เซ็บเดิร์ม (Seborrheic Dermatitis): ประเภท อาการ สาเหตุ

เซ็บเดิร์ม (Seborrheic Dermatitis)

เซ็บเดิร์ม (Seborrheic Dermatitis) คือโรคผิวหนังอักเสบ seborrheic ที่ส่งผลให้เกิดผื่นแดงตามผิวหนัง ผิวหนังจะลอกเป็นแผ่นและตกสะเก็ดที่ดูเหมือนรังแค มักจะเกิดขึ้นได้บ่อยบริเวณหนังศรีษะ และบริเวณอื่นที่ผิวมีความมันเช่นใบหน้า หน้าอก และแผ่นหลัง อาจจะเกิดขึ้นได้ในเด็กทารก ซึ่งจะเป็นช่วงแรกเกิดสองอาทิตย์แรก และจะค่อยๆหายไปเอง

เซ็บเดิร์ม
  เซ็บเดิร์ม

สาเหตุของเซ็บเดิร์ม

ปัจจุบันสาเหตุของเซ็บเดิร์มยังไม่เป็นที่แน่ชัด แพทย์ตั้งข้อสันนิษฐานว่า อาจจะมีสองปัจจัยหลัก ที่สามารถทำให้อาการเกิดกำเริบได้ ปัจจัยแรกคือการผลิตน้ำมันมากเกินไป น้ำมันส่วนเกินบนผิวหนัง และส่งผลให้ผิวหนังแดงและระคายเคือง ปัจจัยที่ที่สองคือเชื้อรา Malassezia ซึ่งเป็นประเภทของเชื้อราที่พบได้ตามธรรมชาติในน้ำมันของผิวหนัง หากเชื้อรามีการเจริญเติบโตผิดปกติจะส่งผลทำให้ผิวหลั่งน้ำมันมากเกินไปและทำให้เกิดเซ็บเดิร์มได้

นอกจากนี้เซ็บเดิร์มอาจจะเกิดในทารกได้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่เกิดขึ้นในมารดาระหว่างตั้งครรภ์ ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงนั้นจะกระตุ้นต่อมน้ำมันของทารกซึ่งนำไปสู่การผลิตน้ำมันมากเกินไปซึ่งอาจทำให้ผิวระคายเคือง

เซ็บเดิร์มเป็นปัญหาผิวหนังระยะยาว ที่จะต้องมีการรักษาอย่างต่อเนื่อง การดูแลผิวให้เหมาะสม และการควบคุมปัจจัยกระตุ้นสามารถ ช่วยคุณจัดการกับเซ็บเดิร์มได้

อาการโรคเซ็บเดิร์ม จะกำเริบโดยปัจจัยเร้าต่าง ๆ เช่น

  • ความเครียด
  • อากาศเย็น และแห้ง
  • การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ทั้งนี้การดื่มแอลกอฮอล์อาจจะส่งผลที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับบุคคล และอาการที่เกิดขึ้นตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

บริเวณที่มักเกิดเซ็บเดิร์ม

เซ็บเดิร์ม มักเกิดขึ้นบริเวณหนังศีรษะโดยส่วนใหญ่ แต่มันสามารถเกิดขึ้นได้ในบริเวณอื่น ๆ ได้เช่น:

  • จมูก
  • ใบหน้า
  • คิ้ว
  • แผ่นหลัง
  • หน้าอกส่วนบน
  • บริเวณหู

อาการของโรคเซ็บเดิร์ม (Seborrheic Dermatitis)

Seborrheic Dermatitis
  Seborrheic Dermatitis

เซ็บเดิร์มมีลักษณะและอาการดังนี้:

  • ผมร่วงบริเวณหนังศรีษะที่เป็นเซ็บเดิร์ม
  • ผิวหนังในบริเวณเป็นเซ็บเดิร์มจะมีความมัน
  • มีอาการแดง คัน
  • ผิวลอก ตกสะเก็ด บางครั้งสะเก็ดที่หลุดลอกอาจจะเป็นสีเหลือง หรือขาว ที่เรียกว่ารังแค อาจจะเป็นได้บริเวณ ผม คิ้ว 

ใครที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเซ็บเดิร์ม

ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดนักว่าใครที่มีความเสี่ยงของการเกิดเซ็บเดิร์ม แต่บางครั้งหากบุคคลในครอบครัวเป็นเซ็บเดิร์มคุณอาจจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น และนอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วยเช่น: 

  • โรคอ้วน
  • ร่างกายอ่อนล้า
  • ผิวหนังมีปัญหา
  • ความเครียด
  • มลภาวะ
  • การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์กับผิว
  • ป่วยเป็นโรคเรื้อรังเช่น เอดส์ โรคพากินสัน หรือเส้นเลือดในสมอง

การวินิจฉัยโรคเซ็บเดิร์ม

เซ็บเดิร์ม จะมีความคล้ายกับโรคผิวหนังบางโรค เช่นโรคโรซาเซีย (Rosacea) และโรคสะเก็ดเงิน ในการวินิจฉัยถูกต้องแพทย์จะทำการตรวจร่างกายและตรวจสอบผิวหนังบริเวณที่เป็น และสอบถามถึงอาการที่ผู้ป่วยมี 

แพทย์ขทำการตรวจเศษผิวหนังก่อนทำการวินิจฉัย ในระหว่างขั้นตอนนี้แพทย์จะขูดเซลล์ผิวออกจากบริเวณที่บริเวณที่เป็นเซ็บเดิร์ม เพื่อทำการวิเคราะห์ 

วิธีรักษาโรคเซ็บเดิร์ม

หากอาการของคุณไม่ดีขึ้นด้วยการรักษาด้วยตัว สามารถไปพบแพทย์ และแพทย์อาจจะทำการรักษาโดยใช้ตัวยาดังนี้:

  • แชมพูที่มีส่วนผสมของ hydrocortisone, fluocinolone หรือ desonide ตัวยาเหล่านี้มีประสิทธิภาพมากในการรักษาโรคเซ็บเดิร์มได้แต่หากใช้เป็นเวลานานอาจจะมีผลข้างเคียง
  • ยาต้านเชื้อราที่เรียกว่า binbinafine ยานี้มักจะไม่แนะนำเนื่องจากอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เกิดอาการแพ้และปัญหาตับ
  • Metronidazole เป็นการรักษาอีกวิธีหนึ่งที่สามารถบรรเทาอากาและยับยั้งแบคทีเรีย อยุ่ในรูปแบบครีมและเจล สามารถใช้กับผิวได้วันละสองครั้งจนกว่าอาการจะดีขึ้น
  • แพทย์อาจจะให้ใช้ตัวยา psoralen ร่วมกันกับการรักษาด้วยแสง ตัวยา psoralen อาจจะมาในรูปแบบยาทาหรือยาเม็ดรับประทาน 

วิธีรักษาเซ็บเดิร์มเองที่บ้าน

โดยส่วนใหญ่แล้วสามารถใช้แชมพูขจัดรังแค ในการรักษาเซ็บเดิร์มหนังศีรษะ 

การรักษาและบรรเทาอาการเองที่บ้านอื่น ที่อาจช่วยให้รักษาเซ็บเดิร์ม มีดังนี้:

  • ครีมลดเชื้อรา
  • ล้างแชมพู หรือสบู่ให้เกลี้ยง
  • โกนหนวดเครา
  • ใช้สบู่ และผงซักฟอกที่อ่อนโยน

เครเดิล แคป หรือไขบนหนังศรีษะทารก 

คราบไขบนหนังศรีษะทารกจะหายไปได้เอง ภายในหกเดือน แต่คุณแม่สามารถช่วยทำให้ไขบนหนังศรีษะดีขึ้นได้ คือ:

  • ใช้แชมพูเด็กที่มีความอ่อนโยนเป็นพิเศษ
  • ล้างหนังศรีษะลูกให้สะอาด
  • ใช้แปรงนุ่ม ๆ ขนอ่อนสำหรับทารกแปรงหนังศรีษะลูก

เมื่อไหร่ที่ควรพบแพทย์

ผู้ป่วยโรคเซ็บเดิร์มควรเข้าพบแพทย์เมื่อมีอาการรุนแรงและไม่สามารถรักษาได้เองที่บ้าน และหาก : 

  • ใช้แชมพูทั่วไปแล้วรังแคไม่หาย
  • ผิวหนังบริเวณที่เป็นเซ็บเดิร์มมีอาการแดงมาก
  • บริเวณที่เป็นเซ็บเดิร์มมีอาการเจ็บแสบ
  • มีบริเวณที่เป็นหนองมีหนองหรือน้ำไหลออกมา

ลิงค์ด้านล่างนี้เป็นแหล่งข้อมูลของบทความของเรา

เขียนโดย แพทย์หญิงวิกานดา รัตนพันธ์

แพทย์หญิงวิกานดา ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง ประกอบหน้าที่อยู่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เธอมีความเชื่อว่าผิวพรรณที่มีสุขภาพดีจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง ดังนั้นความตั้งใจของเธอคือต้องการช่วยให้ทุกคนมีผิวพรรณที่มีสุขภาพดี ปราศจากโรคทางผิวหนัง และแพทย์หญิงวิกานดาเป็นหนึ่งในแพทย์ที่เก่งมากคนหนึ่งในประเทศ

Leave a Reply