โรคหิด (Scabies) : สาเหตุ อาการ การรักษาด้วยตัวเองที่บ้าน

โรคหิดคืออะไร

โรคหิด (Scabies) เกิดจากอะไร โรคหิดเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากตัวหิดที่รู้จักกันในชื่อ Sarcoptes scabiei เป็นไรชนิดหนึ่งสามารถมีชีวิตอยู่บนผิวคนได้เป็นเวลาหลายเดือน ตัวหิดนี้สามารถขุดผิวหนังและลงไปและวางไข่ ทำให้เกิดผื่นแดงคันบนผิวหนัง หรือกัดกินเซลล์ผิวของคุณทำให้เป็นผื่น(rash)  และผิวมีอาการคัน(itchy skin)และแดงที่ผิวหนังอาการคันรุนแรงอาจเกิดมาจากการตอบสนองของภูมิคุ้มกันร่างกายที่มีต่อน้ำลาย ไข่ ของตัวหิด และโรคหิดสามารถติดต่อกันได้

โรคหิด (Scabies)
  โรคหิด (Scabies)

สาเหตุของโรคหิต

บางคนอาจจะติดโรคนี้มาจากบุคคลอื่น ๆ หรือไรตามที่นอน เมื่อหิดมาอาศัยอยู่บนตัวคนแล้วหิดตัวเมียจะทำการขุดเจาะผิวหนังวางไข่ในวันละ 1-3 ฟอง หิดตัวเมียนี้จะขุดผิวหนังต่อไปเรื่อย ๆ วันละ 2-3 มิลลิเมตร และวางไข่ไปได้เรื่อย ๆ ประมาณ 1-2 เดือนจนกว่าจะหมดวงจรชีวิตที่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ หิดจะขุดเฉพาะผิวหนังชั้นบนสุดเท่านั้น และหิดตัวผู้ก็จะมาผสมพันธ์หลังจากผสมพันธ์วงจรชีวิตของหิดตัวผู้จะสิ้นลง ส่วนหิดตัวเมียจะเริ่มวางไข่และเริ่มวงจนชีวิตใหม่ โดยไข่ที่วางจะฟักตัวภายใน 3-4 วัน และหิดจะเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อย ๆ หากไม่ได้รับการรักษา 

ประเภทของหิด

โรคหิดต้นแบบ (Classic scabies) 

มีลักษณะผื่นเป็นตุ่มแดง ตุ่มน้ำใส ตุ่มหนอง หรือผื่นที่เกิดจากการเกา (คัน) สำหรับลักษณะของผื่นต่าง ๆ ที่กล่าวมานั้น จะขึ้นกระจายไปทั่วตัว หรือบริเวณที่ผิวมีอุณหภูมิอุ่น เช่น ง่ามนิ้วมือ นิ้วเท้า ข้อมือ ข้อศอก ข้อเท้า รักแร้ รอบหัวนม รอบสะดือ ท้อง ก้น หัวหน่าว อวัยวะเพศชาย ลูกอัณฑะ ขาหนีบ หากเกามาก ๆ อาจติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้

โรคหิดนอร์เวย์ 

เป็นการติดเชื้อหิดที่รุนแรง เนื่องจากมีหิดหลายพันตัวอยู่อาศัยอยู่บนผิวหนัง โรคหิดทั่วไปสามารถมีอาการรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นโรคหิดนอร์เวย์ได้ หากมีจำนวนหิดเพิ่มขึ้นและไม่ได้รับการรักษา และอาจจะลามไปส่วนอื่น ๆ เช่น ศรีษะ คอ และเล็บ หรือทั่วร่างกาย แต่หิดชนิดนี้อาจจะไม่ส่งให้เกิดอาการคัน ผู้ป่วยสามารถสังเกตุอาการได้โดย ผิวหนังจะมีสะเก็ดนูนหนาขึ้นเพราะมีตัวหิดรวมตัวกัน โดยมักคล้ายกับ โรคสะเก็ดเงิน(Psoriasis) 

ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหิดนอร์เวย์

  • ผู้ป่วย HIV
  • ผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s Disease) 
  • ผู้ป่วยดาวน์ซินโดรม 

การติดต่อของโรคหิด

  • การแพร่กระจายของไรก็อาจถูกส่งผ่านเสื้อผ้าหรือผ้าปูที่นอน ใช้ผ้าขนหนูร่วมกัน โดยไม่จำเป็นต้องติดต่อผู้ใกล้ชิด
  • การสัมผัสกันทางผิวหนัง
  • การมีเพศสัมพันธ์

อาการของโรคหิด (Scabies)

อาการของหิดหลังจากได้รับเชื้อหิดในเบื้องต้นอาจใช้เวลาถึงหกสัปดาห์กว่าที่อาการจะปรากฏ อาการมักจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วขึ้นในคนที่เคยเป็นโรคหิดมาก่อน โดยผู้ป่วยจะมีอาการดังนี้ 

  • จะมีอาการคันอย่างรุนแรงที่ผิว โรคหิดอาการจะมักจะแย่ลงในช่วงกลางคืน 
  • หากเกาบริเวณที่เกิดปัญหามากไป อาจจะก่อให้เกิดการติดเชื้อทางผิวหนัง 
  • มีผื่นขึ้นบริเวณที่มีหิดฝังตัวอยู่

หิดมักพบมากในบางบริเวณ และสามารถพบได้ในทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยมักพบได้บ่อยบริเวณดังนี้: 

  • ข้อมือ
  • ง่ามนิ้วมือ
  • อวัยวะเพศชาย
  • รักแร้
  • ก้น
  • ข้อศอก
  • รักแร้
  • ใต้ราวนม
  • เอว

วิธีรักษาโรคหิด

โรคหิดรักษาอย่างไร การรักษาโรคหิดนั้นมีหลายวิธี แต่ทั้งนี้ผู้ป่วยจำเป็นต้องเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ก่อน การรักษาหิดสามารถทายารักษาหิดโดยแพทย์จะเป็นคนสั่งจ่ายยา และโลชั่นที่สามารถนำไปใช้โดยตรงกับผิว นอกจากนี้ยังมียาชนิดรับประทานด้วย โดยส่วนใหญ่แล้วยามักจะทาในเวลากลางคืน จึงไม่จำเป็นต้องกังวลในการดำเนินชีวิตประจำวัน 

โดยครีมหรือยาทารักษาหิดที่แพทย์มักสั่งจ่ายให้มีดังนี้: 

  • sulfur 10%
  • ครีม crotamiton 10%
  • โลชั่น lindane 1%        
  • โลชั่น benzyl benzoate 25%
  • ครีมเพอร์เมทริน (permethrin) 5%  

ทั้งนี้คุณควรปฎิบัติตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัดในการทาครีมหรือโลชั่นเพื่อกำจัดโรคหิด

นอกจากนี้แพทย์อาจจะให้ยาอื่น ๆ เพิ่มเติมเพื่อช่วยอาการข้างเคียงที่เกิดจากหิด เช่น :

  • ยาแก้อาการระคายเคืองจำพวก Benadryl (diphenhydramine) หรือโลชั่น pramoxine ที่ช่วยให้ผิวหายจากอาการคัน
  • ครีมจำพวกสเตียรอยด์ ที่ป้องกันอาการ บวม คัน 
  • ยาฆ่าเชื้อ

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรง เป็นหิดทั้งตัว หรือ รักษาด้วยวิธีอื่น ๆ แล้วอาการไม่ดีขึ้นแพทย์อาจจะสั่งยาที่เรียกว่า ivermectin (Stromectol) 

ในช่วงสัปดาห์แรกของการรักษาอย่าเป็นกังวลหากอาการเหมือนว่าจะแย่ลง หลังจากหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปผู้ป่วยจะสังเกตเห็นว่าอาการคันน้อยลง และจะดีขึ้นหรือหายไปภายใน สี่สัปดาห์และหากอาการยังไม่ดีขึ้นหลังจากนั้น ควรกลับไปพบแพทย์ทันที

วิธีรักษาโรคหิดด้วยตัวเองที่บ้าน จากธรรมชาติด้วยสมุนไพรรักษาโรคหิด

ในบางครั้งทางเลือกจากธรรมชาติอาจจะเป็นวิธีหนึ่งที่หลายคนอาจจะเลือกใช้ แต่ต้องทำความเข้าใจว่าวิธีเหล่านี้อาจจะก่อให้เกิดอาการแสบร้อนหรือระคายเคืองผิว บางครั้งอาจจะเป็นเพียงชั่วขณะ และมีหลากหลายตัวเลือกให้เลือกดังนี้ 

น้ำมันทีทรีออยล์

จากการศึกษาพบว่าน้ำมันทีทรีสามารถรักษาหิดได้ และบรรเทาอาการคัน ช่วยลดผื่น แต่หากหิดฝังตัวลงไปใต้ผิวแล้ว น้ำมันทีทรีอาจจะไม่ได้ผลมากนัก

ว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถรักษาอาการระคายเคืองจากหิดได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งทั้งนี้ควรเป็นว่านหางจระเข้แท้เท่านั้น

ครีมจากพริก Capsaicin 

แม้ว่ามันจะไม่ฆ่าไรหรือหิดได้ แต่ครีมที่ทำจากแคปไซซิน อาจบรรเทาอาการปวดและอาการคัน

วิธีป้องกันการเกิดโรคหิด

  • วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการเกิดหิดคือหลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวหนังหรือใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกันกับคนที่เป็นหิด  
  • หลีกเลี่ยงการใช้เสื้อผ้าหรือนอนที่นอนเดียวกัน และควรซักเครื่องนอนหรือเสื้อผ้าที่ผู้ป่วยโรคหิดสวมใสที่ความร้อน 50 องศาขึ้นไปเพื่อฆ่าหิด
  • งดการมีเพศสัมพันธ์และการสัมผัสร่างกายอย่างใกล้ชิด จนกว่าจะรักษาโรคหายสมบูรณ์แล้ว และการใส่ถุงยางอนามัย ก็ไม่สามารถป้องกันโรคหิดได้ด้วย

วิธีรักษาโรคหิดให้หายขาดไม่ใช่เรื่องยาก

โรคหิดสามารถรักษาหายขาดได้ และไม่ใช่โรคติดต่อร้ายแรงแต่อย่างใด เพียงแต่เชื้อของโรคนี้สามารถติดต่อได้ง่ายผ่านการสัมผัสกับผู้ป่วย ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย การเว้นระยะห่าง ไม่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยหรือผู้ที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นโรคหิดจึงเป็นวิธีป้องกันที่ปลอดภัยที่สุด นอกจากนี้ หากคุณมีอาการคัน ระคายเคืองและสงสัยว่าตนเองอาจเป็นโรคหิด ก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการและทำการรักษาให้ทันเวลา ก่อนที่เชื้อจะแพร่ไปติดผู้อื่น คุณสามารถติดต่อโรงพยาบาลที่เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเช่นโรงพยาบาลสมิติเวช เพื่อปรึกษาพูดคุยกับแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญได้


ลิงค์ด้านล่างนี้เป็นแหล่งข้อมูลของบทความของเรา

เขียนโดย แพทย์หญิงวิกานดา รัตนพันธ์

แพทย์หญิงวิกานดา ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง ประกอบหน้าที่อยู่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เธอมีความเชื่อว่าผิวพรรณที่มีสุขภาพดีจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง ดังนั้นความตั้งใจของเธอคือต้องการช่วยให้ทุกคนมีผิวพรรณที่มีสุขภาพดี ปราศจากโรคทางผิวหนัง และแพทย์หญิงวิกานดาเป็นหนึ่งในแพทย์ที่เก่งมากคนหนึ่งในประเทศ

Leave a Reply