โรคเหงือกบวม (Swollen Gums) : อาการ สาเหตุและการรักษาของโรค

โรคเหงือกบวม (Swollen Gums)  คือ พื้นที่ของเหงือกข้างในบวม เหงือกส่วนที่บวมจะมีส่วนยื่นออกมา จนครอบคลุมฟันและทำให้เนื้อบริเวณเหงือกเปลี่ยนสีเป็นสีแดงก่ำ อาการของโรคเหงือกบวม มักมีอาการระคายเคือง ไวต่อความรู้สึก และจะมีอาการเจ็บปวด และจะมีเลือดออกเวลาแปรงฟัน 

เหงือกมีความสำคัญต่อช่องปาก รูปร่างลักษณะของเหงือกจะมีสีชมพูขอบเรียบ ทำหน้าที่หุ้มตัวฟันและกระดูกขากรรไกรไว้ทั้งหมด ภายในเหงือกมีเส้นเลือดกระจายอยู่หนาแน่น หากมีอาการเหงือกบวม เหงือกอักเสบหรือเลือดออกตามไรฟัน อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคเหงือกบวม 

สาเหตุของเหงือกบวมเกิดจากอะไร

สาเหตุเหงือกบวม มีดังนี้

เหงือกอักเสบ

เหงือกอักเสบเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของโรคเหงือกบวม สาเหตุเหงือกอักเสบอาจมาจากอาการระคายเคืองและจนทำให้เหงือกบวมหลายคนอาจจะไม่ทราบว่ามีโรคเหงือกอักเสบเนื่องจากอาการของมันไม่ค่อยรุนแรงมาก แต่อย่างไรก็ตามหากไม่ได้รับการรักษาก็อาจอันตรายถึงขั้นรุนแรงจนกลายเป็นโรคปริทันต์หรืออาจจะต้องสูญเสียฟันแท้ไปได้

โรคเหงือกอักเสบมักเกิดจากการรักษาสุขภาพอนามัยในช่องปากไม่ดี หรือทำความสะอาดไม่เพียงพอ ซึ่งจะก่อให้เกิดคราบพลัค คราบพลัค คือคราบจุลินทรีหรือคราบอาหารที่เกาะอยู่บริเวณผิวฝัน หากติดอยู่เกิน 2-3 วัน จะก่อตัวกลายเป็นหินปูน 

หินปูน คือ คราบพลัคที่เกาะติดแน่น ไม่สามารถกำจัดออกได้อย่างง่ายๆ ถึงแม้จะใช้ไหมขัดฟัน หรือแม้แต่การแปรงฟัน  สิ่งเหล่านี้อาจทำก่อให้เกิดเหงือกอักเสบได้ง่าย และหากเกิดคราบพลัคเยอะจนเกิน ควรพบแพทย์เพื่อปรึกษาวิธีรักษาตามขั้นตอนที่แพทย์แนะนำต่อไป 

เหงือกบวมเกิดจากอะไรได้บ้าง 

การตั้งครรภ์

เหงือกบวมสามารถเกิดขึ้นได้ในระหว่างตั้งครรภ์ การไหลเวียนของฮอร์โมนในร่างกายขณะตั้งครรภ์และทำให้เพิ่มการไหลเวียนเลือดบริเวณเหงือกจึงทำให้เกิดอาการอักเสบ และระคายเคืองได้ง่ายขึ้น

การขาดสารอาหาร

การขาดวิตามินโดยเฉพาะวิตามินบีและซีอาจทำให้เหงือกบวม  ตัวอย่างเช่นวิตามินซีมีบทบาทสำคัญในการบำรุงรักษาและซ่อมแซมฟันและเหงือกของคุณ หากระดับวิตามินซีลดลงต่ำเกินไป จะเป็นสาเหตุทำให้เลือดออกตามไรฟัน และอาจทำให้เกิดโรคโลหิตจางและโรคเหงือกได้ 

การติดเชื้อ

เชื้อราหรือเชื้อไวรัส เป็นสาเหตุที่ทำให้เหงือกบวมได้ หรือหากคุณเป็นโรคเริม ก็อาจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีอาการเหงือกบวมได้ 

เชื้อราซึ่งเป็นผลมาจากการเจริญเติบโตของยีสต์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและอาจเกิดในช่องปากและอาจก่อให้เกิดอาการเหงือกบวม ฟันผุ หากไม่ได้รับการรักษาในทันที อาจทำให้เกิดอาการปวดเหงือก เป็นหนองที่เหงือกได้

วิธีการรักษาอาการเหงือกบวม

การรักษาทางการแพทย์

หากมีอาการเหงือกบวม ปวดเหงือก ซึ่งอาการเหงือกบวมอาจเป็นได้หลายตำแหน่งเช่น ปวดเหงือกตรงฟันกราม หเกิ นสองสัปดาห์ควรปรึกษาทันตแพทย์โดยทันที ทันตแพทย์จะสอบถามอาการเริ่มต้น และระยะเวลาที่เริ่มมีอาการ อาจจะต้องใช้รังสีในการเอกซเรย์ในช่องปาก แพทย์จะสอบถามเพิ่มเติมว่าผู้ป่วยอยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์ด้วยหรือไม่ หรือว่าเคยอยู่ในช่วงของการลดน้ำหนักมาก่อนด้วยหรือไม่ รวมทั้งแพทย์จะตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการเหงือกบวมในเบื้องต้นด้วย 

ทันตแพทย์อาจใช้วิธีทำความสะอาดโดยการบ้วนปาก เพื่อช่วยป้องกันโรคเหงือกอักเสบและลดคราบจุลินทรีย์ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการเหงือกบวมของคนไข้ด้วย หรืออาจจะแนะนำให้ใช้ยาสีฟันสำหรับคนเป็นโรคเหงือกอักเสบโดยเฉพาะ  ผู้ป่วยเหงือกบวมอาจต้องกินยาปฏิชีวนะ เพื่อรักษาอาการอักเสบร่วมด้วย 

หากอาการของโรคเหงือกอักเสบรุนแรง ผู้ป่วยอาจจะต้องได้รับการผ่าตัดซึ่งเป็นทางเลือกสุดท้ายในการรักษา  ทันตแพทย์จะดูขนาดและรูปร่างของรากฟันแล้วทำการผ่าตัด แต่หากรักษาในเบื้องต้นได้ แพทย์อาจทำการขูดคราบหินปูน เพื่อรักษาสภาพของเหงือกให้คงสภาพดีต่อไป 

การรักษาเหงือกอักเสบด้วยตัวเอง

หากมีอาการเจ็บเหงือกทั้งด้านในสุด เหงือกบริเวณฟันกราม หรือเหงือกบริเวณฟันคุด ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาจจะปรึกษาเภสัชกรในเบื้องต้น และรักษาด้วยการกินยาปฏิชีวนะเพื่อแก้เหงือกอักเสบ หรืออาจะใช้ยาสีฟันที่รักษาเหงือกอักเสบโดยเฉพาะ แต่หากไม่ดีขึ้นอาจต้องไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยและรักษาตามระดับของอาการต่อไป  อาการเจ็บเหงือก พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ เด็กที่มีฝันผุ อาจทำให้เป็นเหงือกบวม หรืออาการปวดอาจมาจากฟันน้ำนมหัก แต่ก็จะหายไปเองภายในระยะเวลาไม่กี่วัน หากมีการรักษาทำความสะอาดช่องปากอย่างสม่ำเสมอ

เคล็ดลับในการระมัดระวังและดูแลสุขภาพเหงือก 

วิธีรักษาเหงือกอักเสบด้วยตัวเองที่บ้าน:

  • ควรใช้แปรงสีฟันและไหมขัดฟันเบาๆ เพื่อไม่ให้เหงือกมีอาการปวด และระคายเคือง
  • ควรบ้วนปากด้วยน้ำเกลือเพื่อกำจัดแบคทีเรียในช่องปาก
  • ควรดื่มน้ำมาก ๆ น้ำเพราะจะช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำลายซึ่งจะทำให้ลดแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคในช่องปาก
  • หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาบ้วนปากที่เข้มข้นเกินไป เพราะอาจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้ 
  • ลดการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ 
  • หากมีอาการปวดเหงือก ควรประคบอุ่นบนใบหน้าซึ่งเป็นวิธีแก้ปวดเหงือกได้  ส่วนการประคบเย็นสามารถช่วยลดอาการเหงือกบวมได้

การใช้สมุนไพรสามารถนำมาเป็นยารักษาโรคเหงือกบวม เหงือกอักเสบได้เช่น 

  • ขมิ้นชัน- นำขมิ้นสดมาปอกเปลือกและล้างน้ำให้สะอาดแล้วบดให้ได้ประมาณ 1 ช้อนชา เติมเกลือลงไปเล็กน้อยและนำไปผสมน้ำ ทาขมิ้นที่บดแล้วนั้นลงไปบริเวณเหงือกที่บวมจะช่วยลดอาการอักเสบของปัญหาเหงือกได้ ทำได้วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น
  • ขิงสด- นำขิงสดมาปอกเปลือก จากนั้นบดให้ละเอียด เติมเกลือเข้าไปเล็กน้อย แล้วนำมาทาให้ทั่วบริเวณที่เหงือกบวม  เหงือกอักเสบ จะช่วยให้ลดอาการเหงือกบวมได้
  • มะนาว – นำสำลีชุบน้ำมะนาว แล้วทาให้ทั่วบริเวณเหงือก นอกจากจะช่วยฆ่าเชื้อแล้ว ยังสามารถช่วยลดอาการบวมได้อีกด้วย
  • ใบฝรั่ง – นำใบฝรั่งมาต้มจากนั้นใส่เกลือผสมลงไปเล็กน้อย กรองเอาเฉพาะน้ำ แล้วนำมากลั้วปาก จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและรักษาโรคเหงือกได้
  • เปลือกมังคุด – นำเปลือกมังคุดไปต้ม จากนั้นนำน้ำที่ต้มมาบ้วนปาก จะช่วยรักษาเหงือกบวมได้ ทั้งยังช่วยลดเหงือกอักเสบและช่วยให้เหงือกแข็งแรงอีกด้วย

จะป้องกันเหงือกบวมได้อย่างไร

ควรดูแลสุขภาพของช่องปากและรักษาความสะอาดอยู่สม่ำเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดเหงือกบวมได้ รวมถึงรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเพื่อเสริมสร้างวิตามินในการรักษาสุขภาพฟันภายในช่องปาก การดูแลช่องปาก

ควรแปรงฟันทุกครั้งหลังอาหาร และควรใช้ไหมขัดฟันก่อนการแปรงฟันเป็นประจำ ควรไปพบทันตแพทย์อย่างน้อยทุก ๆ หกเดือนเพื่อตรวจสภาพฟัน หากมีอาการผิดปกติเช่น ปากแห้ง ควรหลีกเหลี่ยงการเพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้ฟันเกิดคราบพลัค และการสะสมของหินปูน ควรปรึกษาแพทย์ในการใช้น้ำยาบ้วนปาก และยาสีฟันที่เหมาะกับสภาพเพื่อป้องกันการโรคในช่องปากอย่างสม่ำเสมอ 


ลิ้งค์ด้านล่างเป็นแหล่งข้อมูลบทความของเรา

เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

Leave a Reply