ตกขาว (Vaginal Discharge): สาเหตุ อาการ การรักษา

ตกขาว (Vaginal Discharge)

ตกขาว (Vaginal Discharge) คืออะไร ตกขาวเป็นชื่อเรียกของเหลวที่ไหลออกมานอกช่องคลอด จะถูกสร้างขึ้นจากช่องคลอด ปากมดลูก และอวัยวะบริเวณปากช่องคลอด ซึ่งลักษณะของตกขาวนั้น อาจแตกต่างกันไปตามการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ที่สามารถบ่งบอกได้ถึงความปกติหรือไม่ปกติได้

สาเหตุของตกขาว

ทำไมถึงเป็นตกขาวอาการตกขาวจะเริ่มมีก่อนมีประจำเดือนครั้งแรกในวัยแรกสาว  เมื่อฮอร์โมนในร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลง ในวัยแรกสาวอาการตกขาวจะมาก่อนมีประจำเดือนประมาณ 6 เดือน หลังจากนั้นตกขาวจะถูกขับออกมาก่อนมีรอบเดือนทุกเดือน ซึ่งในแต่ละเดือนจะมีตกขาวมากหรือน้อยแตกต่างกันในแต่ละเดือน

สาเหตุของตกขาวเกิดจากผู้หญิงที่มีประจำเดือน อาการตกขาวจะเริ่มมาก่อนประจำเดือน และจะหมดไปหลังจากประจำเดือนมา อาการของตกขาวของผู้หญิงคืออาการที่ผู้หญิงขับของเหลวและเซลล์ออกมา 

discharge คือ การไหลของตกขาว หรือตกขาวที่ถูกขับออกมา 

ภาพรวมของตกขาว

ตกขาวเป็นวัฏจักรการหมุนเวียนระบบสืบพันธ์ของผู้หญิงโดยปกติ เราอาจสังเกตได้จากตกขาวที่ขับออกมาก่อนมีรอบประจำเดือน

การผลิตตกขาวในร่างกายของผู้หญิงจะแตกต่างกันออกไป ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้ 

  • รอบประจำเดือน
  • ฮอร์โมน
  • การตั้งครรภ์
  • การติดเชื้อ

ตกขาวที่ออกมาเป็นของเหลวจะไหลออกมาจากมดลูก ปากมดลูก จนถึงช่องคลอด เมื่อผู้หญิงมีการตกไข่ จะสังเกตได้ว่าสีของตกขาวจะมีลักษณะขุ่นหนา สิ่งนี้คือสัญญาณของความพร้อมที่จะสามารถมีบุตรได้ 

ในระหว่างการตั้งครรภ์ ร่างกายของผู้หญิงจะขับตกขาวออกมามากกว่าปกติ ในส่วนของอายุและช่วงหมดประจำเดือน ร่างกายอาจจะผลิตตกขาวได้น้อยลงแล้ว หรืออาจจะไม่มีอีกเลย หากร่างกายไม่มีการตกไข่แล้ว และระดับฮอโมนเอสโตรเจนที่ลดน้อยลง ในวัยที่ผู้หญิงหมดประจำเดือนแล้วก็จะส่งผลให้ช่องคลอดแห้งได้   

โดยส่วนใหญ่ ผู้หญิงมักจะไม่เป็นกังวลเกี่ยวกับการไหลของตกขาวมากนัก แต่หากมีอาการตกขาวเยอะผิดปกติ หรือมีลักษณะที่ผิดปกติ มีกลิ่นแรง มีสีของตกขาวที่ผิดปกติ หรือมีอาการผิดปกติโดยรอบๆ บริเวณช่องคลอด ซึ่งมีวิธีสังเกตุได้ดังนี้

ลักษณะของตกขาวเป็นอย่างไรและมีกี่แบบ 

ลักษณะของตกขาว 2 แบบ คือแบบปกติและแบบผิดปกติ

ลักษณะตกขาวของผู้ที่มีสุขภาพดีอยู่ในแบบปกติจะมีลักษณะดังนี้

  • ตกขาวปกติมีสีขาวใส ไม่คัน
  • มีกลิ่นเพียงเล็กน้อย แต่ไม่ใช่กลิ่นแรง
  • อาจทิ้งคราบสีเหลืองไว้บนกางเกงใน
  • การเปลี่ยนแปลงของสีอาจขึ้นอยู่กับรอบเดือนในแต่ละเดือนด้วย

ลักษณะตกขาวแบบผิดปกติ มีลักษณะดังนี้ 

  • ตกขาวเป็นน้ำขาวขุ่น เหนียวข้น และมีสีเหลือง สีเขียว หรือสีเทา
  • ตกขาวมีลักษณะเขียวข้น
  • มีลักษณะเหนียวและก่อให้เกิดอาการคันในช่องคลอด
  • ดูเหมือนเป็นโฟม มีฟอง
  • มีตกขาวเยอะ มีกลิ่นคาว มีเชื้อรา และมีกลิ่นแรง
  • มีสีน้ำตาล ลักษณะตกขาวมีเลือดปน

ควรปรึกษาแพทย์ทันทีหากมีอาการคัน ในช่องคลอด หรือปวดแสบบริเวณช่องคลอด 

ปัญหาตกขาวที่ผิดปกติอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าผู้ป่วยอาจติดเชื้อจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือมีภาวะร่างกายอื่นๆร่วมด้วยเช่น 

  • การติดเชื้อรา
  • โรคช่องคลอดอักแสบ
  • ภาวะช่องคลอดอักเสบจากแบคทีเรีย
  • ภาวะติดเชื้อปรสิตจากการมีเพศสัมพันธ์
  • โรคหนองใน
  • โรคหนองในเทียม
  • โรคกระดูกเชิงกรานอักเสบ (PID)

หากพบว่าอาการไหลของตกขาวผิดปกติ อันเนื่องมาจากมีสิ่งแปลกปลอมในช่องคลอดเช่น การใช้กระดาษชำระทำความสะอาดช่องคลอด 

ตกขาวที่ไหลออกมาในสภาพที่ผิดปกติ อาจมาจากผลข้างเคียงของการล้างทำความสะอาดช่องคลอดได้อีกด้วย เช่นการล้างทำความสะอาดช่องคลอดด้วยน้ำยาทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น  การทำความสะอาดช่องคลอดไม่จำเป็นต้องฉีดน้ำล้างเข้าไปในช่องคลอด เพราะอาจทำให้ช่องคลอดติดเชื้อได้ง่าย อีกทั้งยังไปรบกวนการทำงานของแบคทีเรียที่ทำหปฏิกิริยาโดยปกติของร่างกายอยู่แล้วด้วย

หากมีอาการตกขาวเยอะ อาจไม่ใช่จากตกขาวติดเชื้อหรือเกิดจากสุขภาพ แพทย์จะตรวจสอบอาการของผู้ป่วย หาสาเหตุของการเป็นตกขาวที่ผิดปกติ 

วิธีการทดสอบมีดังนี้

  • การทดสอบทางกายภาพ
  • ใช้วิธี Pap Smear หรือ Pap Test
  • ตรวจสอบโดยกล้องจุลทรรศน์
  • การทดสอบค่า pH

การดูแลรักษาอาการตกขาว

หากผู้ป่วยมีอาการติดเชื้อรา แพทย์จะสั่งยารักษาตกขาว หรือยาแก้ตกขาวแบบต้านเชื้อรา หรือยาขับตกขาวในรูปแบบเม็ดหรือรูปแบบครีม การใช้ยารักษาจะใช้กับผู้ป่วยที่ติดเชื้อปรสิตจากการมีเพศสัมพันธ์หรือผู้ป่วยที่มีแบคทีเรียในช่องคลอด บางรายอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาร่วมด้วย 

เคล็ดลับการดูแลสุขภาพช่องคลอดของผู้หญิง

  • เมื่ออาบน้ำ ควรทำความสะอาดเฉพาะด้านนอกของช่องคลอดด้วยสบู่อ่อนๆและน้ำเปล่า
  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นหอมเช่นผ้าอนามัยแบบสอดหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่คับจนเกินไป หรือรัดรูปจนเกินไป โดยเฉพาะการสวมใส่เสื้อผ้าที่อับชื้น เพื่อหลีกเลี่ยงอาการคันระคายเคืองในช่องคลอด 
  • หากสวมใส่เสื้อผ้าที่เปียกหรือหมาด ควรรีบเปลี่ยนชุดที่แห้งอย่างเร็วที่สุด 
  • กรณีที่มีเพศสัมพันธ์ ควรไปพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อตรวจเช็คภงภายใน 

วิธีการรักษาอาการตกขาว แก้ปัญหาตกขาว 

  • สวมกางเกงในที่นุ่ม สะอาด ใส่สบายและต้อง      
  • เวลามีรอบเดือนควรเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ เพื่อรักษาความสะอาดและป้องกันการอับชื้น
  • ควรดื่มยาคูลย์ เป็นประจำ เพื่อเพิ่มจุลินทรีชนิดดีให้กับร่างกายและเข้าไปทำลายแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นคาว หรือกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์
  • หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของ หรือสารเคมีที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองบริเวณจุดซ้อนเร้น

ลิ้งค์ด้านล่างเป็นแหล่งข้อมูลบทความของเรา

เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

Leave a Reply