ผื่นคัน (Rash)

ภาพรวม

ผื่นแพ้คัน สภาพผิวที่มีอาการคันมีสีผิวที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อาจจะมีสีแดงมีผื่นคันเป็นจุดแดง ๆ หรือตุ่มใส หรืออาการอื่น ๆ ที่เห็นได้ชัดบนผิว บางครั้งอาจมีการตกสะเก็ด คันหรือระคายเคืองเป็นต้น ตัวอย่างสาเหตุและลักษณะผื่นแพ้ต่างๆ

ผื่นคัน
ผื่นคัน

Rosacea

โรคผิวหนังอักเสบ Rosacea

  • โรคผิวหนังที่มีอาการคันเรื้อรังอาการอาจจะกำเริบได้เมื่อมีปัจจัยกระตุ้น
  • ปัจจัยที่ทำให้อาการกำเริบอาจเกิดจากอาหารรสเผ็ด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แสงแดดความเครียดและแบคทีเรียในลำไส้
  • โรคผิวหนังอักเสบ rosacea แยกออกเป็น 4 ประเภทและอาการแตกต่างกันออกไป
  • อาการที่พบได้บ่อย หน้าแดง ผื่นบวมแดง ผิวแห้ง และผิวบอบบางแพ้ง่าย

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรค โรคผิวหนังอักเสบ Rosacea

โรคผิวหนังพุพอง (Impetigo)

  • พบบ่อยในทารกและเด็ก
  • มักเกิดบริเวณรอบ ๆ ปาก คางและจมูก
  • เกิดผื่นคันและมีตุ่มแผลพุพองมีน้ำใสๆ รอยตุ่มคันอาจจะมีสีน้ำตาล

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคผิวหนังพุพอง

กลาก (Ringworm)

  • มีลักษณะคือ ผื่นคันเป็นวงกลมแดงขุยๆ ตามขอบวงกลม
  • ผิวด้านในวงกลมอาจจะเป็นผิวปกติ แต่ตามขอบโดยรอบจะเป็นขุย
  • มีอาการคัน

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลาก

โรคผิวหนังผื่นแพ้สัมผัส (Contact Dermatitis)

  • ผื่นแพ้เกิดภายใน หนึ่งชั่วโมงสามารถมีอาการถึงหนึ่งวันหลังจากการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้
  • ผื่นแดง มองเห็นได้และปรากฏขึ้นที่ผิวของคุณที่สัมผัสกับสารระคายเคือง
  • ผิวที่แพ้มีอาการคัน แดง ลอก
  • มีแผลพุพองที่ไหลซึม หรือผิวลอก
  • หน้ามีผื่นแเดง หรือหน้าเป็นผด หากสัมผัสกับสารที่แพ้บนใบหน้า

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคผิวหนังผื่นแพ้สัมผัส

โรคมือเท้าปาก (Hand Food and Mouth Disease)

  • มักพบบ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ
  • มีแผลพุพอง แดงเจ็บในปาก ลิ้นและเหงือก
  • จุดแดงแบนหรือนูน บริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า
  • จุดอาจปรากฏบนก้นหรือบริเวณอวัยวะเพศ
  • เป็นผื่นคัน ตุ่มใส

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคมือเท้าปาก

ผื่นผ้าอ้อม (Diaper Rash)

  • มีผื่นแพ้บริเวณที่สัมผัสกับผ้าอ้อม
  • ผิวแดงระคายเคือง
  • ผิวมีร้อนเมื่อสัมผัส
  • เป็นผื่นร้อน

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับผื่นผ้าอ้อม

โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis)

  • ผิวเป็นเกล็ดสีเงินแห้งและเป็นหย่อม ๆ
  • โดยทั่วไปจะอยู่บนหนังศีรษะข้อศอกหัวเข่าและหลังส่วนล่าง
  • ผื่นคันตามตัวหรืออาจจะไม่คัน

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงิน

โรคอีสุกอีใส (Chickenpox)

  • มีแผลพุพองแดงคัน หรือตุ่มแดงคันมีน้ำใส ๆ ความรุนแรงเป็นตามระยะ เกิดได้ทั่วตัว
  • ผื่นจะมาพร้อมกับไข้ปวดเมื่อยร่างกายเจ็บคอและเบื่ออาหาร
  • เป็นโรคติดต่อ มีตุ่มที่มีสีน้ำตาลแห้งรอบๆ เมื่อแผลแห้งไม่มีน้ำ
  • อาจมีตุ่มคันที่มือ หรือที่อื่น ๆ ทั่วร่างกาย

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคอีสุกอีใส

โรคงูสวัด (Shingles)

  • ผื่นแดงคัน มีรอยแดงไหม้ และเจ็บปวดมากถึงแม้จะไม่มีแผล
  • บางครังมีแผลพุพองที่มีตุ่มน้ำใส ตุ่มน้ำใสแตกง่าย
  • ผื่นจะเกิดขึ้นเป็นแนวเส้นตรงที่ปรากฏบ่อยที่สุดบนเนื้อตัว แต่อาจเกิดขึ้นในส่วนอื่น ๆ ของร่างกายรวมถึงใบหน้า
  • อาจมีไข้ต่ำ หนาวสั่นปวดศีรษะ ร่างกายอ่อนล้า

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคงูสวัด

Cellulitis

เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ

หากคุณมีอาการนี้เกิดขึ้น คุณจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาทางการแพทย์โดยด่วน

  • เกิดจากเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราที่เข้ามาทางบาดแผลบนผิวหนัง
  • แผลแดง เจ็บปวด บวมผิวที่ อาจจะมีน้ำเหลืองไหลหรือไม่มี
  • ผิวร้อนเมื่อสัมผัส
  • มีไข้ หนาวสั่นและมีรอยแดงจากผื่น บางครั้งอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อที่รุนแรงซึ่งต้องไปพบแพทย์โดยด่วน

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ Cellulitis

การแพ้ยา (Drug Allergy)

หากคุณมีอาการนี้เกิดขึ้น คุณจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาทางการแพทย์โดยด่วน

  • ผื่นแดงคันอ่อน ๆ อาจเกิดขึ้นได้หลายวันจนถึงหลายสัปดาห์หลังจากทานยา
  • การแพ้ยาอย่างรุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตและอาการ จะแสดงดังนี้ ลมพิษ หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะ ผิวบวมคันและหายใจลำบาก
  • อาการอื่น ๆ รวมถึงไข้ปวดท้องและจุดสีแดงบนผิวหนังหรือสีม่วง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแพ้ยา

หิด (Scabies)

  • อาการอาจใช้เวลาสี่ถึงหกสัปดาห์จึงจะปรากฏ ผื่นคัน
  • อาจเกิดอาการแพ้รุนแรงอาจเป็นผื่นเม็ดคันมีแผลพุพองเล็ก ๆ หรือผิวลอก
  • ผิวมีเส้นขาว ๆ เป็นลายเส้น ๆ
  • มีตุ่มขึ้นตามตัว คัน
  • ผื่นขึ้นแขนขา
  • ผื่นคัน เกาแล้วลาม

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับหิด

โรคหัด (Measles)

  • มีไข้เจ็บคอ ตาแดงเป็นน้ำ เบื่ออาหาร ไอและน้ำมูกไหล
  • ผื่นแดงจะกระจายบริเวณใบหน้าและร่างกายสามถึงห้าวันหลังจากมีอาการ
  • มีจุดสีแดงเล็ก ๆ ที่มีจุดศูนย์กลางสีขาวปรากฏขึ้นภายในปาก
  • จุดแดงใต้ผิวหนัง ไม่คันหรือคัน
  • มีผื่นคันขึ้นตามตัว
  • มีผื่นคันที่หน้า

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคหัด

ไข้อีดำอีแดง (Scarlet fever)

ไข้อีดำอีแดง

  • เกิดขึ้นหลังจากการติดเชื้อในลำคอ หรือเวลาเดียวกัน
  • มีผื่นแดงขึ้นตามตัว (แต่ไม่มีผื่นแดงบริเวณมือและเท้า)
  • ผื่นบวมมีผิวสากเหมือนกระดาษทราย
  • ลิ้นมีสีแดงสว่าง
  • ผื่นขึ้นหน้า หรือหน้าเป็นผด

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับไข้อีดำอีแดง (Scarlet Fever)

โรคคาวาซากิ (Kawasaki Disease)

เป็นโรคที่เกิดการอักเสบของเยื่อบุผิวหนัง หลอดเลือดและต่อมน้ำเหลือง

หากคุณมีอาการนี้เกิดขึ้น คุณจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาทางการแพทย์โดยด่วน

  • มักพบในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ
  • ผื่นแดงขึ้นตามตัว ลิ้นบวมแดง มีไข้สูง ตัวบวมฝ่ามือและฝ่าเท้าแดง
  • ต่อมน้ำเหลืองบวม ดวงตาแดงก่ำ อาจทำให้เกิดปัญหาหัวใจอย่างรุนแรงดังนั้นให้ปรึกษาแพทย์
  • ผื่นแดงขึ้นหน้า
  • อาการมักจะดีขึ้นเอง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคคาวาซากิ

ผื่นคันตามตัวเกิดจากอะไรได้บ้าง

โรคผิวหนังผื่นแพ้สัมผัส

โรคผิวหนังผื่นแพ้สัมผัส contact dermatitis. ผื่นแพ้สัมผัสเป็นโรคผิวหนังอักเสบที่เกิดจากการแพ้สารที่มาสัมผัสผิวหนัง สารที่มาสัมผัสมีทั้งสารที่ระคายเคืองต่อผิวหนัง irritant contact dermatitis หรือสารที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ต่อผิวหนัง โรคนี้หากทราบสาเหตุก็จะป้องกันมิให้เกิดซ้ำ ผื่นแพ้นี้อาจจะเกิดขึ้นหากคุณสัมผัสกับ

  • เครื่องสำอาง สบู่และน้ำยาซักผ้า
  • สีย้อมผ้า
  • สัมผัสกับสารเคมีในผลิตภัณฑ์ต่างๆ
  • สัมผัสกับพืชที่มีพิษเช่นไอวี่หรือต้นโอ๊คพิษ
  • บางครั้งมีผื่นแดงเป็นปื้นคัน
  • หากแพ้เครื่องสำอางหน้าจะเป็นผื่นเม็ดเล็ก ๆ
  • ผื่นแพ้อากาศเย็น ผื่นคันเกิดขึ้นหากไปที่ที่อากาศไม่เหมาะสม
  • แพ้ฝุ่น ผื่นขึ้น

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับผิวหนังผื่นแพ้สัมผัส

ยา

การทานยาอาจทำให้ผื่นอาจจะมีผลมาจาก :

  • อาการแพ้ยา
  • ผลข้างเคียงของยา
  • ไวต่อยา

สาเหตุอื่น ๆ

สาเหตุที่เป็นไปได้อื่น ๆ ในการเกิดผื่นคัน คือ:

  • ผื่นบางครั้งอาจจะเกิดจากแมลงสัตว์กัดต่อย เช่นหมัด เห็บกัด ได้เช่นกันและสามารถลุกลามไปยังร่างกายบริเวณอื่นได้ มีผื่นแดง แสบร้อน หากโดนพิษจากสัตว์บางชนิด
  • โรคผื่นแพ้ หรือโรคผิวหนังภูมิแพ้เป็นผื่นที่เกิดขึ้นในคนที่เป็นโรคหอบหืดหรือภูมิแพ้ ผื่นมักเป็นสีแดงและคันผิวลอกเป็นขุย
  • โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังมีผื่นคันเป็นสะเก็ดคันมีผื่นแดงตามบริเวณหนังศีรษะข้อศอกและข้อต่อ ผื่นแดงตามตัว
  • ต่อมไขมันอักเสบ มักเกิดขึ้นบริเวณหนังศีรษะทำให้เกิดผื่นแดง ผิวแห้งตกสะเก็ดและรังแค นอกจากนี้ยังสามารถเกิดขึ้นได้บริเวณ หู ปากหรือจมูก อาจจะเกิดขึ้นได้ในทารก
  • กลาก เป็นการติดเชื้อราที่ทำให้เกิดผื่นเชื้อรา ชนิดเดียวกับกลาก สามารถเกิดบริเวณหนังศีรษะ หรือเชื้อรานี้อาจจะทำให้เกิดสังคัง และโรคน้ำกัดเท้า
  • ผื่นผ้าอ้อมเป็นอาการระคายเคืองทางผิวหนังที่พบบ่อยในทารกและเด็กเล็ก มักเกิดจากการใส่ผ้าอ้อมสกปรกนานเกินไป
  • หิดเกิดจากไรเล็ก ๆ ที่อาศัยบนผิวหนังของคุณ ทำให้เกิดผื่นแดง คัน
  • เซลล์เนื้อเนื้ออักเสบ คือ ภาวะติดเชื้อบริเวณผิวหนังหรือเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ส่งผลให้มีอาการบวมแดง ปวด หรือร้อนบริเวณที่มีการติดเชื้อ บางรายอาจมีไข้หรืออาการอื่น ๆ ร่วมด้วย แต่ในกรณีที่รุนแรง การติดเชื้ออาจแพร่กระจายสู่กระแสเลือดและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ซึ่งภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกส่วนบนร่างกาย
  • อาการแพ้อาหาร ผื่นขึ้นตามตัว
  • ผื่นแพ้เหงื่อ หากคนคนนั้นแพ้เหงื่อของตัวเองทำให้เป็นผื่นเหงื่อ

สาเหตุของการเกิดผื่นในเด็ก และลักษณะผื่นคันต่างๆ

เด็ก ๆ มีแนวโน้มที่จะเป็นผื่นที่เกิดจากความเจ็บป่วยเช่น:

  • อีสุกอีใส เป็นไวรัสที่มีแผลพุพองสีแดงคันที่เกิดขึ้นทั่วร่างกาย
  • โรคหัด (Measles) คือโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ผู้ป่วยจะเกิดผื่นขึ้นตามผิวหนังพร้อมเป็นไข้ร่วมด้วย โดยโรคหัดเกิดจากไวรัสกลุ่มพารามิคโซไวรัส (Paramyxovirus) สามารถแพร่เชื้อและติดต่อกันได้ผ่านทางอากาศหรือการสัมผัสน้ำมูกและน้ำลายของผู้ป่วยโดยตรง เชื้อไวรัสจะเข้ามาทางระบบทางเดินหายใจก่อนแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย เป็นผื่นขึ้นทั้งตัว
  • ไข้อีดำอีแดง (Scarlet Fever) คือโรคซึ่งเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอคคัสกรุ๊ปเอ (Group A Streptococcus) โดยโรคนี้พบได้ในเด็กอายุระหว่าง 5-15 ปี ทั้งนี้ ผู้ป่วยไข้อีดำอีแดงจะมีผื่นสีแดงขึ้นตามผิวหนังเกือบทั่วร่างกาย รวมถึงมีไข้สูง และมีอาการเจ็บคอเกิดขึ้นร่วมด้วย
  • โรคมือเท้าปาก คือการติดเชื้อไวรัสที่อาจทำให้เกิดรอยแดงที่ปากและมีผื่นที่มือและเท้า มีผื่นแดงเป็นปื้น ผื่นคันที่แขนขา
  • หรือ Erythema Infectiosum เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Parvovirus B19 ทำให้เกิดผื่นแดงขึ้นบนหน้าที่มักเรียกกันว่า Slapped cheek หมายถึงใบหน้ามีสีแดงคล้ายกับถูกตบ ซึ่งที่มาของชื่อโรคนี้มาจากการที่โรคนี้อยู่ในลำดับที่ 5 ที่พบได้บ่อยในเด็กนั่นเอง
  • โรคคาวาซากิ (Kawasaki disease) เป็นโรคที่เกิดการอักเสบของเยื่อบุผิวหนัง หลอดเลือดและต่อมน้ำเหลือง ส่วนใหญ่จะพบในเด็กเป็นโรคที่พบได้ยาก
  • โรคพุพอง (Impetigo) เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย และสามารถติดต่อกันได้ง่าย มีลักษณะผื่นเป็นผื่นแดงที่ทำให้เกิดอาการเจ็บ โดยอาการแรกของการติดเชื้อคือ มีถุงน้ำพองเกิดขึ้นที่ใบหน้าและเมื่อโรคดำเนินต่อไป ตุ่มน้ำจะแตกออกและมีสะเก็ดสีเหลืองน้ำตาลคล้ายสีน้ำผึ้ง ผื่นพุพองอาจจะดูน่ากลัว แต่สามารถรักษาได้ เกิดได้บริเวณใบหน้า คอ และมือ

การดูแลรักษาผื่นเองที่บ้าน

Rash
Rash

คุณสามารถรักษาผื่นที่บ้านเองได้  แต่ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ทำตามคำแนะนำเหล่านี้เพื่อช่วยบรรเทาอาการ :

  • ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่อ่อนโยนและอ่อนโยนแทนสบู่ที่มีกลิ่นหอมชำระร่างกาย
  • ใช้น้ำอุ่นแทนน้ำร้อนในการชำระล้างร่างกายหรือสะผม
  • ซับผื่นให้แห้งแทนการถูหรือเกา
  • หยุดใช้เครื่องสำอางใหม่หรือโลชั่นที่อาจทำให้เกิดผื่นแดง
  • ใช้โลชั่นเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวที่เกิดปัญหา
  • หลีกเลี่ยงการเกาผื่นเพราะการทำเช่นนั้นสามารถทำให้อาการคันแย่ลงและอาจนำไปสู่การติดเชื้อได้
  • ทาครีมไฮโดรคอร์ติโซนบริเวณที่มีผื่นคันมากและทำให้รู้สึกไม่สบาย โลชั่นคาลาไมน์ยังช่วยบรรเทาอาการผื่นคันจากอีสุกอีใสหรือพิษจากต้นโอ๊กหรือไอวี่ได้
  • อาบน้ำข้าวโอ๊ต สิ่งนี้สามารถบรรเทาอาการคันที่เกี่ยวข้องกับผื่นจากกลากหรือโรคสะเก็ดเงิน
  • สระผมของคุณเป็นประจำด้วยแชมพูขจัดรังแคถ้าคุณมีรังแคพร้อมกับมีผื่น แชมพูขจัดรังแคแบบที่มีตัวยามักมีจำหน่ายที่ร้านขายยา แต่แพทย์ของคุณสามารถสั่งยาชนิดที่แรงกว่าให้ได้เช่นกัน

ยาตามร้านขายยา

ใช้ acetaminophen (Tylenol) หรือ ibuprofen (Advil) ในปริมาณที่พอเหมาะสำหรับอาการปวดเล็กน้อยที่เกิดจากผื่น และควรปรึกษาแพทย์ก่อนจะเริ่มใช้ยาเหล่านี้ หลีกเลี่ยงการใช้ยาเป็นระยะเวลานานเนื่องจากอาจมีผลข้างเคียง หากคุณเป็นโรคตับหรือไตหรือมีประวัติเป็นแผลในกระเพาะอาหารควรตรวจสอบกับแพทย์ประจำตัวให้รอบคอบว่าคุณสามารถใช้ยาอะไรได้บ้าง

เมื่อไหร่ที่ควรพบแพทย์หากมีผื่นคัน

ไปโรงพยาบาลทันทีหากคุณมีผื่นตามมาด้วยอาการต่อไปนี้:

  • บริเวณที่เป็นผื่นมีอาการเจ็บปวด
  • เจ็บคอหรือคันคอ
  • หายใจไม่ออก
  • หน้าบวมหรือตัวบวม
  • มีไข้มากกว่า 38 องศา
  • ไม่มีสติ
  • วิงเวียน
  • มีอาการปวดหลังหรือคออย่างรุนแรง
  • ท้องเสียและอาเจียนไม่หยุด
  • มีผื่นตามตัว

พบแพทย์ของคุณหากคุณมีผื่นพร้อมอาการดังนี้ :

  • ปวดตามข้อ
  • เจ็บคอ
  • มีไข้มากกว่า 38 องศา
  • มีอาการแดงเป็นแถบๆ ใกล้ผื่นแดง
  • โดนหมัดหรือเห็บกัด

เมื่อคุณเข้าพบแพทย์คุณอาจจะต้องทำการตรวจร่างกายและตอบคำถามดังนี้

  • อาการผื่นแดง
  • ประวัติการรักษาโรค
  • อาหารที่รับประทาน
  • ยาที่เพิ่งรับประทาน
  • ความสะอาดของร่างกายหรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

แพทย์อาจจะทำการตรวจดังนี้ :

  • ทำการวัดไข้
  • ตรวจเลือด หรือตรวจหาอาการแพ้
  • ตรวจตัวอย่างร่างกายหรือผิว
  • ให้ตัวอย่างชิ้นเนื้อหรือผิว

แพทย์อาจจะสั่งยาแก้ผดผื่นหรือโลชั่นทา เพื่อบรรเทาผื่นของคุณ ให้ดีขึ้น คนส่วนใหญ่สามารถรักษาผื่นให้หายได้เองที่บ้านหลังจากรับยาจากแพทย์ หรืออาจจะมีทางเลือกสำหรับสมุนไพรแก้ผื่นคันทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้สมุนไพรแก้ลมพิษ ผื่นคันใด ๆ

สิ่งที่คุณสามารถทำได้ตอนนี้ สำหรับวิธีแก้ผื่นคัน

ทำตามเคล็ดลับเหล่าเพื่อเป็นวิธีรักษาผื่นคันตามตัว:

  • ใช้ยาแก้ผื่นคันทาเองที่บ้านเพื่อบรรเทาผื่นคันที่ไม่รุนแรง
  • หาต้นเหตุของการเกิดผื่นและหลีกเลี่ยงต้นเหตุ นั้น
  • ปรึกษาแพทย์หากผื่นแดงไม่หาย หากคุณพยามรักษาเองที่บ้าน และหากคุณมีอาการอื่น นอกเหนือจากผดผื่นและสงสัยว่าคุณป่วยเป็นโรค
  • ทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และหากใช้ยาที่แพทย์ให้มาแล้วอาการแย่ลงคุณต้องติดต่อแพทย์โดยด่วน

 

เขียนโดย แพทย์หญิงวิกานดา รัตนพันธ์

แพทย์หญิงวิกานดา ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง ประกอบหน้าที่อยู่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เธอมีความเชื่อว่าผิวพรรณที่มีสุขภาพดีจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง ดังนั้นความตั้งใจของเธอคือต้องการช่วยให้ทุกคนมีผิวพรรณที่มีสุขภาพดี ปราศจากโรคทางผิวหนัง และแพทย์หญิงวิกานดาเป็นหนึ่งในแพทย์ที่เก่งมากคนหนึ่งในประเทศ

Leave a Reply