เหงือกอักเสบ (Gingivitis) : อาการ สาเหตุ การวินิฉัยโรค การรักษา

เหงือกอักเสบ (Gingivitis) คือโรคเหงือกเกิดจากอาการอักเสบขึ้นบริเวณเหงือก โดยปกติแล้วมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แล้วไม่ได้ทำการรักษา ปล่อยไว้นานไปจึงทำให้เกิดการติดเชื้อ อักเสบ ทำให้เหงือกบวมแดง หรือมีหนองได้ และหากรุนแรงก็จะกลายเป็นโรคปริทันต์ (periodontitis) หรือที่เรียกอีกอย่างว่ารำมะนาดที่จะส่งผลไปถึงอวัยวะหุ้มปลายรากฟัน และกระดูกเบ้าฟันได้ และเป็นสาเหตุที่ทำให้ฟันหลุดร่วง

นอกจากนี้แล้วยังมีหลายคนที่นำสมุนไพรเข้ามาทำการประยุกต์ใช้เป็นวิธีรักษาเหงือกอักเสบ  โดยสมุนไพรแก้เหงือกบวม มีดังนี้

กำลังโหลด
  • มะนาว การนำสำลีมาชุบน้ำมะนาวแล้วทาเหงือกบริเวณที่อักเสบหรือบวมจะสามารถช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้
  • ขิงสดเป็นสมุนไพรแก้เหงือกอักเสบที่เป็นที่นิยม ให้นำมาขุดให้ละเอียด นำมาผสมเกลือแล้ววางตรงเหงือกที่อักเสบจะช่วยรักษาเหงือกอักเสบได้ดี
  • เปลือกมังคุด การนำเปลือกมังคุดมาต้มทำน้ำยาบ้วนปากจะช่วยให้เหงือกแข็งแรงและแก้อาการเหงือกบวม 

เหงือกอักเสบ (Gingivitis)

สาเหตุของโรคเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์ 

สาเหตุเหงือกอักเสบเกิดจากการที่เชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อจุลิทรีย์เกิดการสะสมในซอกเหงือกหรือฟันและตกค้างกลายเป็นคราบพลัค แล้วไม่ได้รับการรักษา อาจจะทำให้เกิดเหงือกบวมและอักเสบ และหากปล่อยไว้ให้ลุกลาม เชื้อแบคทีเรียนี้อาจจะลงลุกไปยังเยื่อหุ้มรากฟัน ร้ายแรงมากอาจจะทำให้เกิดหนองและทำให้เกิดความเจ็บปวดและความเสียหายต่อเบ้าฟันหรือรากฟันได้  

อาการของโรคเหงือกอักเสบ

มีคนจำนวนมากที่ไม่ได้สังเกตเห็นอาการของโรคเหงือก เนื่องจากบางครั้งเมื่อเหงือกอักเสบไม่มากนั้น อาการอาจจะยังไม่แสดงออกมา แต่อย่างไรก็ตามผู้ป่วยสามารถสังเกตอาการได้ดังนี้:

  • เหงือกบวม แดง และอ่อนลง
  • มีเลือดออกเมื่อแปรงฟัน
  • เหงือกเปิดไม่ยึดติดกับฟัน
  • ฟันหลุดร่วง
  • เหงือกมีสีแดงเข้ม หรือคล้ำ 
  • เหงือกมีหนอง
  • ฟันโยก 
  • มีกลิ่นปาก และได้รับรสชาติแปลก ๆ ในปาก 
  • ปวดฟันเมื่อเคี้ยวอาหาร

ใครที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์

โดยทั่วไปแล้วในทุกคนอาจจะมีความเสี่ยงเป็นโรคเหงือก แต่มีบุคคลบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป คือ : 

  • ผู้ป่วยที่ใช้ยาบางประเภทเช่น ยาสเตียรอยด์ ผู้ป่วยที่รับยาบำบัดคีโม ยาบล็อคแคลเซียม ยากันชักและอื่น ๆ
  • คนที่สูบบุหรี่ หรือใช้สารเสพติดชนิดอื่น ๆ  
  • คนที่มีฟันซ้อนหรือฟันเก
  • ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่นโรคเอดส์ หรือลูคีเมีย (Leukemia)
  • ผู่ป่วยที่ตั้งครรภ์ หรือมีการใช้ยาชนิดใด ๆ ที่ส่งผลต่อฮอร์โมน
  • ผู้ป่วยที่เกิดการติดเชื้อไวรัส หรือเชื้อราบางชนิด
  • คนที่ไม่ดูแลรักษาสุขภาพช่องปากให้ดี
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวาน

การวินิฉัยโรคเหงือกอักเสบ

ในการตรวจอาการของเหงือกอักเสบนั้น แพทย์จะทำการตรวจภายในช่องปากเพื่อหาสัญญาณของอาการอักเสบ อาการเหงือกบวม แดง เลือดออก รวมไปถึงคราบหินปูน หรืออาจจะมีการเอ็กซ์เรย์ เพื่อให้เห็นแน่ชัด และผู้ป่วยควรจะแจ้งให้แพทย์ทราบหากตนเองอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงตามอาการที่กล่าวมาข้างต้น


อ่านเพิ่มเติม : ขนคุด (หนังไก่) Keratosis Pilaris (Chicken Skin) : อาการ สาเหตุ การรักษา

กำลังโหลด

วิธีการรักษาโรคเหงือกอักเสบ และการรักษาโรคปริทันต์

วิธีรักษาโรคเหงือกอักเสบเบื้องต้นนั้นผู้ป่วยควรที่ใส่ใจดูแลรักษาสุขภาพช่องปากเป็นพิเศษ และลดการสูบบุหรี่ และควรปฎิบัติตามคำแนะนำดังนี้ : 

  • รักษาความสะอาดในบริเวณช่องปาก
  • รับประทานยาฆ่าเชื้อ หรือยารักษาเหงือกอักเสบ ที่แพทย์สั่งจ่าย
  • ทำการผ่าตัดหากมีอาการรุนแรง
  • ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเพื่อกำจัดคราบพลัค 
  • หากมีฟันผุควรอุดฟัน 
  • ใช้ไหมชัดฟันเพื่อลดเศษอาหารที่ร่องเหงือก

เราสามารถป้องกันโรคเหงือกอักเสบได้อย่างไร

การรักษาดูแลสุขอนามัยในช่องปากอย่างเหมาะสมเป็นการป้องกันโรคเหงือกอักเสบได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้แล้วคุณยังสามารถทำตามข้อแนะนำได้ดังนี้ : 

  • แปรงฟันวันละสองครั้งด้วยยาสีฟันที่ผสมฟูออไรด์
  • พบทันตแพทย์เพื่อทำการขจัดคราบหินปูนอย่างสม่ำเสมอ 
  • ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ

โรคอื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับโรคเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์ 

กรณีที่ผู้ป่วยเป็นโรคเหงือกอักเสบนั้น มีความเกี่ยวข้องและอาจจะเป็นสาเหตุที่จำเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคอื่น ๆ ได้ เช่น :


นี่คือลิงค์ที่มาของแหล่งบทความของเรา


เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

Leave a Reply