เชื้อราในช่องคลอด

เชื้อราในช่องคลอด (Vaginal Candidiasis) : อาการ สาเหตุ การรักษา

เชื้อราในช่องคลอด (Vaginal Candidiasis) คือช่องคลอดขาดความสมดุลของแบคทีเรียและยีสต์ โดยมีการทวีคูณขึ้นของเซลยีสต์ ทำให้เกิดอาการคันบวมและระคายเคืองอย่างรุนแรง

การรักษาการติดเชื้อยีสต์ในช่องคลอด สามารถบรรเทาอาการลงได้ภายใน 2-3 วัน ในกรณีที่รุนแรงมากขึ้นอาจใช้เวลาถึง 2 สัปดาห์

กำลังโหลด

การติดเชื้อยีสต์ในช่องคลอดไม่จัดว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI/STD) แต่ว่าการติดต่อทางเพศสัมพันธ์สามารถแพร่กระจายโรคนี้ได้ ในขณะที่ผู้หญิงที่ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์ก็สามารถเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน

Vaginal Candidiasis

อาการเชื้อราในช่องคลอด

อาการทั่วไปของเชื้อราในช่องคลอดมีดังนี้

  • แสบคันช่องคลอด
  • ช่องคลอดบวม
  • แสบระหว่างปัสสาวะหรือมีเพศสัมพันธ์
  • เจ็บระหว่างมีเพศสัมพันธ์
  • ช่องคลอดแดง
  • ผื่น

การมีตกขาวสีขาวและสีเทาที่มีลักษณะเป็นก้อนก็เป็นอีกอาการหนึ่งของการติดเชื้อราในช่องคลอด บางครั้งอาจมีลักษณะเป็นน้ำ

หากติดเชื้อราในช่องคลอดแล้วไม่ได้รับการรักษา ความรุนแรงของอาการจะเพิ่มขึ้นเรื่อย

เชื้อราในช่องคลอดเป็นโรคติดต่อหรือไม่

การติดเชื้อราในช่องคลอด ไม่ถือว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่ผู้ป่วยสามารถติดเชื้อยีสต์ในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ทางปากหรือช่องคลอดได้ นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อโดยการจูบใครบางคน

กำลังโหลด

และสำหรับทารกแรกเกิด หากมารดามีเชื้อยีสต์ในช่องคลอดระหว่างการคลอด ก็จะสามารถถ่ายทอดเชื้อนี้ไปยังทารกได้ และหากเชื้อนี้เจริญในบริเวณเต้านมก็สามารถติดต่อผ่านการให้น้ำนมได้

แม้ว่าเชื้อราหรือเชื้อยีสต์ในช่องคลอดสามารถแพร่กระจายจากบุคคลสู่บุคคลได้ แต่ไม่ได้เป็นการติดเชื้อเหมือนกับโรคติดต่ออื่นๆ เราจะไม่สามารถติดเชื้อทางอากาศ หรือใช้ฝักบัวอาบน้ำร่วมกับคนที่ติดเชื้อ

สาเหตุของการติดเชื้อราในช่องคลอด

กลุ่มเชื้อรา Candida นั้นพบได้ทั่วไปบริเวณช่องคลอด ส่วนแบคทีเรีย Lactobacillus ก็เจริญเติบโตร่วมกัน หากช่องคลอดมีความไม่สมดุลของแบคทีเรียเหล่านี้ จะนำไปสู่การเจริญของยีสต์ ซึ่งทำให้เกิดการติดเชื้อยีสต์ในช่องคลอด (เชื้อราในช่องคลอด)

มีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดการติดเชื้อยีสต์ได้แก่ :

  • ยาปฏิชีวนะซึ่งลดปริมาณ Lactobacillus ซึ่งเป็นแบคทีเรียดีในช่องคลอด
  • การตั้งครรภ์
  • โรคเบาหวาน
  • ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
  • พฤติกรรมชอบรับประทานอาหารหวาน
  • ความไม่สมดุลของฮอร์โมนในช่วงประจำเดือน
  • ความตึงเครียด
  • นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ

เชื้อยีสต์ Candida albicans เป็นสาเหตุของการติดเชื้อราในช่องคลอด การติดเชื้อเหล่านี้สามารถรักษาได้ง่าย

หากผู้ป่วยติดเชื้อยีสต์ซ้ำ หรือไม่สามารถกำจัดเชื้อยีสต์ได้ ด้วยการรักษาตามปกติ จำเป็นต้องได้รับการตรวจเชื้อราในช่องคลอดเพื่อระบุเชื้อราที่เป็นสาเหตุ

การวินิจฉัยเชื้อราในช่องคลอด

สำหรับการวินิจฉัยเชื้อราในช่องคลอด แพทย์จะสอบถามประวัติการรักษาของผู้ป่วย อาจจะประกอบไปด้วยการซักถามถึงการติดเชื้อในช่องคลอดก่อนหน้านี้  และคำถาม อื่นๆ เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ขั้นตอนต่อไปคือ การตรวจสอบภายในเชิงกราน แพทย์จะตรวจสอบผนังช่องคลอดและปากมดลูกของผู้ป่วย โดยตรวจสอบโดยรอบ เพื่อหาจุดที่ติดเชื้อ

ขั้นถัดไปคือ การรวบรวมเนื้อเยื่อบางส่วนจากช่องคลอด และนำเซลล์เหล่านี้ไปตรวจสอบหาเชื้อราในห้องปฏิบัติการ โดยมักจะใช้วิธีการนี้สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการติดเชื้อราในช่องคลอดเรื้อรัง

การรักษาเชื้อราในช่องคลอด

การติดเชื้อราแต่ละชนิด แสดงอาการแตกต่างกัน ดังนั้นแพทย์จะแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วย วิธีการรักษานั้นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการติดเชื้อราในช่องคลอด

การติดเชื้อราช่องคลอดแบบธรรมดา

สำหรับการติดเชื้อราในช่องคลอดประเภทนี้ แพทย์จะทำการให้ยารักษาอาการคันช่องคลอดชนิดครีมสำหรับทาเป็นเวลา 2-3 วัน หรือการให้เหน็บยา โดยยาที่ได้รับอาจเป็นตามใบสั่งยา หรือยาสามัญที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป ได้แก่ :

  • บิวโทโคนาโซล Butoconazole (Gynazole)
  • โคลตริมาโซล Clotrimazole (Lotrimin)
  • ไมโคนาโซล Miconazole (Monistat)
  • เทอร์โคนาโซล Terconazole (Terazol)
  • ฟลูโคนาโซล Fluconazole (Diflucan)

ผู้ป่วยควรเข้าพบแพทย์ เพื่อให้แน่ใจว่ายาที่ได้รับนั้นให้ผลดีในการรักษา หากอาการกลับมาอีกครั้งภายใน 2 เดือน ควรพบแพทย์อีกครั้ง หรือในบางกรณีผู้ป่วยสามารถรักษาตัวเองที่บ้านได้ด้วยยาที่วางจำหน่ายทั่วไป

การติดเชื้อราในช่องคลอดแบบซับซ้อน

แพทย์จะทำการรักษาเพิ่มเติมจากการรักษาเชื้อราในช่องคลอดแบบธรรมดา เนื่องจากมีอาการที่รุนแรงกว่า ได้แก่

  • ช่องคลอดมีสีแดง บวมอย่างมาก และมีอาการคัน ที่นำไปสู่แผลในช่องคลอด
  • ติดเชื้อราในช่องคลอดมากกว่า 4 ครั้งต่อปี
  • ติดเชื้อรา Candida ชนิดอื่นที่ไม่ใช่ Candida albicans
  • ตั้งครรภ์
  • โรคเบาหวาน
  • HIV

การรักษาเชื้อราในช่องคลอดแบบรุนแรงหรือแบบซับซ้อนมีดังนี้:

  • ครีมทาภายใน หรือยาเหน็บช่องคลอด นาน 14 วัน
  • ใช้ยา Fluconazole 
  • ใบสั่งยาระยะยาวของ Fluconazole นาน 6 สัปดาห์ หรือใช้ยาต้านเชื้อราเฉพาะที่ในระยะยาว

หากผู้ป่วยพบการติดเชื้ออีก อาจต้องสำรวจคู่นอนว่ามีการติดเชื้อยีสต์หรือไม่ การป้องกันที่ดีที่สุดคือ การสวมถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ และพบแพทย์เพื่อรับวิธีการรักษาที่ดีที่สุด

วิธีรักษาเชื้อราในช่องคลอดให้หายขาดนั้นทำได้หรือไม่

การติดเชื้อราในช่องคลอดนั้นพบได้บ่อย แต่การรักษาที่รวดเร็วสามารถช่วยลดอาการดังกล่าวได้ภายใน 2-3 วัน ควรตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยง เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อราในช่องคลอด

ควรพบแพทย์โดยด่วนหากมีอาการติดเชื้อราในช่องคลอดยาวนานกว่า 2 เดือน


นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา


เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

เกี่ยวกับผู้แต่ง


Leave a Reply