โรคไมเกรน (Migraine): อาการ สาเหตุ ประเภทของ การรักษา 

ไมเกรน (Migraine) คือ ความผิดปกติของสภาพระบบประสาทอย่างหนึ่งที่สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน อาการที่พบบ่อยคือ การตึงของกล้ามเนื้อ การอ่อนล้า และการปวดศีรษะ ลักษณะอาการมักจะประกอบไปด้วยการคลื่นไส้ คลื่นไส้อาเจียน ลำบากในการเปล่งเสียงหรือพูดคุย มึนงง และประสาทสัมผัสไวต่อเสียงและแสง คนทุกเพศทุกวัยสามารถเป็นไมเกรนได้

การวินิจฉัยการปวดศีรษะไมเกรนนั้นขึ้นกับประวัติผู้ป่วย การรายงานอาการ และการวินิจฉัยสาเหตุอื่นๆ ร่วมด้วย ประเภทของการปวดศีรษะไมเกรนนั้นได้แก่ ไมเกรนแบบทั่วไป (Common migrane)  คือ ไม่มีอาการนำก่อนการปวดศีรษะ และไมเกรนแบบคลาสิก (Classic migrane) คือ มีอาการนำหรือมีสิ่งเร้าก่อนการปวดศีรษะ(headache)

ไมเกรนสามารถเริ่มต้นเป็นได้ตั้งแต่วัยเด็กหรืออาจจะไม่เป็นเลยจนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ไมเกรนพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และหากในครอบครัวมีผู้เป็นไมเกรน มีโอกาสเป็นไปได้สูงว่าบุคคลอื่นๆ ในครอบครัวจะสามารถเป็นไมเกรนได้เช่นกัน 

ไมเกรนมีความแตกต่างจากการปวดหัวโดยทั่วไป เราสามารถสังเกตลักษณะอาการได้ว่าการปวดศีรษะแบบนี้เป็นไมเกรนหรือเป็นการปวดศีรษะโดยทั่วไป

ไมเกรน (Migraine)

ปวดแบบไหนเป็นไมเกรน

อาการเจ็บปวดจากไมเกรนสามารถอธิบายได้ดังนี้

  • ปวดตึบๆ
  • ปวดแบบเสียดแทง
  • ปวดแบบกดรัด
  • เหนื่อยล้า

นอกจากนี้ยังรวมถึงอาการเมื่อยล้าอย่างหนักและยาวนาน อาการปวดอาจจะเริ่มจากการปวดที่ไม่รุนแรง แต่หากการรักษาจะสามารถปวดแบบรุนแรงได้ 

ไมเกรนมักจะปวดที่บริเวณหน้าผาก และมีอาการปวดที่ด้านใดด้านหนึ่งของศีรษะ แต่ทั้งนี้สามารถปวดศีรษะทั้งสองด้านพร้อมกันได้ หรือจะปวดสลับกันก็ได้

โดยทั่วไปไมเกรนจะสร้างความเจ็บปวดราวๆ 4 ชัวโมง หากไม่ได้รับการรักษาอาจจะยาวนานถึง 72 ชั่วโมงหรือนานนับสัปดาห์ ในไมเกรนแบบออร่า ความเจ็บปวดมักจะคาบเกี่ยวกับช่วงเวลาที่พบสิ่งเร้าหรืออาจจะไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้ 

อาการของโรคไมเกรน

อาการของไมเกรนอาจจะเกิดขึ้น 1 – 2 วันก่อนที่จะเริ่มมีอาการปวดศีรษะ และนี้คือลักษณะการบ่งบอกว่าคุณเป็นไมเกรน ลักษณะอาการจะมีดังนี้:

  • มีความอยากอาหาร
  • หดหู่
  • อ่อนเพลีย เมื่อยล้า
  • หาวนอนบ่อยครั้ง
  • สมาธิสั้น
  • หงุดหงิด
  • ปวดตึงที่คอ

ไมเกรนแบบออร่า หรือแบบมีอาการเตือน คุณมักจะมีปัญหาในเรื่องการมองเห็น ความรู้สึก การเคลื่อนไหว การเปล่งเสียงหรือพูดคุย โดยจะมีลักษณะอาการดังนี้

  • พูดไม่ชัด
  • รู้สึกชา ซ่า ที่บริเวณใบหน้า แขน หรือขา
  • มองเห็นแสงวาบ หรือจุดแสง
  • สูญเสียการมองเห็นชั่วคราว

ระยะต่อไปคือระยะที่ส่งผล นี่คือระยะที่ไมเกรนจะส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรง ในผู้ป่วยบางรายสามารถเกิดระยะนี้พร้อมกับช่วงที่เกิดออร่าหรือมีอาการเตือน ระยะส่งผลรุนแรงนี้สามารถเกิดได้ยาวนานตั้งแต่ระยะเวลาเป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน อาการไมเกรนสามารถเกิดขึ้นได้แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ลักษณะบางประการของอาการไมเกรนมักจะประกอบไปด้วยอาการเหล่านี้ 

  • มีการไวต่อแสงและเสียงมากขึ้น
  • คลื่นไส้
  • หน้ามืด เป็นลม
  • ปวดหัวข้างเดียวบ่อยๆ อาจจะปวดที่ด้านซ้ายหรือขวา หน้าหรือหลัง หรือขมับ
  • มีอาการปวดหัวมากๆ และรู้สึกตึบๆในศีรษะ
  • อาเจียน

หลังจากระยะอาการรุนแรง จะเข้าสู่ระยะที่บ่งบอกอาการของไมเกรนชัดเจน นั่นคือการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และความรู้สึก ตั้งแต่ความรู้สึกร่าเริงมีความสุข ไปจนสู่ความรู้สึกเหนื่อยล้าและเบื่อหน่าย โดยที่อาการปวดหัวเล็กน้อยนั้นจะยังคงอยู่

ความยาวนานและรุนแรงของไมเกรนจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางระยะอาจจะถูกข้ามไปและไม่ปรากฏในการเป็นไมเกรน และเป็นไปได้ว่าการเป็นไมเกรนจะไม่มีอาการปวดหัวร่วมด้วยในบางครั้ง

การตรวจสอบว่าเป็นไมเกรนหรือไม่

แพทย์จะวินิจฉัยจากลักษณะอาการของผู้ป่วย  ซักถามประวัติผู้ป่วย และทำการตรวจร่างกาย เพื่อวิเคราะห์และแยกแยะสาเหตุ รวมถึงการฉายภาพทางการแพทย์ได้แก่ CT scan หรือ MRI เพื่อหาสาเหตุอันประกอบไปด้วย

ประเภทของไมเกรน

ไมเกรนมีหลายประเภทมากๆ แต่ประเภทหลักๆ จะมี 2 ประเภทด้วยกันได้แก่ ไมเกรนแบบมีออร่า(อาการเตือน) และไมเกรนแบบไม่มีออร่า ในบทความนี้จะขอกล่าวถึงประเภทของไมเกรน 3 ประเภทด้วยกัน โดยไมเกรนอีกประเภทที่กล่าวถึงคือไมเกรนจากความเครียด

ไมเกรนแบบไม่มีออร่า

ไมเกรนประเภทนี้ถูกเรียกว่าไมเกรนทั่วไป (common migraine)ซึ่งผู้ป่วยไมเกรนส่วนมากจะเป็นไมเกรนประเภทนี้

จากข้อมูลของ International Headache Society ผู้ป่วยที่เป็นไมเกรนประเภทนี้ จะได้รับมีลักษณะดังต่อไปนี้อย่างน้อยสองประการ

  • ปวดศีรษะตั้งแต่ 4 – 72 ชั่วโมง กรณีที่ไม่ได้รับการรักษาหรือการรักษาไม่ได้ผล โดยจะมีอาการอย่างน้อย 2 ข้อจากอาการดังต่อไปนี้
    • ปวดศีรษะด้านใดด้านหนึ่ง
    • ปวดศีรษะตึบๆ
    • ปวดศีรษะตั้งแต่ระดับปานกลางไปจนถึงรุนแรง
    • ความเจ็บปวดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นขณะที่เดินขึ้นลงบันได
  • มีอาการไมเกรนต่อไปนี้
    • ไมเกรนจากแสงจ้า
    • ไมเกรนจากเสียงดัง
    • คลื่นไส้โดยปราศจากอาการอาเจียน
  • ปวดศีรษะโดยไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาด้านสุขภาพอื่นๆ

ไมเกรนแบบมีออร่า

ไมเกรนประเภทนี้ถูกเรียกว่า คลาสสิกไมเกรน(classic migraine) ผู้ป่วยไมเกรนประเภทนี้มีราวๆ 25% จากผู้ป่วยไมเกรนทั้งหมด

จากข้อมูลของ International Headache Society ผู้ป่วยที่เป็นไมเกรนประเภทนี้ จะได้รับมีลักษณะดังต่อไปนี้อย่างน้อยสองประการ

  • อาการเตือนจะมีอย่างน้อยหนึ่งอาการจากอาการเหล่านี้
    • ปัญหาด้านการมองเห็น
    • ปัญหาด้านความรู้สึกของร่างกาย ใบหน้า หรือลิ้น เช่น อาการช่า หรือซ่า
    • มีปัญหาในการเปล่งเสียงหรือพูดคุย
    • เมื่อยล้าหรืออ่อนแรง สามารถเป็นได้ยาวนานถึง 72 ชั่วโมง
    • อาการผิดปกติก้านสมองที่ประกอบไปด้วย
      • พูดไม่ชัด
      • รู้สึกปั่นป่วนทางอารมณ์
      • หูอื้อ
      • มีปัญหาในการได้ยิน
      • เห็นภาพซ้อน
      • ไม่มีแรงในการเคลื่อนไหวร่างกาย
      • หมดสติ
      • มีปัญหาเกี่ยวกับดวงตา ประกอบไปด้วย แสงจ้า จุดดำ หรือสูญเสียการมองเห็นชั่วคราว
  • อาการเตือนจะมีอย่างน้อย 2 ประการจากคุณลักษณะต่อไปนี้:
    • อาการไมเกรนขยายตัวยาวนานมากกว่า 5 นาที
    • แต่ละอาการเตือนสามารถเกิดได้ตั้งแต่ 5 นาที จนถึง 1 ชั่วโมง และในบางรายสามารถเกิดได้ถึง 3 ชั่วโมง
    • ปวดศีรษะด้านใดด้านหนึ่ง มีปัญหาด้านการมองเห็น ปัญหาด้านการพูด และการเปล่งเสียง
    • อาการเตือนจะเกิดร่วมกับการปวดศีรษะหรือเกิดก่อนหน้านั้น 1 ชั่วโมง
  • อาการปวดศีรษะไม่ได้เกิดจากปัญหาด้านสุขภาพอื่นๆ หรือการขาดเลือดเลี้ยงสมองชั่วคราว

ออร่าหรืออาการเตือนจะเกิดขึ้นก่อนการปวดศีรษะ แต่สามารถเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องร่วมกับการปวดศีรษะ

ไมเกรนจากความเครียด

ไมเกรนประเภทนี้เกิดจากความเครียดเป็นตัวเหนี่ยวนำ เป็นการปวดหัวจากความเครียด การปวดไมเกรนประเภทนี้สามารถบรรเทาด้วยการออกกำลังกายประเภทโยคะได้

สาเหตุของไมเกรน

นักวิจัยไม่สามารถระบุสาเหตุที่ว่าโรคไมเกรนเกิดจากอะไร อย่างไรก็ตาม พวกเขาพบว่ามีปัจจัยบางอย่างเหนี่ยวนำให้เกิดไมเกรน ประกอบไปด้วย การเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมอง เช่น การลดลงของระดับเซโรโทนินในสมอง

ปัจจัยอื่นๆ ที่ชักนำให้เกิดไมเกรนได้แก่

  • แสงสว่างจ้า
  • อากาศที่ร้อนจัด
  • การสูญเสียน้ำของร่างกาย
  • การเปลี่ยนแปลงของความดันบรรยากาศ
  • การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในเพศหญิงระหว่าง ฮอร์โมเอสโทเจนหรือโพรเจสเทอโรน ในระหว่างช่วงมีประจำเดือนหรือการตั้งครรภ์
  • ความเครียดสะสม
  • เสียงที่ดังมาก
  • การตึงทางกายภาพของร่างกายจากกิจกรรมต่างๆ
  • การอดอาหาร
  • การเปลี่ยนช่วงเวลาเข้านอน
  • การใช้ยาที่มีผลข้างเคียง เช่น ยาคุมกำเนิดหรือไนโตรกลีเซอรีน
  • กลิ่นไม่ถึงประสงค์
  • อาหารบางชนิด
  • การสูบบุหรี่
  • การดื่มแอลกอฮอล์
  • การท่องเที่ยว

หากผู้ป่วยเป็นไมเกรน แพทย์จะขอให้ผู้ป่วยทำบันทึก โปรดเขียนลงในบันทึกทำอะไร อาหารแบบไหนที่รับประทาน รวมถึงยาชนิดใดที่รับประทานก่อนที่จะเกิดไมเกรน ซึ่งนั้นสามารถบอกสิ่งเหนี่ยวนำให้เกิดไมเกรนได้

วิธีรักษาไมเกรน

ไมเกรนไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่แพทย์สามารถจัดการกับอาการเหล่านี้ให้เกิดขึ้นในความถี่ที่น้อยลงได้ และจะทำการรักษาตามลักษณะอาการ การรักษาจะช่วยให้ความรุนแรงจากความเจ็บปวดน้อยลงได้

แผนการรักษาไมเกรนนั้นขึ้นกับปัจจัยดังต่อไปนี้

  • อายุ
  • ความบ่อยในการเกิดไมเกรน
  • ประเภทของไมเกรน
  • ความรุนแรงและความยาวนานของความเจ็บป่วย
  • ผู้ป่วยมีอาการคลื่นไส้และอาเจียนร่วมด้วยหรือไม่
  • ปัจจัยด้านสุขภาพอื่นๆ หรือการรักษาอื่นๆ ที่ผู้ป่วยได้รับ

แผนการรักษาอาจจะทำร่วมกับวิธีการเหล่านี้

  • การเยียวยาและดูแลตนเอง
  • การปรับปรุงพฤติกรรม การหลีกเลี่ยงความเครียดและสิ่งเร้าต่างๆ
  • รับประทานยาช่วยลดอาการปวด เช่น  NSAIDs หรือ acetaminophen (Tylenol)
  • ยาบรรเทาอาการไมเกรนที่แพทย์สั่งคุณจำเป็นต้องใช้ทุกวัน เพื่อลดความเจ็บปวดและความถี่ในการเกิดไมเกรน
  • ยาบรรเทาอาการไมเกรนที่แพทย์สั่งคุณต้องรับประทานทันทีที่เริ่มมีอาการปวดศีรษะป้องกันการปวดศีรษะที่รุนแรง
  • ยาบรรเทาอาการที่ช่วยลดการคลื่นไส้และป้องกันการอาเจียน
  • การบำบัดด้วยฮอร์โมนในกรณีที่ไมเกรนเกิดขึ้นสัมพันธ์กับประจำเดือนของผู้ป่วย
  • การให้คำปรึกษาทางการแพทย์
  • การรักษาทางเลือก อาจจะหมายถึงนวดกดจุด หรือการฝังเข็ม

การบรรเทารักษาอาการคลื่นไส้และป้องกันการอาเจียนจากไมเกรน

ถ้าผู้ป่วยมีอาการคลื่นไส้โดยปราศจากอาการอาเจียน  แพทย์จะแนะนำยาต้านอาการคลื่นไส้ให้กับผู้ป่วย หรือยาแก้แพ้ โดยยานี้สามารถช่วยป้องกันการอาเจียนของผู้ป่วยได้

การนวดกดจุดสามารถบรรเทาอาการไมเกรนได้อีกวิธีหนึ่ง โดยสามารถลดความรุนแรงของการคลื่นไส้ได้ตั้งแต่ 30 นาทีไปจนถึง 4 ชั่วโมง

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเพราะทำให้เกิดไมเกรนได้

อาหารที่มีส่วนประกอบดังนี้สามารถชักนำให้คุณเกิดไมเกรนได้

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มที่มาคาเฟอีน
  • ส่วนผสมอาหารบางชนิด ได้แก่ ไนเตรท สารทดแทนความหวาน(aspartame) ผงชูรส (monosodium glutamate)
  • ไทรามีนที่พบได้จากธรรมชาติในอาหารบางชนิด

ไทรามีนมักเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการหมักดองอาหาร อาหารที่มีไทรามีนได้แก่ ชีสบางชนิด  กะหล่ำปลีดอง และซอสถั่วเหลือง อย่างไรก็ตามบางงานวิจัยพบว่าไทรามีนอาจจะสารป้องกันการปวดหัวมากกว่าเหนี่ยวนำให้เกิดไมเกรนสำหรับบางคน

การบรรเทาและเยียวยาไมเกรน

ผู้ป่วยสามารถลองทำวิธีการดังต่อไปนี้ เพื่อเยียวยาไมเกรน

  • นอนพักผ่อนในห้องที่มืดและเงียบสงบ
  • นวดที่หนังศีรษะและขมัย
  • วางผ้าเย็นบนหน้าผากหรือด้านหลังของคอ

นอกจากนี้แล้วผู้คนส่วนมากยังนิยมใช้สมุนไพรร่วมด้วยในการเยียวยาไมเกรนด้วยเช่นกัน


ลิ้งค์ด้านล่างเป็นแหล่งที่มาข้อมูลของเรา

เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

Leave a Reply