โรคไหวัด (Common Cold) : อาการ สาเหตุ การวินิจฉัยโรค การรักษา

โรคไข้หวัด (Common Cold)  คือ โรคที่ติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนต้นคือ จมูกและคอ หรือการที่ร่างกายรับเชื้อ ละอองเสมหะที่ผู้ป่วยไอ จาม  การหายใจรดกัน หรือจากการสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีเชื้อหวัด  โรคไข้หวัดเป็นโรคที่พบได้บ่อย ทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็ก ซึ่งมักพบเป็นหวัดได้บ่อยถึงปีละ 6 – 8 ครั้ง เพราะเด็กมีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำกว่าผู้ใหญ่

โรคไหวัด (Common Cold)

กำลังโหลด

ความแตกต่างระหว่างไข้หวัดกับไข้หวัดใหญ่

ในช่วงแรกไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่อาจมีอาการคล้ายกันมาก ไข้หวัดทั้ง 2 ประเภทมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อทางเดินหายใจ อย่างไรก็ตามไวรัสทำให้เกิดโรคแตกต่างกันจึงทำให้มีความแตกต่างกัน และอาการจะค่อยๆชัดเจนขึ้นและสามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างทั้งสองโรคได้

ทั้งไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่มีอาการทั่วไปบางอย่าง ผู้ที่มีความเจ็บป่วยทั้งสองมักจะมีอาการเช่นเดียวกัน คือ:

  • อาการน้ำมูกไหลหรือคัดจมูก
  • จาม
  • ปวดเมื่อยตามร่างกาย
  • ความเหนื่อยเมื่อยล้าทั่วไป

ตามหลักแล้วอาการของโรคไข้หวัดใหญ่จะรุนแรงกว่าอาการไข้หวัดธรรมดา

ความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างสองโรคนี้คือระดับความรุนแรง โรคไข้หวัดมักทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ อย่างไรก็ตามไข้หวัดใหญ่สามารถนำไปสู่การติดเชื้อไซนัสและหูปอดบวมและการติดเชื้อในกระแสเลือด

เพื่อตรวจสอบว่าอาการมาจากไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ผู้ป่วยจำเป็นต้องไปพบแพทย์ เพื่อแพทย์จะทำการตรวจสอบและตัดสินว่าเป็นโรคอะไร

สาเหตุของไข้หวัด

สาเหตุของการเป็นหวัดนั้นเกิดจากเชื้อไวรัสหวัด ที่มีอยู่กว่า 200 ประเภท และหวัดสามารถติดต่อส่งผ่านจากบุคคลหนึ่งไปยังบุคคลหนึ่งได้ง่ายหากผู้ป่วยใช้ชีวิตหรือมีความใกล้ชิดกัน 

กำลังโหลด

อาการของโรคหวัด

โดยทั่วไปแล้วเมื่อเป็นหวัด มักใช้เวลา 2-3 วัน อาการของโรคหวัดมักจะปรากฏขึ้น การทราบถึงความแตกต่างระหว่างอาการหวัดและไข้หวัดใหญ่สามารถช่วยให้ตัดสินใจว่าจะรักษาอาการอย่างไรและต้องไปพบแพทย์หรือไม่

อาการทางจมูกรวมถึง:

  • อึดอัด
  • ปวดไซนัส
  •  มีอาการน้ำมูกไหล
  • มีอาการคัดจมูก
  • สูญเสียกลิ่นหรือรสชาติ
  • จาม
  • มีเหงื่ออกบริเวณหลังและคอ

อาการที่ศีรษะได้แก่ :

อาการทางร่างกายรวมถึง:

  • ความเหนื่อยล้าทั่วไป
  • หนาว
  • ปวดเมื่อยตามร่างกาย
  • ไข้ต่ำ หรืออาจจะเป็นไข้หลายวัน
  • แน่นหน้าอกไม่สบาย
  • หายใจลำบาก

การรักษาไข้หวัด

หากกำลังมีอาการเป็นหวัดอาจมองหาวิธีบรรเทา การรักษามี 2 ประเภทหลัก:

ยาจากเค้าน์เตอร์ขายยา 

ยารักษาไข้หวัดที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาหรือเค้าเตอร์ขายยา ที่ใช้สำหรับโรคหวัด ได้แก่ ยาที่ทำให้หลอดเลือดหดตัว ยาแก้แพ้และยาแก้ปวด ผู้ป่วยควรแน่ใจว่าได้อ่านฉลากและเข้าใจสิ่งที่กำลังทำเพื่อที่จะไม่ใช้ยาเกินความจำเป็นเพราะยาบางตัวอาจเป็นสารเสพติดประเภทใดประเภทหนึ่ง

การรักษาอาการหวัดด้วยตัวเองที่บ้าน

การรักษาอาการไข้หวัดด้วยการดูแลตัวเองที่บ้านที่มีประสิทธิภาพที่สุดและพบบ่อยที่สุดสำหรับรักษาหวัดซึ่งสามารถทำได้โดย การบ้วนปากด้วยน้ำเกลือ การพักผ่อนและการดื่มน้ำอย่างเพียงพอ หากผู้ป่วยมีโรคความดันโลหิตสูงควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานยาแก้หวัด ที่สามารถหาซื้อได้เอง เนื่องจากยาลดน้ำมูกบางชนิดทำงานโดยการทำให้หลอดเลือดตีบ นี่อาจเพิ่มความดันโลหิตและถ้ามีปัญหาเรื่องความดันโลหิตอยู่แล้วยาอาจทำให้อาการของรุนแรงขึ้น

การรักษาอาการหวัดสำหรับเด็ก

วิธีการรักษาอาการไข้หวัดบรรเทาอาการหวัดของเด็กด้วยการดูแลที่บ้านดังนี้:

การพักผ่อน: เด็กที่เป็นหวัดอาจมีอาการง่วงซึมและหงุดหงิดมากกว่าคนปกติ ควรให้เด็กพักผ่อนจนกว่าอาการจะดีขึ้น 

ภาวะขาดน้ำ : สำคัญที่สุดคือเด็กที่เป็นหวัดจะต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ  เพราะอาการหวัดสามารถคายน้ำได้อย่างรวดเร็ว ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเด็กดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอ หรืออาจจะดื่มเครื่องดื่มอุ่น ๆ เช่น ชาจะสามารถช่วยบรรเทาเจ็บคอ

อาหาร: เด็กที่เป็นหวัดอาจไม่รู้สึกหิวเหมือนปกติดังนั้นผู้ปกครองควรมองหาวิธีที่จะทำให้เด็กได้รับพลังงานและน้ำที่เพียงพอ  สมูทตี้และซุปเป็นสองตัวเลือกที่ดีเช่นกัน

การกลั้วน้ำเกลือ: บางครั้งการล้างคอด้วยน้ำเกลืออาจจะไม่ใช่สิ่งที่เด็ก ๆ ชื่นชอบมากนัก แต่การกลั้วตอด้วยน้ำเกลืออุ่นๆ จะช่วยให้อาการเจ็บคอดีขึ้น การพ่นน้ำเกลือที่จมูกยังสามารถช่วยให้อาการคัดจมูกดีขึ้น

ตัวเลือกสำหรับยาหวัด

ยารักษาโรคหวัดตามร้านขายยา ที่พบมากที่สุดสำหรับผู้ใหญ่และเด็กที่อายุ 6 ปีขึ้นไป ได้แก่ ยาลดอาการคัดจมูก ยาแก้แพ้และยาแก้ปวด

ยาหดหลอดเลือดจะช่วยลดอาการคัดจมูก ยาแก้แพ้ป้องกันการจามและบรรเทาอาการน้ำมูกไหล บรรเทาอาการปวดบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกายที่บางครั้งมาพร้อมกับหวัด

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดจากยารักษาโรคหวัด OTC รวมถึง:

  • เวียนหัว
  • เหงื่อแตก
  • ปากแห้ง
  • อาการง่วงนอน
  • วิงเวียนศีรษะ
  • อาการปวดศีรษะ (headache)

แม้ว่ายาเหล่านี้อาจช่วยบรรเทาอาการได้ แต่ก็จะไม่ได้รับการรักษาหรือย่นระยะเวลาหวัดลง

หากก่อนหน้านี้เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูงควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยารักษาโรคหวัด  ยาบางชนิดช่วยบรรเทาอาการโดยการลดหลอดเลือดและลดการไหลเวียนของเลือด หากมีความดันโลหิตสูงอาจส่งผลต่อการไหลเวียนโลหิตทั่วร่างกาย

เด็กที่อายุน้อยกว่า 6 ปีไม่ควรได้รับยาเหล่านี้ ผลข้างเคียงจากการใช้ยาหวัดมากเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหาร้ายแรงสำหรับเด็กเล็ก

การวินิจฉัยโรคหวัด

การวินิจฉัยโรคหวัดมักจะต้องเดินทางไปที่โรงพยาบาล เพื่อทำการตรวจอาการของโรคหวัด โดยทั่วไปแล้วหากไม่ได้มีอาการหนักมากสามารถพักผ่อนและดูแลตัวเองได้ที่บ้านเบื้องต้น แต่หากอาการแย่ลงหรือคงอยู่หลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งสัปดาห์แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ผู้ป่วยอาจต้องพบแพทย์ เพราะอาจจะเป็นอาการของปัญหาอื่น เช่นไข้หวัดใหญ่หรือคออักเสบ

หากเป็นหวัดสามารถคาดว่าไวรัสจะหายไปเองในอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ถึง 10 วัน หากเป็นไข้หวัดใหญ่อาจใช้เวลานานพอสมควรที่อาการจะหายสนิท แต่ถ้าสังเกตว่าอาการแย่ลงหลังจากวันที่ห้าหรือหากไม่หายไปภายในหนึ่งสัปดาห์อาจมีอาการอื่น

วิธีเดียวที่จะทราบอย่างชัดเจนว่าอาการเป็นผลมาจากหวัดหรือไข้หวัดใหญ่คือให้แพทย์ทำการตรวจ เนื่องจากอาการและการรักษาสำหรับหวัดและไข้หวัดใหญ่มีความคล้ายคลึงกันมากการวินิจฉัยจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะรักษาอย่างไร

ระยะเวลาในการเป็นไข้หวัด

โรคไข้หวัดคือการติดเชื้อไวรัสในทางเดินหายใจ ไวรัสไม่สามารถรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ในกรณีส่วนใหญ่ไวรัสอย่างหวัดอาการก็จะไปในทิศทางของหวัด สามารถรักษาอาการของการติดเชื้อได้ แต่ไม่สามารถรักษาการติดเชื้อนั้นได้

โรคไข้หวัดโดยเฉลี่ยกินเวลาตั้งแต่7 ถึง 10 วัน ขึ้นอยู่กับสุขภาพโดยรวมของแต่ละบุคคล อาจมีอาการมากหรือน้อยก็ได้ ตัวอย่างเช่นผู้ที่สูบบุหรี่หรือเป็นโรคหอบหืดอาจหายยากกว่า

หากอาการไม่ดีขึ้นหรือหายไปภายใน 7 ถึง 10 วันควรนัดพบแพทย์ อาการที่ไม่หายไปอาจเป็นสัญญาณของปัญหาที่ใหญ่กว่าเช่น ไข้หวัดใหญ่หรือคออักเสบ

จริงหรือไม่จริง: การรับประทานของเย็นเป็นการเลี้ยงไข้

เรื่องเล่ากันมานาน ว่า “ทานของเย็นเป็นการเลี้ยงไข้” ซึ่งได้ยินกันมาจากรุ่นสู่รุ่น การที่ร่างกายได้รับพลังงานในขณะที่ป่วยอาจช่วยให้ร่างกาย “อุ่นขึ้น” 

วันนี้การวิจัยทางการแพทย์ชี้ให้เห็นว่าคำพูดที่ควรจะเป็น “อาหารเย็นเลี้ยงไข้” เมื่อร่างกายต่อสู้กับการติดเชื้อ ร่างกายจะใช้พลังงานมากกว่าปกติ ดังนั้นจึงต้องการพลังงานมากขึ้น

พลังงานมาจากอาหาร มันสมเหตุสมผลแล้วที่จะต้องทานอาหารเย็นเพื่อให้ร่างกายสามารถมีพลังงานเพียงพอที่จะช่วยกำจัดไวรัสโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามอาจทำให้ข้ามมื้ออาหารเพราะความเย็นสามารถทำให้รู้สึกไม่อยากอาหาร แต่ให้แน่ใจว่ากินอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ร่างกายมีพลังงานเพียงพอ

หากมีไข้ไม่ควรรับประทานของเย็น ไข้เป็นสัญญาณว่าระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายกำลังต่อสู้เพื่อเอาชนะเชื้อไวรัสในร่างกาย ซึ่งไข้จะเพิ่มอุณหภูมิตามธรรมชาติของร่างกายซึ่งจะเพิ่มการเผาผลาญ เมแทบอลิซึมที่เร็วขึ้นจะเผาผลาญแคลอรี่ได้มากขึ้น ยิ่งไข้สูงขึ้นเท่าไหร่ร่างกายก็จะต้องการพลังงานมากขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตามเช่นเดียวกับหวัดอย่าใช้ไข้เป็นข้ออ้างในการกินมากเกินไป คุณเพียงแค่ต้องกินตามปกติเพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานมากมายเพื่อต่อสู้กับไวรัส

เป็นหวัดควรทานอาหารแบบใด

เมื่อป่วยอาจไม่รู้สึกอยากรับประทานอาหารเลย แต่ร่างกายยังต้องการอาหารที่ให้พลังงาน อาหารต่อไปนี้อาจเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการฟื้นตัวจากอาการหวัด :

ก๋วยเตี๋ยวไก่

ซุปรสเค็มเป็น “การรักษา” แบบคลาสสิกสำหรับการเจ็บป่วยทุกชนิด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับโรคหวัด ของเหลวอุ่น ๆ เป็นสิ่งที่ดีสำหรับการช่วยเปิดโพรงจมูกเพื่อให้คุณสามารถหายใจได้คล่องและเกลือจากซุปจะช่วยลดอาการเจ็บคอ

ชาร้อน

เครื่องดื่มอุ่น ๆ เช่น ชาเหมาะสำหรับคนเป็นหวัด เพิ่มน้ำผึ้งเพื่อเพิ่มความกระฉับกระเฉง ขิงยังสามารถลดการอักเสบและลดความอึดอัด ไม่ควรดื่มกาแฟ คาเฟอีนสามารถแทรกแซงยาและอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดน้ำ

โยเกิร์ต

โยเกิร์ตมีแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายพันล้านตัวที่สามารถเสริมสร้างสุขภาพทางเดินอาหาร การมีจุลินทรีย์ ที่ดีต่อสุขภาพในลำไส้สามารถช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับโรคหวัดได้

ไอศครีมแท่ง

เช่นเดียวกับชาร้อนไอศครีม อาจช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากอาการเจ็บคอ ทานแบบที่มีปริมาณน้ำตาลต่ำหรือทำสมูทตี้ป๊อเองด้วยโยเกิร์ตผลไม้และน้ำผลไม้ตามธรรมชาติ

สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ควรจำเมื่อคุณเป็นหวัดคือการไม่ขาดน้ำ ดื่มน้ำหรือชาอุ่น ๆ เป็นประจำ หลีกเลี่ยงคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ในขณะที่กำลังเป็นหวัด ทั้งคู่สามารถทำให้อาการหวัดแย่ลงได้

หลีกเลี่ยงความเย็น

ผู้ป่วยควรดื่มน้ำอุ่น ๆ หรือชา ไม่ควรดื่มน้ำเย็น หรืออาหารที่มีความเย็น 

ล้างมือ สบู่และน้ำ เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อโรค ใช้เจลและสเปรย์ต้านเชื้อแบคทีเรียเป็นทางเลือกสุดท้าย

ดูแลลำไส้ กินอาหารที่อุดมด้วยแบคทีเรีย เช่นโยเกิร์ตหรือทานอาหารเสริมโปรไบโอติกทุกวัน การรักษาแบคทีเรียในลำไส้ให้แข็งแรงสามารถช่วยให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น


นี่คือลิงค์ที่มาของแหล่งบทความของเรา


เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

เกี่ยวกับผู้แต่ง


Leave a Reply