจจะช่วยบรรเทาอาการปวดศรีษะได้ด้วยเช่นกัน 
  • การรับประทาน Coenzyme Q10 ปริมาณ 100 มิลลิกรัม 3 เวลา จะช่วยแก้ปวดหัวไมเกรนได้ ถือเป็นการแก้ไมเกรนเบื้องต้นได้เป็นอย่างดี 
  • การฉีดแมกนีเซียมในผู้ป่วยบางรายที่มีอาการไมเกรนอย่างรุนแรงสามารถลดอาการปวดหัว ได้ 
  • การดื่มน้ำขิงขิงจะสามารถช่วยบรรเทาอาการไมเกรนได้ ด้วยการยับยั้งการสังเคราะห์ prostaglandin จึงส่งผลให้อาการปวดลดลง

การป้องกันการปวดหัว

การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ และดูแลสุขภาพสม่ำเสมอ จะช่วยลดปัจจัยเร้าในการเกิดอาการปวดหัวและเป็นกุญแจสำคัญที่จะลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอื่น ๆ ตามมา การหลีกอาหารที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอาการปวดหัว สำหรับผู้ป่วยบางคนนั้น อาหารมีส่วนที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวได้ อาทิเช่น ชีส ไวน์ ช็อคโกแลต หัวหอม เนื้อสัตว์ที่ผ่านกระบวนการแปรรูป ดังนั้นผู้ป่วยควรสังเกตอาการเมื่อรับประทานอาหารบางประเภทเป็นประจำแล้วก่อให้เกิดอาการปวดหัวซ้ำ ๆ นั่นอาจจะเป็นสาเหตุได้  
  • หลีกเลี่ยงการรับคาเฟอีนที่มากเกินไป การดื่มกาแฟ 6 แก้วต่อวัน หรือมากกว่านั้น สามารถเป็นสาเหตุที่นำมาสู่การปวดหัวแบบโครนิกได้  ควรจำกัดการดื่มกาแฟเพียง 2-3 แก้วต่อวันเท่านั้น
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับไม่เพียง วิธีป้องกันการปวดหัวจากสาเหตุนี้ที่ดีที่สุดคือ การคำนวณเวลาพักผ่อนต่อคืนให้เพียงพอ เพื่อที่จะได้ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าอย่างสดชื่น จะได้ไม่ต้องมีอาการปวดหัวบ่อย
  • การใช้วิธีบำบัดหรือบรรเทาด้านร่างกาย เทคนิคนี้เป็นการเน้นเรื่องจิตใจ การสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
  • การนวดแก้ปวดหัวและคลายเครียด การกดจุดแก้ปวดหัว รวมถึงการรักษาไคโรพราทิกสามารถช่วยป้องกันการปวดหัวได้ในผู้ป่วยบางราย อย่างไรก็ตามเราควรจะพบแพทย์ก่อนที่จะเริ่มวิธีการบำบัดใดๆ
  • การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ และครั้งละ 30 นาทีเป็นอย่างต่ำ สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดหัวจากความเครียด ซึ่งบ่อยครั้งที่เราเครียดแล้วปวดหัว่่่่่่่่่่่ แต่อย่างไรก็ตามถ้าคุณมีเวลาไม่มากพอ การเบรคเพื่อออกกำลังกาย 10 – 15 นาที ก็สามารถช่วยคุณได้เช่นกัน

คำถามที่พบบ่อย

การเยียวยาธรรมชาติสำหรับอาการปวดหัว
  • ดื่มน้ำ  การขาดน้ำที่เพียงพออาจทำให้คุณปวดหัวได้ 
  • ทานแมกนีเซียม 
  • จำกัด แอลกอฮอล์  
  • นอนหลับให้เพียงพอ 
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีฮีสตามีนสูง  
  • ลองใช้น้ำมันหอมระเหย 
  • ลองกินวิตามินบีรวม 
  • บรรเทาอาการปวดด้วยการประคบเย็น 
คุณจะกำจัดอาการปวดหัวอย่างรวดเร็วได้อย่างไร  ใช้แผ่นความร้อนตั้งไฟต่ำ ขวดน้ำร้อน ฝักบัวหรืออ่างอาบน้ำอุ่น ลูกประคบอุ่น หรือผ้าร้อน หรือประคบน้ำแข็งหรือผ้า เย็นที่หน้าผาก การนวดยังสามารถคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และปวดศีรษะได้ในบางครั้ง อาการปวดหัวอยู่นานแค่ไหน  โดยปกติแล้ว อาการปวดหัวจากความตึงเครียดจะไม่รุนแรงพอที่จะทำให้คุณทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันไม่ได้ โดยปกติจะใช้เวลา 30 นาทีถึง หลายชั่วโมง แต่สามารถอยู่ได้นานหลายวัน กาแฟดีต่ออาการปวดหัวหรือไม่  คาเฟอีนสามารถบรรเทาอาการปวดหัวได้คาเฟอีนมีคุณสมบัติทำให้หลอดเลือดหดตัว หมายความว่าหลอดเลือดจะตีบตันเพื่อจำกัดการไหลเวียนของเลือด จึงช่วยบรรเทาอาการปวดได้ การอดนอนทำให้ปวดหัวได้หรือไม่  โดยทั่วไปแล้ว การนอนหลับไม่ เพียงพอทำให้เกิดอาการปวดหัวและไมเกรนในบางคน ในการศึกษาจำนวนมากเกี่ยวกับผู้ป่วยไมเกรน ครึ่งหนึ่งกล่าวว่าการรบกวนการนอนหลับมีส่วนทำให้ปวดศีรษะ และผู้ที่นอนหลับเฉลี่ยคืนละ 6 ชั่วโมงจะมีอาการปวดศีรษะบ่อยและรุนแรงกว่าผู้ที่นอนหลับนานกว่า น้ำเย็นดีต่ออาการปวดหัวหรือไม่  นอกจากนี้ความเย็นยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ในการศึกษาที่ดำเนินการเมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ป่วยไมเกรนที่ได้รับการบำบัดด้วยความเย็นมีอาการไมเกรนน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมาก สิ่งสำคัญคือต้องสังเกตว่า บางคนมี อาการไมเกรนเมื่อศีรษะจมอยู่ในน้ำเย็น อาการปวดหัวอันตรายหรือไม่ อาการปวดหัวส่งผลกระทบต่อเราเกือบครึ่งหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่งปี ข่าวดีก็คือ 90 เปอร์เซ็นต์ของการปวดหัวนั้น “ไม่เป็นอันตราย” นั่นหมายความว่าพวกมันไม่เป็นอันตรายหรือเป็นอันตรายต่อคุณ ข่าวร้ายคือ 10 เปอร์เซ็นต์ของ อาการปวดหัวเป็นสัญญาณของอาการร้ายแรงซึ่งจำเป็นต้องได้รับการประเมินในกรณีฉุกเฉิน ปวดหัวบริเวณตาคืออะไร  อาการของอาการปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ได้แก่ การปวดอย่างรุนแรงที่หลังหรือเหนือตาข้างหนึ่งหรือในขมับ อาจเกิดการฉีกขาดของตา ความแออัดในรูจมูกที่เกี่ยวข้อง และการเปลี่ยนแปลงของรูม่านตาและเปลือกตาหลบตา ทำไมการอาบน้ำจึงช่วยให้หายปวดหัวได้  การอาบน้ำและอ่างอาบน้ำถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการบำบัดด้วยความร้อนสำหรับไมเกรน พวกเขากล่าวว่าท่ามกลางวิธีการรักษาที่เกี่ยวข้องกับความร้อนอื่นๆการอาบน้ำอุ่นมีพลังในการหยุดสัญญาณความเจ็บปวดจากการเดินทางไปยังสมอง และเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ซึ่งสามารถช่วยบรรเทากล้ามเนื้อได้ ทำไมตื่นมาแล้วปวดหัว  ความผิดปกติของการนอนหรือสุขภาพหลายอย่าง รวมถึงนิสัยส่วนตัวสามารถกระตุ้นอาการปวดหัวเมื่อคุณตื่นนอน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ไมเกรน และการอดนอนเป็นสาเหตุที่พบบ่อย อย่างไรก็ตาม การนอนกัดฟัน การดื่มแอลกอฮอล์ และการใช้ยาบางชนิดอาจทำให้คุณตื่นขึ้นพร้อมกับอาการปวดหัวได้ ผลไม้ชนิดใดดีที่สุดสำหรับอาการปวดหัวคืออะไร กล้วยเป็นอาหารที่ยอดเยี่ยมสำหรับการฟื้นฟูพลังงานอย่างรวดเร็ว และมีแมกนีเซียมสูง ซึ่งจะมีประโยชน์เมื่อมีคนปวดหัว

ลิงค์ด้านล่างเป็นแหล่งข้อมูลบทความของเรา

  • https://www.webmd.com/migraines-headaches/migraines-headaches-basics
  • https://www.health.harvard.edu/pain/headache-when-to-worry-what-to-do
  • https://www.mayoclinic.org/symptoms/headache/basics/definition/sym-20050800

เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

แจ้งให้ทราบ
guest
0 ความคิดเห็น
การตอบรับแบบอินไลน์
ดูความคิดเห็นทั้งหมด