โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ (Spinal Stenosis) : อาการ สาเหตุ การรักษา

ผู้เขียน Dr. Sommai Kanchana
0
โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ

โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ (Spinal Stenosis) คืออะไร

โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ (Spinal Stenosis) คือภาวะที่กระดูกสันหลังแคบลงและเริ่มบีบอัดไขสันหลัง ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว กระบวนการเกิดโรคนี้จะค่อยเป็นค่อยไป หากอาการตีบแคบเกิดขึ้นแค่เล็กน้อยจะไม่ทำให้เกิดอาการของโรค แต่หากเกิดการตีบแคบมาก ๆ อาจไปกดทับเส้นประสาทและทำให้เกิดปัญหาได้ กระดูกสันหลังเป็นโครงกระดูกแกนที่ช่วยพยุงและรักษาทรงตัวในการเคลื่อนไหวของร่างกาย ซึ่งทำให้เราหมุนและบิดตัวได้ เส้นประสาทไขสันหลังจะทอดตัวยาวตามช่องเปิดในข้อกระดูกสันหลังและช่วยส่งสัญญาณจากสมองไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย กระดูกและเนื้อเยื่อรอบ ๆ จะปกป้องเส้นประสาทเหล่านี้ หากได้รับความเสียหายหรือบกพร่อง อาจส่งผลต่อการทำงานของร่างกาย เช่น การเดินการทรงตัวและความรู้สึก โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบเกิดขึ้นได้ทุกที่บริเวณตามแนวกระดูกสันหลัง ทั้งนี้ กระดูกสันหลังได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใดนั้นอาจแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคน โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบเรียกอีกอย่างว่า:
  • อาการปวดขาเหตุขาดเลือดเทียม

  • โรคโพรงกระดูกสันหลังส่วนกลางตีบแคบ

  • โพรงกระดูกสันหลังตีบ

อาการของโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบเป็นอย่างไร

อาการของโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบมักเกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปเนื่องจากเส้นประสาทถูกบีบอัดมากขึ้น ซึ่งอาจจะมีอาการ เช่น:
  • มีอาการขาหรือแขนอ่อนแรง

  • มีอาการปวดหลังส่วนล่างขณะยืนหรือเดิน

  • มีอาการชาที่ขาหรือก้น

  • มีปัญหาในการทรงตัว

การนั่งเก้าอี้มักจะช่วยบรรเทาอาการต่าง ๆ ได้ อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้จะกลับมาอีกยืนหรือเดินนาน ๆ

สาเหตุของโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ

ความชราเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ กระบวนการเสื่อมเกิดขึ้นทั่วร่างกายเมื่ออายุมากขึ้น เนื้อเยื่อในกระดูกสันหลังอาจเริ่มหนาขึ้นและกระดูกอาจใหญ่ขึ้นจนกดทับเส้นประสาท ภาวะต่าง ๆ เช่น โรคข้อเข่าเสื่อมและโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์อาจทำให้เกิดโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบด้วยเช่นกัน การอักเสบที่เกิดขึ้นอาจทำให้เกิดการกดทับไขสันหลังได้

Spinal Stenosis

ภาวะอื่น ๆ ที่อาจทำให้เกิดโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ ได้แก่ :

  • กระดูกสันหลังผิดปกติมาแต่กำเนิด

  • ไขสันหลังตีบแคบตามธรรมชาติ

  • กระดูกสันหลังโก่งหรือกระดูกสันหลังคด

  • โรคพาเจท Paget’s disease  ที่ทำให้เกิดการทำลายกระดูกและการงอกใหม่ที่ผิดปกติ

  • เนื้องอกในกระดูก Bone Tumors

  • ภาวะกระดูกไม่เติบโต ซึ่งเป็นโรคคนแคระประเภทหนึ่ง

แพทย์การวินิจฉัยโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบอย่างไร

หากมีโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ แพทย์จะเริ่มการวินิจฉัยด้วยการซักประวัติโรค จากนั้นแพทย์จะทำการตรวจร่างกายและสังเกตการเคลื่อนไหว แพทย์อาจสั่งให้มีการตรวจเพื่อยืนยันการวินิจฉัยที่สงสัย เช่น:

  • การตรวจเอกซ์เรย์ การตรวจด้วยเครื่องสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า หรือการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อดูภาพกระดูกสันหลัง

  • การตรวจไฟฟ้ากล้ามเนื้อเพื่อตรวจสุขภาพของเส้นประสาทไขสันหลัง

  • การสแกนกระดูกเพื่อตรวจความเสียหายหรือภาวะกระดูกงอก

การรักษาโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบมีอะไรบ้าง

การรักษาขั้นแรก:

โดยทปกติแล้ว แพทย์จะใช้วิธีการรักษาทางเภสัชกรรมก่อน เป้าหมายคือเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด การฉีดคอร์ติโซนเข้าไปในกระดูกสันหลังสามารถลดอาการบวมได้ ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ช่วยแก้ปวดได้เช่นกัน

การทำกายภาพบำบัดอาจเป็นทางเลือกหนึ่ง ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและค่อย ๆ ยืดร่างกาย

ศัลยกรรมรักษา:

อาจจำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อลดอาการปวดรุนแรงหรือหากเกิดการสูญเสียระบบประสาท ช่วยบรรเทาความดันได้ถาวร ทั้งนี้ แพทย์อาจเลือกการผ่าตัดหลายวิธีเพื่อรักษาโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ ได้แก่:

  • การผ่าตัดกระดูกสันหลังแบบลามิเนกโตมีเป็นวิธีการรักษาที่แพทย์เลือกบ่อยที่สุด  ศัลยแพทย์จะเอาข้อกระดูกสันหลังส่วนหนึ่งออกเพื่อให้เส้นประสาทมีที่ว่างมากขึ้น

  • การผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทผ่านกล้องไมโครสโคปเป็นการผ่าตัดเพื่อขยายส่วนของกระดูกสันหลังที่เส้นประสาทออก

  • โดยทั่วไปแล้ว แพทย์จะเลือกการรักษาด้วยวิธีการเชื่อมข้อกระดูกสันหลังในกรณีที่มีอาการรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องรักษากระดูกสันหลังหลายชั้นเพื่อป้องกันปัญหาเรื่องการทรงตัว แพทย์จะเลือกวิธีการรักษาด้วยการปลูกถ่ายกระดูกหรือการปลูกถ่ายโลหะเพื่อใช้ยึดกระดูกมีปัญหาเข้าด้วยกัน

รับมือหรือจัดการกับโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบอย่างไร

ตัวเลือกอื่น ๆ นอกเหนือจากการผ่าตัดเพื่อบรรเทาอาการปวดจากโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ ได้แก่ :

  • การใช้ถุงร้อนหรือน้ำแข็งประคบ

  • การฝังเข็ม

  • การนวด

ภาวะแทรกซ้อนของโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ

ภาวะกระดูกโพรงสันหลังตีบแคบเป็นภาวะทางการแพทย์ที่มีลักษณะเฉพาะคือการตีบแคบของช่องว่างภายในกระดูกสันหลัง ซึ่งอาจทำให้เกิดแรงกดดันต่อไขสันหลังและเส้นประสาทได้ แม้ว่ากระดูกโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญ แต่ก็สามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนและปัญหาที่เกี่ยวข้องต่างๆ ได้ ภาวะแทรกซ้อนและปัญหาทั่วไปบางประการที่เกี่ยวข้องกับภาวะกระดูกโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ ได้แก่:
  • การกดทับของเส้นประสาท : ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุดของภาวะกระดูกโพรงสันหลังตีบแคบคือการกดทับของเส้นประสาทในไขสันหลัง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเจ็บปวด ชา อ่อนแรง และรู้สึกเสียวซ่าในบริเวณที่ได้รับผลกระทบ เช่น ขา หลังส่วนล่าง และก้น ในกรณีที่รุนแรงอาจทำให้กล้ามเนื้อลีบได้
  • อาการทางระบบประสาท : กระดูกโพรงสันหลังตีบแคบอาจทำให้เกิดอาการทางระบบประสาทได้หลายอย่าง เช่น เดินลำบาก ปัญหาการทรงตัว และการเปลี่ยนแปลงการทำงานของลำไส้หรือกระเพาะปัสสาวะ อาการเหล่านี้อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของบุคคล
  • อาการปวดเรื้อรัง : บุคคลจำนวนมากที่เป็นโรคกระดูกโพรงสันหลังตีบแคบจะมีอาการปวดเรื้อรังในบริเวณที่ได้รับผลกระทบ ความเจ็บปวดนี้อาจทำให้ร่างกายอ่อนแอลงและอาจต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง เช่น การใช้ยาแก้ปวดหรือกายภาพบำบัด
  • การเคลื่อนไหวลดลง : เมื่ออาการดำเนินไป ความคล่องตัวที่ลดลงอาจกลายเป็นภาวะแทรกซ้อนได้ ผู้ที่เป็นโรคกระดูกโพรงสันหลังตีบแคบอาจพบว่าการออกกำลังกายในแต่ละวัน เช่น การเดิน ยืน หรือการก้มตัวเป็นเรื่องที่ท้าทายมากขึ้น
  • คุณภาพชีวิตที่ลดลง : ความเจ็บปวด ปัญหาการเคลื่อนไหว และอาการทางระบบประสาทรวมกันอาจทำให้คุณภาพชีวิตลดลงได้ อาจจำกัดความสามารถของบุคคลในการทำงาน เข้าร่วมกิจกรรมสันทนาการ และเพลิดเพลินกับวิถีชีวิตที่เติมเต็ม
  • ความเสี่ยงจากการล้ม : ปัญหาการทรงตัวที่เกี่ยวข้องกับโรคกระดูกโพรงสันหลังตีบแคบสามารถเพิ่มความเสี่ยงของการหกล้ม ซึ่งอาจนำไปสู่การแตกหักและการบาดเจ็บอื่นๆ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
  • ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด : ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อรักษาโรคกระดูกโพรงสันหลังตีบแคบอย่างรุนแรง ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดอาจรวมถึงการติดเชื้อ เลือดออก เส้นประสาทเสียหาย หรือการบรรเทาอาการได้ไม่สมบูรณ์
  • ผลกระทบทางจิต : การมีชีวิตอยู่กับความเจ็บปวดเรื้อรังและข้อจำกัดทางกายภาพอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของบุคคลได้ อาการซึมเศร้าและวิตกกังวลไม่ใช่เรื่องแปลกในผู้ที่เป็นโรคกระดูกสันหลังตีบ
  • ผลข้างเคียงจากยา : การใช้ยาแก้ปวดในระยะยาวเพื่อจัดการกับอาการปวดที่เกี่ยวข้องกับโรคกระดูกโพรงสันหลังตีบแคบสามารถนำไปสู่ผลข้างเคียงและปัญหาการพึ่งพาที่อาจเกิดขึ้นได้
  • ภาวะสุขภาพอื่นๆ แย่ลง : ภาวะโรคกระดูกโพรงสันหลังตีบแคบอาจทำให้ภาวะสุขภาพอื่นๆ ซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่อาจมีปัญหาสุขภาพหลายอย่างอยู่แล้ว
สิ่งสำคัญคือผู้ที่เป็นโรคกระดูกโพรงสันหลังตีบแคบจะต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพื่อจัดการกับอาการของตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวเลือกการรักษาอาจรวมถึงการกายภาพบำบัด เทคนิคการจัดการความเจ็บปวด การใช้ยา การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต และในกรณีที่รุนแรงอาจต้องผ่าตัด การวินิจฉัยและการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และปรับปรุงคุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้ที่เป็นโรคกระดูกโพรงสันหลังตีบแคบ

แนวโน้มระยะยาวสำหรับผู้ที่มีโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ

หลายคนที่เป็นโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติและยังคงเคลื่อนไหวได้ปกติ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เป็นโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบควรปรับกิจกรรมทางด้านร่างกายต่าง ๆ ทั้งนี้ หลายคนยังมีอาการปวดอยู่หลังการจากเข้ารับการรักษาหรือการผ่าตัดแล้วก็ตาม


นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

  • https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/spinal-stenosis/symptoms-causes/syc-20352961

  • https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/17499-spinal-stenosis

  • https://www.webmd.com/back-pain/guide/spinal-stenosis


เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

แจ้งให้ทราบ
guest
0 ความคิดเห็น
การตอบรับแบบอินไลน์
ดูความคิดเห็นทั้งหมด