โรคผิวหนังอักเสบโรซาเซีย (Rosacea) : ประเภท อาการ สาเหตุ

Rosacea คืออะไร

โรคผิวหนังอักเสบโรซาเซีย (Rosacea) คือโรคผิวหนังอักเสบชนิดหนึ่งที่แสดงอาการชัดเจนบนใบหน้า และสามารถพบได้ที่บริเวณลำคอและแผ่นหลังด้วยเช่นกัน ซึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจากสภาพแวดล้อมหรือพันธุกรรมก็เป็นได้ 

สาเหตุของโรคโรซาเซีย

ทางการแพทย์ยังไม่สามารถหาสาเหตุของโรคโรซาเซียได้อย่างแน่ชัดว่าเกิดจากเหตุใด แต่อาจจะมีการผสมผสานกันระหว่างสภาพแวดล้อมและพันธุกรรม และจะมีปัจจัยต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดการกำเริบ หรือกระตุ้นอาการได้เช่น : 

กำลังโหลด
  • รับประทานอาหารที่มีสาร cinnamaldehyde เช่น ซินนามอน ชอคโกแล็ต ผลไม้เป็นกรด และมะเขือเทศ
  • การดื่มชาหรือกาแฟร้อน ๆ 
  • การรับประทานอาหารที่มีรสจัด
  • มีเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ ชนิด Helicobacter pylori
  • มีไรผิวหนังที่เรียกว่า demodex และเชื้อแบคทีเรีย Bacillus oleronius
  • การดื่มแอลกอฮอล์
โรซาเซีย (Rosacea)
โรซาเซีย (Rosacea)

อาการของโรคโรซาเซียเบื้องต้น

  • หน้าแดงตลอดเวลา มีรอยแดงบนใบหน้า
  • ผิวระคายเคืองง่าย ใบหน้าอาจจะแสบร้อน
  • มีเส้นเลือดฝอยเล็กๆ สีแดงเห็นได้ชัดบริเวณจมูกและแก้ม
  • ใบหน้าหรือลำคอมีตุ่มแดงหรือตุ่มหนองคล้ายสิว
  • รูขุมขนกว้าง ผิวแห้งกร้าน
wait…

โรคผิวหนังโรซาเซีย แยกออกเป็น 4 ประเภท ซึ่งมีอาการแตกต่างกันออกไปดังนี้ : 

  1. ประเภท Phymatous rosacea มีอาการผิวหนังหนาตัวขึ้นบริเวณจมูกและผิวรอบ ๆ หากเป็นมากจะเรียกว่า Rhinophyma ซึ่งเกิดจากต่อมน้ำมันด้านนอกจมูกทำแดง มีน้ำมันมาก หรือเหลืองเงามัน 
    • รูขุมขนกว้าง
    • เส้นเลือดฝอยแตก
    • ผิวบริเวณจมูกหนาขึ้น
    • ผิวขุขระ
    • ผิวหนังบริเวณคาง หน้าผาก แก้ม หนา
  2. ประเภท Erythematotelangiectatic rosacea ใบหน้าจะมีอาการหน้าแดงตลอดเวลา และเห็นเส้นเลือดฝอยได้ชัดเจน
    • ผิวแห้งแตก
    • ผิวบอบบางแพ้ง่าย
    • ใบหน้าแเดง เหมือนมีผื่นตลอดเวลา
    • เส้นเลือดฝอยแตกแดง
    • ผิวหนังแสบคัน
  1. ประเภท Papulopustular rosacea เป็นชนิดที่มีอาการหน้าแดงตลอดเวลา ใบหน้าอาจจะมีตุ่มแดงหรือตุ่มหนองคล้ายสิว โดยจะมีสัญญาณของโรคเบื้องต้นดังนี้ 
    • ผิวบอบบางแพ้ง่าย
    • มีตุ่มหนองหรือสิว ตุ่มแดงบนใบหน้า
    • มีเส้นบนใบหน้าที่แตกและแดงชัดเจน
    • ผิวหน้ามัน
    • รูขุมขนอักเสบ
  2. ประเภท Ocular rosacea คือโรคโรซาเชียที่ตา เปลือกตาและผิวหนังรอบดวงตาจะแดง ตาบวมแห้ง น้ำตาไหลง่าย บางคนอาจจะมีอาการติดเชื้อที่ตาบ่อย ๆ ถ้าหากกรณีที่ร้ายแรงอาจจะมีแผลที่กระจกตาได้
    • การมองเห็นลดลง
    • เส้นเลือดฝอยที่เปลือกตาแตก
    • ตาแห้ง คัน
    • ดวงตามีความไวต่อแสง
    • มีซีสบริเวณรอบดวงตา

การรักษาโรคโรซาเซีย

โรคโรซาเซียยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาดได้ แพทย์จะทำได้เพียงควบคุมอาการไม่ให้กำเริบเท่านั้น แต่ทั้งนี้อาการสามารถกลับมาได้ตลอดเวลาหากเจอ สิ่งเร้าจากสภาพแวดล้อมหรืออื่น ๆ ทั้งนี้การรักษาควบคุมอาการก็ขึ้นอยู่กับประเภทที่เป็นและความรุนแรงของอาการด้วย โดยแพทย์อาจจะนำการรักษาดังนี้มาใช้กับคนไข้ : 

  • IPL (Intense Pulsed Light Therapy) คือการฉายแสงเลเซอร์ และใช้ความยาวช่วงคลื่นแสงยิงตรงไปที่บริเวณผิวที่มีอาการ
  • การใช้ยา แพทย์อาจจะสั่งจ่ายยาปฎิชีวินะชนิดรับประทานเพื่อลดการอักเสบและลดเชื้อแบคทีเรีย และยาชนิดอื่น ๆ เพื่อช่วยลดตุ่มสิว หรือตุ่มคัน หรือผื่นแดง

หากโรคมีอาการกำเริบอาจจะส่งผลที่ใบหน้า จมูกและหน้าผากเท่านั้น และเมื่อเป็นแล้วอาการตั้งแต่หนึ่งอาทิตย์ถึงหนึ่งเดือนและจะหายเองได้หากอาการไม่รุนแรงแต่อาการอาจจะกลับมาอีกครั้ง

การป้องกันโรคโรซาเซียไม่ให้เกิดขึ้น

การดูแลรักษาผิวหนังและหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้อาจจะช่วยลดหรือป้องกันไม่ให้โรคโรซาเซียเกิดขึ้นได้เพราะอาจจะทำให้ผิวระคายเคือง

กำลังโหลด
  • ผลิตภัณฑ์ที่ผลัดเซลล์ผิว
  • ผลิตภัณฑ์จาก witch Hazel
  • เมนทอล
  • แอลกอฮอล์

ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนต่อผิวและไม่มีส่วนผสมของน้ำมันจะช่วยให้อาการไม่กำเริบได้ และระวังอาหารที่รับประทานหมั่นจดและตรวจดูอาการตนเองทุกครั้งว่ามีอาหารชนิดใดทำให้โรคกำเริบหรือไม่ และยังมีการควบคุมอาการด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น

  • ใช้เลเซอร์และการรักษาด้วยแสงเพื่อช่วยในกรณีที่รุนแรงของโรค
  • หลีกเลี่ยงแสงแดด ทาครีมกันแดด
  • ทำทรีทเม้นต์เพื่อลดความหนาของผิว 
  • งดการดื่มแอลกอฮอล์

อ่านเพิ่มเติม : ซีสต์ (Cyst): อาการ สาเหตุ การรักษา 


ใครที่มีความเสี่ยงเป็นโรคโรซาเซีย 

มีปัจจัยบางที่จะทำให้บางคนมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคโรซาเซียมาก กว่าคนอื่น ๆ เช่นชาวคอเคเชียนที่มีผิวขาว ผมบลอนด์และตาสีฟ้า มักพบความเสี่ยงมาก และคนในกลุ่มอายุ 30-50 ปี หรือได้รับสืบทอดทางพันธุกรรม


ลิงค์ด้านล่างนี้เป็นแหล่งข้อมูลของบทความของเรา

[ABTM id=1109]

เกี่ยวกับผู้แต่ง


Leave a Reply