โรคด่างขาว (Vitiligo): อาการ สาเหตุ การรักษา ภาวะแทรกซ้อน

โรคด่างขาวคืออะไร 

โรคด่างขาว (Vitiligo) คือโรคที่เซลล์เม็ดสีผิว melanocytes ทำงานผิดปกติทำให้สีผิวบนใบหน้าหรือร่างกายขาวผิดปกติไม่เท่าสีผิวบริเวณอื่น ๆ โรคนี้เป็นโรคที่หายากและเกิดขึ้นได้น้อย มาก ไม่ถึง 1% ของประชากรโลกที่ป่วยเป็นโรคด่างขาว 

โรคด่างขาว (Vitiligo)
โรคด่างขาว (Vitiligo)

สาเหตุของโรคด่างขาวคืออะไร

โรคด่างขาวเกิดจากอะไร โรคด่างขาวคือการทำงานที่ปกติหรือการที่เซลล์ที่สร้างเม็ดสีผิว melanocytes  ไม่ทำงานจึงไม่ผลิต Melanin ขึ้นมา บางครั้งอาจจะเกิดขึ้นโดยไม่ได้มีสาเหตุ หรือบางครั้งอาจจะเกิดจากสาเหตุของการเจ็บป่วยเช่น ผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง หรือมะเร็งต่อมน้ำเหลือง  หรือป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ตัวเองหรือโรคพุ่มพวง จนระบบภูมิคุ้มกันมาทำลายเซลล์ผิวหนังเมลาโนไซต์ (Melanocyte) ที่ทำหน้าที่ผลิตเม็ดสีผิว ร่างกายจึงไม่สามารถผลิตเม็ดสีได้ 

กำลังโหลด
wait…

อาการของโรคด่างขาว (Vitiligo)

สีผิวบริเวณที่เป็นตามร่างกายไม่สม่ำเสมออย่างชัดเจนกว่าบริเวณอื่น โดยที่ผิวจะค่อย ๆ ซีดลง จนมีสีขาวเหมือนน้ำนม สามารถเกิดขึ้นได้ทุกส่วนของร่างกาย แม้แต่ในช่องปากก็ยังเป็นได้ โดยโรคนี้อาจจะมีขนาดใหญ่หรือเล็กก็เป็นได้ และหากเป็นบริเวณหนังศรีษะหรือบริเวณที่มีขนจะส่งผลให้เส้นผม หรือเส้นขนเป็นสีขาวหรือเป็นหงอกนั่นเอง ในบางครั้งโรคนี้อาจจะก่อให้เกิดผิวหนังอักเสบและมีการคันร่วมด้วย 

โรคด่างขาวสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ

โรคด่างขาวประเภท Segmental หรือ focal : เป็นด่างขาวที่เกิดขึ้นบริเวณเดียวของร่างกาย โดยเป็นจุดเล็กๆ ส่วนใหญ่แล้วมักเกิดขึ้นในเด็ก 

โรคด่างขาวประเภท Non-segmental หรือ generalized: โรคด่างขาวประเภทนี้สามารถเกิดได้ทั่วร่างกาย และอาจจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ได้

จากผลการสำรวจโดย  75% ของผู้ป่วยโรคด่างขาวโดยทั่วไปแล้วมักจะเกิดอาการของโรคด่างขาวที่บริเวณใบหน้าและมือ และรองลงมาคือบริเวณรอยพับที่ต่าง ๆ ของร่างกาย หรือพื้นที่อื่น ๆ ดังนี้

กำลังโหลด
  • หู
  • เปลือกตา
  • อวัยวะเพศ
  • ในช่องปาก
  • จมูก
  • ผิวบริเวณที่โดนแดด

การรักษาโรคด่างขาว

หลายคนมีคำถามว่าโรคด่างขาวรักษาหายไหม โรคด่างขาวนั้นไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่จุดประสงค์ของการรักษาคือการทำให้สีผิวใกล้เคียงหรือสม่ำเสมอมากที่สุด โดยการรักษาส่วนใหญ่แล้วใช้เวลาอย่างน้อยสามเดือนจึงจะเห็นผล โดยอาจจะมีทางเลือกในการใช้ยารักษาด่างขาวได้ดังนี้

ครีมทาเฉพาะที่: ครีมบางประเภทเช่น corticosteroids, เป็นยารักษาโรคด่างขาวที่สามารถช่วยคืนสภาพสีผิวให้ได้อย่างตอนก่อนเกิดโรคด่างขาว และช่วยชะลอการเติบโตของโรคด่างขาว แต่การใช้ครีมตัวนี้อาจจะส่งผลข้างเคียงได้ คือ  อาจจะทำให้ผิวหนังบาง ขนบริเวณนั้นเพิ่มขึ้น และเกิดการระคายเคืองที่ผิว รวมไปถึงผิวอาจจะเหี่ยวย่น

ยาชนิดรับประทาน: เช่น สเตียรอยด์และยาปฏิชีวนะบางชนิดที่สามารถรักษาโรคด่างขาวได้โดยแพทย์สามารถสั่งให้ได้เท่านั้น

การบำบัดด้วยแสง : การบำบัดด้วย Psoralen และอัลตราไวโอเลต A (PUVA): การรักษาแบบผสมผสานนี้ต้องการให้ผู้ป่วยใช้ครีม Psoralen และการอาบแสง UVA เ ช่วยฟื้นฟูสีผิวของผู้ป่วย เมื่อทำการบำบัดแล้วผู้ป่วยจำเป็นต้องงดการออกแดดและสวมแว่นกันแดดป้องกัน PUVA  แต่อาจจะส่งผลข้างเคียงทำให้ผิวไหม้ เกิดอาการคัน บางครั้งอาจจะทำให้ผิวเกิดจุดด่างดำได้ 

การใช้แสง UVB : การรักษาด้วยแสงที่เน้นมากขึ้นซึ่ง นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการบำบัดได้เองที่บ้านภายใต้การดูแลของแพทย์

การฟอกสีผิว (Depigmentation) เลือกใช้กับผู้ป่วยที่มีด่างขาวหลายจุดหรือวงกว้างโดยแพทย์จะใช้ยา Monobenzone ทาบนผิวหนังซึ่งจะช่วยทำให้สีผิวค่อย ๆ ขาวขึ้นจนใกล้เคียงกับผิวที่เกิดด่างขาว แต่อาจจะมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้ เช่น อาการบวม แดง คันและผิวแห้ง

การปลูกถ่ายผิวหนัง Skin Grafting 

การสัก Micropigmentation แพทย์จะทำการสักสีผิวที่ใกล้เคียงกับผิวของผู้ป่วยมากที่สุด

การปลูกถ่ายผิวหนังแบบ Melanocyte transplants: แพทย์จะทำการนำเซลล์ melanocytes มาเลี้ยงไว้ในแลป แล้วหลังจากนั้นจะนำเซลล์นี้ปลูกถ่ายไปยังผิวที่เป็นโรคด่างขาว

นอกจากนี้แล้วยังมีวิธีอื่น ๆ ที่จะช่วยบรรเทาอาการได้

การทาครีมกันแดด: การลดการสัมผัสกับแสงแดดสามารถช่วยให้ผิวสม่ำเสมอได้ ยิ่งค่า SPF สูงขึ้นเท่าใดการปกป้องจะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น เพื่อลดอาการผิวด่างแดด

การแต่งหน้า: การแต่งหน้าสามารถช่วยปรับสีผิวของคุณให้สม่ำเสมอได้ เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจให้มากขึ้น

มีหลายคนให้ความสนใจกับสมุนไพรรักษาโรคด่างขาว (Vitiligo) แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าไม่มีสมุนไพรชนิดไหนให้ผลที่ชัดเจน แต่มีความเชื่อว่าการนำใบบัวบกคั้นน้ำ และผสมกับน้ำมันมะพร้าวทาบริเวณรอยด่างขาวบ่อยๆ จะสามารถลดรอยด่างขาวได้

ใครที่มีความเสี่ยงกับการเป็นโรคด่างขาว

ทางการแพทย์ไม่มีข้อมูลอย่างแน่ชัดว่าอะไรคือปัจจัยการเกิดโรค และจากการวิจัยโรคได้ไม่ได้สืบทอดทางพันธุกรรม แต่หากผู้ป่วยมีอาการป่วยอื่น ๆ ที่สามารถส่งผลกระทบต่อโรคก็อาจจะเป็นปัจจัยก่อให้เกิดโรคได้ โดยนักวิจัยสำรวจว่า 20% ของคนที่เป็นโรคเกิดจากภูมิต้านทานของตัวเองโจมตีเซลล์ของตัวเอง

อีกปัจจัยหนึ่งคือคนที่มียีนที่เกี่ยวข้องกับโรคด่างขาวทำงานผิดปกติ คือ NLRP1และ PTPN22

หรือโรคดังนี้ที่เป็นอาจจะทำให้เกิดโรคด่างขาวได้ เช่น

นอกจากนี้โรคด่างขาวอาจจะเกิดขึ้นเมื่อ

  • ผู้ป่วยมีภาวะความเครียดสูง
  • สัมผัสสารพิษหรือสารเคมี
  • ถูกแดดเผาไหม้อย่างรุนแรง 
  • เป็นแผลฉกรรจ์

ภาวะแทรกซ้อนของโรคด่างขาว (Vitiligo)

โรคด่างขาวมีผลข้างเคียงน้อยมากต่อร่างกาย แต่ผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดอาจจะเกิดถ้าผู้ป่วยเป็นโรคด่างขาวบริเวณในหู ที่อาจจะส่งผลต่อการได้ยิน ทำให้หูตึง และตา ที่สามารถก่อให้เกิดม่านตาอักเสบได้ แต่เกิดขึ้นได้น้อยมาก และเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบ ผู้ป่วยควรใช้ครีมกันแดดที่มีSPF 30 ขึ้นไป แต่ข้อควรกังวลคือผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจ หากเป็นโรคด่างขาวบนในหน้า เพราะ 50% ของผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ได้รับผลกระทบในทางลบต่อการเข้าสังคม บางครั้งอาจจะทำให้ผู้ป่วยเกิดความไม่มั่นใจในการพบปะผู้คน หากผู้ป่วยเกิดอาการเช่นนี้ควรเข้าปรึกษาจิตแพทย์เพื่อสุขภาพจิตที่ดีระยะยาว

การรับมือกับโรคด่างขาว

การวิจัยแสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคด่างขาวมีแนวโน้มที่เกิดความเครียดทางอารมณ์และขาดความมั่นใจในตัวเอง โรคด่างขาวไม่ได้เป็นโรคติดต่อและไม่ส่งผลต่อร่างกาย ผู้ที่เป็นโรคด่างขาวสามารถมีชีวิตที่ดีได้ การเข้าพบจิตแพทย์อาจจะมีส่วนช่วยให้ผู้ป่วย มีความมั่นใจในตัวเอง และลดความเครียด สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ หากหน้าเป็นด่างขาว ควรเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ในการรักษาที่เหมาะสม


ลิงค์ด้านล่างนี้เป็นแหล่งข้อมูลของบทความของเรา

[ABTM id=1109]

Leave a Reply