โรคมะเร็งตับอ่อน

โรคมะเร็งตับอ่อน (Pancreatic Cancer) อาการ สาเหตุ การรักษา

มะเร็งตับอ่อน (Pancreatic Cancer) คือการเกิดมะเร็งขึ้นในเนื้อเยื่อของตับอ่อน ที่เป็นอวัยวะสำคัญของต่อมไร้ท่อ อยู่บริเวณด้านหลังของกระเพาะอาหาร ตับอ่อนมีหน้าที่ผลิตเอนไซม์ที่ร่างกายต้องการในการย่อยไขมัน คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน

ตับอ่อนยังมีหน้าที่สร้างฮอร์โมนที่ใช้ในการเผาผลาญกลูโคส อินซูลินช่วยให้เซลล์เผาผลาญน้ำตาลเพื่อสร้างพลังงาน กลูคากอนช่วยเพิ่มระดับของน้ำตามเมื่ออยู่ในระดับที่ต่ำเกินไป

กำลังโหลด

ตำแหน่งของตับอ่อนทำให้การตรวจหามะเร็งตับอ่อนเป็นเรื่องยาก โดยส่วนมากมักพบเมื่อมีการลุกลามแล้ว

Pancreatic Cancer

อาการของโรคมะเร็งตับอ่อน

มะเร็งตับอ่อนมักจะไม่แสดงอาการใดๆ จนกว่าจะมีการลุกลาม ทำให้ไม่มีสัญญาณใดๆบ่งบอกถึงอาการเริ่มต้นของมะเร็งตับอ่อนได้

เมื่อมะเร็งโตแล้ว อาการที่พบอาจเป็นเพียงเรื่องเล็กๆน้อยๆ เช่น :

มะเร็งตับอ่อนที่แพร่กระจาย จะทำให้อาการที่มีอยู่แย่ลง ถ้ามีการแพร่กระจายของมะเร็งอาจมีอาการอื่นๆเพิ่มเติมได้

สาเหตุของการเกิดมะเร็งตับอ่อน

ยังไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดในการเกิดมะเร็งตับอ่อน เป็นการเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์ในตับอ่อนจนก่อตัวเป็นเนื้องอก

กำลังโหลด

เมื่อคุณเป็นโรคมะเร็ง ร่างกายจะผลิตเซลล์ที่มีความผิดปกติมากขึ้นเพื่อเข้าแทนที่เซลล์ที่มีสุขภาพดี

แม้ว่าจะยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดในการเกิดเซลล์ที่ผิดปกติ แต่ก็มีปัจจัยบางอย่างที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งได้

ปัจจัยที่เสี่ยงที่สุดคือการกลายพันธุ์ของยีนส์ที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ยีนจะควบคุมการทำงายของเซลล์ทำให้การกลายพันธุ์ของยีนอาจนำไปสู่การเกิดมะเร็งได้

อัตราการรอดชีวิตของผู้ที่เป็นมะเร็งตับอ่อน

อัตราการรอดชีวิตไม่ได้เป็นตัวระบุว่าจะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหนหลังจากการรักษา แต่เป็นการบ่งบอกว่ามีการประสบความสำเร็จในการรักษามากแค่ไหน

อัตราการรอดชีวิตส่วนใหญ่ มักจะได้รับเป็นเปอร์เซนต์ 5 ปี หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับตัวเลขเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์โดยตรง

อัตราการรอดชีวิตใน 5 ปี สำหรับโรคมะเร็งตับอ่อนคิดเป็น 34% แบ่งด้วยกันเป็น 3 ระยะ

อัตราการรอดชีวิตใน 5 ปี ของมะเร็งตับอ่อนที่แพร่กระจายไปยังบริเวณรอบๆหรือต่อมน้ำเหลืองคือ 12% ซึ่งอยู่ในระยะ 2B และ 3

มะเร็งตับอ่อนระยะสุดท้ายคือระยะที่ 4 จะมีการแพร่กระจายไปยังบริเวณอื่นๆเช่น ปอด ตับ หรือกระดูก และมีอัตราการรอดชีวิตเพียง 3%

ระยะของมะเร็งตับอ่อน

เมื่อมีการตรวจพบมะเร็งตับอ่อน แพทย์อาจทำการทดสอบเพิ่มเติมเพื่อดูว่ามะเร็งมีการแพร่กระจายหรือไม่ โดยจะใช้การสแกนแบบ PET ซึ่งจะช่วยให้แพทย์สามารถระบุระยะของมะเร็งได้ หรืออาจจะใช้การตรวจเลือดเป็นต้น

ด้วยการทดสอบเหล่านี้ จะทำให้แพทย์สามารถทราบถึงระยะของมะเร็ง และช่วยให้ทราบถึงการเจริญเติบโตของมะเร็ง อีกทั้งยังช่วยให้แพทย์สามารถกำหนดวิธีการรักษาได้อีกด้วย

เมื่อแพทย์ทำการวินิจฉัยแลเว จะแบ่งระยะเป็นดังนี้ :

  • ระยะที่ 1 : มีเนื้องอกอยู่ในตับอ่อนเท่านั้น
  • ระยะที่ 2 : มีเนื้องอกแพรกระจายไปยังช่องท้องหรือต่อมน้ำเหลืองที่ใกล้เคียง
  • ระยะที่ 3: มะเร็งแพร่กระจายไปยังเส้นเลือดใหญ่และต่อมน้ำเหลือง
  • ระยะที่ 4 : มะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ เช่น ตับ

มะเร็งตับอ่อนระยะที่ 4

มะเร็งตับอ่อนระยะที่ 4 จะมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆที่ไกลออกไป เช่น สมองหรือกระดูก

มะเร็งตับอ่อนมักจะพบมนระยะสุดท้าย เนื่องจากไม่ค่อยแสดงอาการใดๆ จนกว่าจะเกิดการแพร่กระจายไปยังบริเวณอื่นๆ อาการที่พบได้ในระยะนี้คือ :

  • ปวดในช่องท้องส่วนบน
  • ปวดหลัง
  • มีความเหนื่อยล้า
  • ดีซ่าน
  • เบื่ออาหาร
  • น้ำหนักลด
  • ภาวะซึมเศร้า

มะเร็งตับอ่อนระยะที่ 4 ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถประคัยประคองหรือบรรเทาอาการ และป้องกันภาวะแทรกซ้อนอื่นๆได้ ซึ่งมีวิธีการต่างๆดังนี้ :

  • เคมีบำบัด
  • การรักษาอาการปวดแบบประคัยประคอง
  • ผ่าตัดบายพาสท่อน้ำดี
  • ใส่ขดลวดในท่อน้ำดี
  • ผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร

อัตราการรอดชีวิตใน 5 ปี ของมะเร็งตับอ่อนระยะที่ 4 อยู่ที่ 3%

มะเร็งตับอ่อนระยะที่ 3

มะเร็งตับอ่อนระยะที่ 3 เป็นเนื้องอกในตับอ่อนและอาจลุกลามไปยังบริเวณอื่นๆใกล้เคียง เช่น ต่อมน้ำเหลืองหรือหลอดเลือด มะเร็งตับอ่อนในระยะนี้จะลุกลามไปยังบริเวณใกล้เคียงเท่านั้น

มะเร็วตับอ่อนเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า มะเร็งเงียบ เพราะจะไม่สามารถวินิจฉัยได้ขนกว่าจะมีการลุกลาม มะเร็งตับอ่อนในระยะที่ 3 อาจมีอาการดังนี้ : 

  • ปวดหลัง
  • ปวดท้องส่วนบน
  • เบื่ออาหาร
  • น้ำหนักลด
  • เหนื่อยล้า
  • ภาวะซึมเศร้า

มะเร็งตับอ่อนในระยะที่ 3 สามารถรักษาได้ยาก แต่ก็สามารถช่วยป้องกันการแพร่กระจายของมะเร็งและบรรเทาอาการอื่นๆที่เกิดจากเนื้องอกได้ ซึ่งมีวิธีการรักษาดังนี้ :

  • ผ่าตัดเอาตับอ่อนออกด้วยวิธีการ Whipple
  • ใช้ยาต้านมะเร็ง
  • การฉายรังสี

อัตราการรอดชีวิตใน 5 ปี ของมะเร็งตับอ่อนระยะที่ 3 อยู่ที่ 3-12%

คนส่วนใหญ่ที่เป็นมะดร็งในระยะนี้ จะเริ่มมีอาการกำเริบ ซึ่งน่าจะเกิดจากการแพร่กระจายของมะเร็ง หรือมะเร็งที่มีการเติบโตแต่ไม่สามารถตรวจพบได้แพรกระจายไปจากตับอ่อน

มะเร็งตับอ่อนระยะที่ 2

มะเร็งตับอ่อนระยะที่ 2 เป็นมะเร็งที่ยังคงอยู่ในตับอ่อน อาจมีการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองที่อยู่รอบๆ แต่ยังไม่กระจายไปยังหลอดเลือดและส่วนอื่นๆของร่างกาย

มะเร็งตับอ่อนในระยะนี้สามารถตรวจพบได้ยาก เพราะว่ายังไม่มีอาการที่บ่งชี้ชัดเจน แต่อาการที่สามารถพบได้มีดังนี้ :

  • ดีซ่าน
  • ปัสสาวะมีการเปลี่ยนสี
  • ปวดท้องส่วนบน
  • น้ำหนักลด
  • เบื่ออาหาร
  • มีอาการเหนื่อยล้า

วิธีการรักษา :

  • การผ่าตัด
  • ฉายรังสี
  • เคมีบำบัด
  • ใช้ยาต้านมะเร็ง

แพทย์อาจใช้วิธีการรักษามากกว่าหนึ่งวิธี เพื่อทำให้เนื้องอกมีการหดตัว และป้องกันการแพร่กระจาย

อัตราการรอดชีวิตใน 5 ปี ของมะเร็งตับอ่อนระยะที่ 2 อยู่ที่ 30%

วิธีการรักษาโรคมะเร็งตับอ่อน

การรักษามะเร็งตับอ่อนขึ้นอยู่กับระยะของมะเร็ง โดยมีเป้าหมายคือการฆ่าเซลล์มะเร็งและป้องกันการแพร่กระจายของมะเร็ง

อาการน้ำหนักลด ลำไส้อุดตัน ปวดท้องและตับวาย เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้มากที่สุดของโรคมะเร็งตับอ่อน

การผ่าตัด

การผ่าตัดมะเร็งตับอ่อนจะใช้เกณฑ์การตัดสินใจสองอย่างคือ ตำแหน่งและระยะของมะเร็ง การผ่าตัดสามารถเอาตับอ่อนออกเพียงบางส่วนหรือออกทั้งหมดก็ได้

วิธีนี้สามารถกำจัดเนื้องอกที่เป็นสาเหตุได้ แต่ไม่สามารถนำเอาส่วนที่แพร่กระจายไปยังส่วนอื่นออกจากร่างกายได้ การผ่าตัดจะไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นมะเร็งในระยะลุกลามแล้ว

การฉายรังสี

การฉายรังสีเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง เป็นวิธีที่มักจะเลือกใช้เมื่อมะเร็งลุกลามไปยังบริเวณอื่นๆในร่างกายแล้ว

การทำเคมีบำบัด

ในบางครั้ง แพทย์อาจทำการรักษาอื่นๆควบคู่ไปกับการทำเคมีบำบัด เพื่อช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

ยากำหนดเป้าหมายในการรักษา

การรักษามะเร็งตับอ่อนด้วยการใช้ยา เป็นการรักษาเพื่อทำลายเซลล์ที่มีความผิดปกติ ยาที่ใช้ในการรักษาถูกออกแบบมาเพื่อไม่ให้ทำลายเซลล์ที่ยังปกติ


นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา


เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

แบ่งปันบนเครือข่ายสังคม
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Leave a Reply