โรคปอดอักเสบ หรือ โรคปอดบวม (Pneumonia) : อาการ สาเหตุ การรักษา

โรคปอดอักเสบ (Pneumonia) คือ การติดเชื้อที่ปอดข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง โดยมีสาเหตุมาจากแบคทีเรีย หรือไวรัส หรือเชื้อรา การอักเสบของถุงลมภายในปอดทำให้เกิดของเหลวหรือหนองคั่งในถุงลม ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการหายใจลำบาก

โรคปอดอักเสบ (Pneumonia)

โรคปอดอักเสบเป็นโรคติดต่อหรือไม่?

เชื่อโรคที่เป็นสาเหตุของปอดอักเสบนั้นสามารถแพร่เชื้อได้ ดังนั้นหมายความว่าโรคปอดอักเสบเป็นโรคติดต่อ ทั้งไวรัสและแบคทีเรียก่อโรคปอดอักเสบนั้นสามารถแพร่กระจายผ่านละอองที่ฟุ้งในอากาศจากการจามหรือไอ รวมถึงการสัมผัสกับพื้นผิวที่มีการปนเปื้อนของเชื้อโรคนั้นๆ

คุณสามารถสัมผัสกับเชื้อราที่ก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบได้จากสภาพแวดล้อมทั่วไป อย่างไรก็ตามเชื้อรานี้ไม่สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้.

อาการของโรคปอดบวม หรือปอดอักเสบ

อาการโรคปอดอักเสบประกอบไปด้วย

  • ไอแบบมีเสมหะ
  • มีไข้
  • เหงื่อออกหรือหนาวสั่น
  • หายใจถี่ตลอดเวลารวมถึงเวลานอน
  • เจ็บบริเวณอกระหว่างหายใจและไอ
  • ความรู้สึกเหนื่อย อ่อนเพลีย
  • เบื่ออาหาร
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ปวดศีรษะ(headache)

อาการอื่นๆ นั้นผันแปรตามอายุและสุขภาพส่วนบุคคล ได้แก่

  • เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีจะมีอาการหายใจเร็วหรือหายใจไม่ออก
  • ทารกจะไม่ปรากฏอาการใดๆ อาจจะมีอาการอาเจียน อ่อนเพลีย หรือมีปัญหาในการดื่มน้ำและรับประทานอาหาร
  • ผู้สูงอายุมักจะมีอาการไม่รุนแรงนัก พวกเขาจะเกิดอาการมึนงงสับสน หรือ อุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติได้

สาเหตุของปอดบวม

โรคปอดบวมเกิดจากอะไร โรคปอดบวมนั้นมีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่แยกออกได้หลายประเภทดังนี้

ปอดติดเชื้อแบคทีเรีย

สาเหตุของปอดบวมที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียมักมาจากเชื้อ  Streptococcus pneumoniae และนอกจากนั้นยังมีเชื้อแบคทีเรียอื่น ๆ ที่สามารถทำให้เกิดปอดบวมได้คือ Mycoplasma pneumoniae, Haemophilus influenzae, Legionella pneumophila

ปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส

โดยทั่วไปแล้วการติดเชื้อไวรัสผ่านระบบทางเดินหายใจมักจะส่งผลกระทบข้างเคียงที่ทำให้เกิดปอดอักเสบและกลายเป็นปอดบวมได้ โดยหากผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสจำพวกนี้ ควรเฝ้าระวังไม่ให้เกิดอาการปอดอักเสบ ; 

โรคปอดอักเสบจากเชื้อรา

เชื้อราจากดินหรือมูลของนกอาจทำให้เกิดโรคปอดบวมได้ โดยเฉพาะหากผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ เช่นเป็นโรคประจำตัวอยู่ก่อนหน้าแล้วอาจจะก่อให้เกิดปัจจัย เสี่ยงมากขึ้น  ประเภทเชื้อราที่สามารถทำให้เกิดโรคปอดบวมได้คือ : 

  • Pneumocystis jirovecii
  • Histoplasmosis species
  • Cryptococcus species

การรักษาโรคปอดบวม

วิธีการรักษาปอดอักเสบนั้น ขึ้นอยู่กับประเภทของโรคปอดบวมที่ผู้ป่วยเป็น และความรุนแรงของโรค รวมไปถึงการพิจารณาสุขภาพของผู้ป่วยด้วย 

ปอดบวมด้วยสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัส 

ผู้ป่วยอาจไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล โดยแพทย์จะสั่งจ่ายยาไปให้และพักรักษาตัวเองอยู่ที่บ้าน ดื่มน้ำมาก ๆ และตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายอย่างเคร่งครัด และสังเกตสีของริมฝีปากและเล็บ หากมีสีคล้ำกว่าเดิมควรกลับไปพบแพทย์ทันที

ปอดบวมด้วยสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรีย

หากผู้ป่วยเป็นปอดบวมเนื่องมาจากอาการปอดติดเชื้อแบคทีเรีย หากผู้ป่วยมีมีอาการรุนแรงเช่น มีไข้สูง ไอ หรือหอบมาก แพทย์อาจจะทำการตรวจเลือดและให้ยาปฎิชีวนะ ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องนอนโรงพยาลเนื่องจากจะต้องมีการให้ออกซิเจนและน้ำเกลือ

ใครที่มีความเสี่ยงเป็นปอดบวม

โรคปอดบวมสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่จะมีบุคคลบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงกวาคนทั่วไป กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงเหล่านี้คือ : 

  • ผู้สูงอายุ
  • ทารกและเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ขวบ
  • ผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เนื่องจากโรคประจำตัว หรือจากการใช้ยาบางจำพวก เช่น สเตียรอยด์ หรือยาที่ใช้รักษาโรคมะเร็ง 
  • ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเช่นโรคหอบหืด โรคเบาหวาน โรคหัวใจ 
  • ผู้ป่วยที่ติดเชื้อทางเดินหายใจ
  • ผู้ป่วยที่กำลังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลและใช้เครื่องช่วยหายใจ
  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง
  • คนที่ดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุรี่จัด

การป้องกันการเกิดโรคปอดบวม

มีหลายวิธีด้วยกันที่จะป้องกันโรคปอดบวมได้

การรับวัคซีน

มีวัคซีนที่สามารถป้องกันโรคปอดบวมได้เช่น  

Prevnar 13 สามารถใข้ได้กับ:

  • เด็กที่มีอายุต่ำกว่าสองขวบ
  • ผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป 
  • ผู้ที่มีอายุระหว่าง 2 ถึง 64 ปี ที่มีโรคประจำตัวที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคปอดบวม

Pneumovax 23 เหมาะกับ:

  • ผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปี ขึ้นไป
  • เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 2 ขวบ จนไปถึงผู้สูงอายุ ที่ป่วยเป็นโรคประจำตัวหรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อปอดบวม
  • บุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 19 ถึง 64 ปีที่สูบบุหรี่จัด

วัคซีนป้องกันไข้หวัด

วัคซีนป้องกันไข้หวัดสามารถป้องกันโรคปอดบวมได้เช่นกัน โดยผู้ป่วยสามารถฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดประจำปีได้ เพื่อสุขภาพ และไม่ป่วยเป็นหวัดบ่อย ๆ โดยสามารถฉีดให้กับทารกที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือน ขึ้นไปจนไปถึงผู้สูงอายุ

วัคซีน Hib 

วัคซีนชนิดนี้ใช้ป้องกันโรคฮิบ หรือ Haemophilus influenzae type b (Hib) ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง

 โดยวัคซีนนี้เหมาะกับ:

  • เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบ
  • ผู้ป่วยที่เคยได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูก

ในบางกรณีการได้วัคซีนจำพวกนี้อาจจะไม่ได้ป้องกันโรคปอดบวมโดยตรงแต่สามารถลดความเสี่ยง หรือช่วยให้โรคปอดบวมไม่อยู่ในขั้นที่รุนแรงจนเกินไป 


นี่คือลิงค์ที่มาของแหล่งบทความของเรา


เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

Leave a Reply