เลือดออกทางช่องคลอด (Vaginal Bleeding) : อาการ สาเหตุ การรักษา

ภาพรวม 

อาการเลือดออกจากช่องคลอด (Vaginal Bleeding) การมีเลือกออกที่ผิดปกติหรือเรียกว่า ภาวะเลือดออกระหว่างรอบประจำเดือนหรือมีลิ่มเลือดออกมาระหว่างมีประจำเดือน โดยภาษาอังกฤษเรียกว่า ภาวะ metrorrhagia ซึ่งภาวะเลือดออกจากช่องคลอดขณะมีประจำเดือนมีสาเหตุเกิดจากหลายปัจจัย

อาการเลือดออกจากช่องคลอดบางชนิดสามารถรักษาได้ด้วยวิธีทั่วไป แต่บางครั้งอาการเลือดออกช่องคลอดอาจเป็นอาการที่เกิดจากโรคชนิดหนึ่ง แม้ว่าจะสังเกตเห็นเลือดออกเพียงจุดเล็กน้อยหรือมีเลือดไหลออกมาอย่าหนักในช่วงที่มีประจำเดือน ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและหาวิธีรักษาที่เหมาะสม สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะเลือดออกจากช่องคลอดในระหว่างมีประจำเดือนได้แก่ 

กำลังโหลด
  • เกิดเนื้องอกที่มดลูกหรือปากมดลูก
  • ความเครียด
  • การเปลี่ยนยา
  • การทำแท้ง
  • ช่องคลอดแห้ง
  • ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง
  • โรคมะเร็ง

สาเหตุของภาวะเลือดออกจากช่องคลอดขณะมีประจำเดือน

ภาวะเลือดออกในขณะมีประจำเดือนเป็นอาการผิดปกติในช่วงของการมีรอบเดือน 

โดยปกติระยะเวลาของการเกิดรอบเดือนอยู่ที่ 21-35 วัน ดังนั้นการมีเลือดออกจากช่องคลอดในช่วงระหว่างมีประจำเดือนเป็นเรื่องปกติ โดยสามารถเกิดขึ้นในระยะเวลาไม่กี่วันหรือหนึ่งสัปดาห์ ถ้าหากมีเลือดออกจากช่องคลอดนอกเหนือจากการมีประจำเดือนหมายความว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นจากหลายปัจจัยดังต่อไปนี้

1. ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล

ฮอร์โมนเอสโทรเจนและโพเจเอทโรนเป็นฮอร์โมนที่เกิดขึ้นตามปกติของรอบเดือน ถ้าหากคุณมีฮอร์โมนชนิดใดชนิดหนึ่งที่ไม่สมดุล อาจทำให้มีเลือดไหลออกจากช่องคลอดเล็กน้อย โดยภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลเกิดจากปัจจัยดังต่อไปนี้ 

  • รังไข่ทำงานผิดปกติ
  • มีปัญหาเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์
  • เริ่มหรือหยุดทานยาคุมกำเนิด

นอกจากนี้หากบางคนพบเลือดออกในช่วงตกไข่อาจเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเช่นกัน 

เมื่อเริ่มทำการคุมกำเนิดด้วยฮอร์โมน โดยปกติจะมีเลือดไหลออกจากช่องคลอดในช่วงระหว่าง 3 เดือนแรก 

วิธีคุมกำเนิดได้แก่: 

กำลังโหลด
  • ยาคุมกำเนิด
  • ห่วงอนามัย
  • แผ่นแปะคุมกำเนิด
  • การฝั่งหรือฉีดยาคุม

2. ภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์

ภาวะแทรกซ้อนในระหว่างตั้งครรภ์สามารถทำให้มีเลือดไหลออกจากช่องคลอดได้ การทำแท้งและการตั้งครรภ์นอกมดลูกทำให้มีเลือดไหลออกมาได้เช่นกัน สำหรับการตั้งครรภ์นอกมดลูกเกิดขึ้นเมื่อไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิฝั่งตัวบนท่อนำไข่แทนการฝั่งตัวลงบนรังไข่

การมีเลือดออกจากช่องคลอดในขณะตั้งครรภ์ไม่ได้หมายถึงการแท้งบุตรเสมอไป อย่างไรก็ตาม ถ้าหากคุณกำลังตั้งครรภ์และเคยมีประสบการณ์เลือดไหลออกจากช่องคลอด คุณควรไปพบเเพทย์ทันที 

3. เนื้องอกมดลูก

เนื้องอกมดลูกเป็นเนื้องอกที่ไม่ใช่มะเร็งเกิดขึ้นภายในมดลูก ซึ่งเป็นความผิดปกติที่เกิดในผู้หญิงที่คลอดลูกแล้ว

4. การติดเชื้อ

ภาวะเลือดออกระหว่างช่วงของการมีรอบเดือนอาจเกิดจากการติดเชื้อของระบบอวัยวะสืบพันธุ์ ซึ่งการติดเชื้อที่ทำให้มีเลือดออกได้แก่

  • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • การล้างช่องคลอดด้วยน้ำยา
  • การมีเพศสัมพันธ์
  • โรคอุ้งเชิงกรานอักเสบหมายถึงการอักเสบติดเชื้อของอวัยวะสืบพันธ์ุที่ทำให้เกิดแผล

5. โรคมะเร็ง

โรคมะเร็งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเลือดไหลออกจากช่องคลอดได้น้อยที่สุด ถ้าหากเกิดมะเร็งขึ้นกับอวัยวะเหล่านี้จะทำให้เกิดเลือดไหลออกจากช่องคลอดได้

ควรไปพบเเพทย์เมื่อไหร่

ควรไปพบเเพทย์เมื่อคุณพบเลือดออกจากช่องคลอดผิดปกติเพื่อค้นหาสาเหตุและวิธีรักษา ทั้งนี้ควรไปพบเเพทย์ทันทีหากมีเลือดออกจากช่องคลอดในระหว่างตั้งครรภ์

ถ้าหากคุณมีอาการอื่นๆที่ผิดปกติร่วมกับการมีเลือดออกจากช่องคลอด คุณต้องไปพบเเพทย์ทันที ซึ่งอาการดังกล่าวได้แก่

การวินิจฉัยโรค 

เมื่อคุณไม่พบเเพทย์เพื่อปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับการมีเลือดออกจากช่องคลอด ควรเตรียมตังเพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับอาการของคุณ

สิ่งที่เป็นประโยชน์มากคือการจดบันทึกการมีรอบเดือนของคุณ ควรจดบันทึกการมีรอบเดือนตั้งแต่ต้นจนจบว่ามีปริมาณประจำเดือนมากหรือน้อย เนื่องจากแพทย์ต้องการทราบเกี่ยวกับอาการอื่นๆที่คุณเคยมีรวมถึงยาที่คุณใช้

นอกจากนี้แพทย์ทำการตรวจอวัยวะภายในอุ้งเชิงกราน

การตรวจวินิจฉัยช่วยทำให้สามารถระบุสาเหตุของการมีเลือดไหลออกจากช่องคลอดได้ นอกจากนี้แพทย์จะทำการตรวจวัดระดับฮอร์โมนในร่างกายและทำการตรวจเนื้อเยื่อที่ตัดออกมาจากปากมดลูกหรือเนื้อเยื่อมดลูกเพื่อทำการตรวจที่เรียกว่าการตัดเนื้อเยื่อไปตรวจ รวมถึงการทำอัลตร้าซาวด์ด้วยเช่นกัน

การรักษาอาการเลือดออกทางช่องคลอด

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาสำหรับภาวะเลือดออกจากช่องคลอดโดยเฉพาะ มีเพียงแต่การรักษาตามอาการที่เกิดขึ้นและแก้ไขสาเหตุที่ทำให้มีเลือดไหลออกจากช่องคลอดผิดปกติ

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่ทำการรักษาภาวะเลือดไหลจากช่องคลอด

บางครั้งเลือดที่ไหลออกจากช่องคลอดสามารถหายเองไปได้เอง อย่างไรก็ตามผู้หญิงบางคนอาจมีโรคบางอย่างที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา เนื่องจากหากปล่อยให้เกิดอาการเลือดไหลออกช่องคลอดเป็นเวลานานอาจทำให้ปัญหาที่รุนเเรงมากขึ้น ถ้าหากสาเหตุที่ทำให้มีเลือดไหลเกิดจากการติดเชื้อ โรคมะเร็งหรือโรคร้ายเเรงอื่นๆอาจเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตได้

การป้องกันภาวะเลือดไหลออกจากช่องคลอดก่อนมีประจำเดือน

เราสามารถป้องกันภาวะเลือดออกจากช่องคลอดผิดปกติในช่วงระหว่างการมีรอบเดือนได้โดยขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดความผิดปกติ อย่างไรก็ตามมีเพียงบางกรณีเท่านั้นที่สามารถป้องกันได้ 

การรักษาสุขภาพและการรักษาน้ำตัวให้อยู่ในระดับปกติเป็นวิธีป้องกันปัญหาเลือดออกจากช่องคลอดได้ เนื่องจากการมีน้ำหนักตัวเกินทำให้ประจำเดือนมากไม่ปกติ

การทานยาคุมกำเนิดสามารถทำได้เพื่อควบคุมความสมดุลของฮอร์โมน นอกจากนี้ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเเละผ่อนคลายจากความเครียด

สำหรับการใช้ยาที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้แก่ยาไอบลูโพนเฟน (Advil) หรือ ยาอะนาพร็อกเซน (Aleve, Naprosyn) ควรหลีกเลี่ยงการทานยาแอสไพริน (Bufferin) เพราะเป็นยาที่ทำให้มีเลือดออกได้มากขึ้น


นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา


เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

เกี่ยวกับผู้แต่ง


Leave a Reply