ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum Depression) : อาการ สาเหตุ การรักษา

ภาวะซึมเศร้า vs. อารมณ์เศร้า

ประมาณ 80 เปอร์เซนต์ของแม่ที่คลอดเด็กทารกมีอารมณ์ซึมเศร้า (Postpartum Depression) หลังจากให้กำเนิดบุตร ในทางกลับกันมีงานวิจัยขนาดใหญ่ในปี 2013 พบว่ามีคุณแม่หลังคลอดจำนวนเพียง 14 เปอร์เซนต์เท่านั้นที่มีผลทดสอบภาวะซึมเศร้าเป็นบวก นอกเหนือจากนั้นมีผู้หญิงจำนวน  19.3  เปอร์เซนต์มีความคิดเกี่ยวกับการทำร้ายตัวเองและ 22.6 เปอร์เซนต์ไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไบโพลาร์ 

Postpartum Depression

กำลังโหลด

ปัจจัยเสี่ยง

ในงานวิจัยพบว่าผู้หญิงที่มีแนวโน้มเกิดภาวะซึมเศร้าได้แก่คนในกลุ่มดังต่อไปนี้

  • วัยรุ่น
  • มีการศึกษาต่ำ
  • ประกันสังคม
  • เชื้อชาติแอฟริกันอเมริกัน

การเกิดเริ่มต้น

นอกจากนี้ผู้เขียนยังพบข้อมูลในระหว่างทำการสัมภาษณ์ผู้ป่วยที่บ้านหรือพูดคุยผ่านโทรศัพท์ ในการสัมภาษณ์ผู้หญิงจำนวน 973 คนพบข้อมูลทางสถิติดังต่อไปนี้ 

  • 26.5 เปอร์เซนต์มีภาวะซึมเศร้าก่อนการตั้งครรภ์ 
  • 33.4 เปอร์เซนต์เริ่มมีภาวะซึมเศร้าระหว่างการตั้งครรภ์ 
  • 40.1 เปอร์เซนต์เริ่มสังเกตุพบอาการซึมเศร้าหลังคลอดบุตร 

เข้ารับความช่วยเหลือ

เนื่องจากภาวะซึมเศร้าหลังคลอดไม่ได้เปนโรคที่มีพัฒนาการร้ายแรงเกิดขึ้นต่อไป ดังนั้นมีเพียงผู้หญิงจำนวน 15 เปอร์เซนต์เท่านั้นที่ได้รับความช่วยเหลือเพื่อรักษาอาการซึมเศร้าจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ตัวเลขดังกล่าวยังหมายถึงจำนวนผู้หญิงที่มีเด็กทารกที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น ไม่รวมจำนวนผู้หญิงที่เกิดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดที่เกิดการแท้งหรือเด็กเสียชีวิตตั้งแต่กำเนิด ดังนั้นหมายความว่าจำนวนของผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าหลังคลอดอย่างแท้จริงอาจมีอัตราสูงกว่าที่เราคิด

สถิติอื่นๆ

  • ภาวะวิตกกังวลหลังคลอดเป็นอาการที่เกิดขึ้นปกติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้หญิงจำนวน 1 ใน 6 รายหลังจากการคลอดบุตร ในคุณแม่มือใหม่มีอัตราเกิดขึ้นจำนวน 1 ใน 5 ราย
  • การฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุประมาณ 20 เปอร์เซนต์ของผู้หญิงที่มีเด็กเสียชีวิตหลังคลอด ซึ่งเป็นสาเหตุทั่วไปส่วนใหญ่ของผู้หญิงที่เสียชีวิตหลังคลอดบุตร 
  • ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดบุตรที่เกี่ยวกับโรคย้ำคิดย้ำทำเป็นอาการที่ค่อนข้างพบได้ยาก ซึ่งพบได้ 1 ถึง 3 คนในผู้หญิงที่กำลังให้นมบุตรจำนวน 100 คน
  • โรคจิตหลังคลอดเป็นอาการที่พบได้น้อยมากซึ่งพบเพียง 1 ถึง 2 คนจากผู้หญิง 1,000 คนหลังจากคลอดบุตร
  • 25 เปอร์เซนต์ของคุณพ่อมีอาการซึมเศร้าหลังจากภรรยาคลอดบุตรในปีเเรก
  • หลังจากกำเนิดบุตร 1 ปีงานวิจัยในปี 2010 พบว่า 39 เปอร์เซนต์ของคุณแม่และ 21 เปอร์เซนต์ของคุณพ่อเป็นโรคที่มีอาการซึมเศร้าระหว่างช่วงเวลาที่เด็กมีอายุ 12 ปี 

อาการทางจิตหลังคลอดสามารถรักษาด้วยวิธีใด

มียาหลายชนิดที่ใช้รักษาอาการทางจิต ซึ่งสามารถใช้ยาชนิดเดียวหรือใช้ยาสองชนิดร่วมกันได้ 

ยาเหล่านี้สามารถช่วยรักษาอาการต่างๆและควบคุมอารมณ์ให้สมดุล ถ้าหากใช้ยารักษาแล้วไม่ได้ผลสามารถใช้วิธีอื่นได้เช่นการรักษาด้วยกระเเสไฟฟ้า ซึ่งเป็นการใช้กระเเสไฟฟ้ากระตุ้นเพื่อให้สารเคมีในสมองเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยปกตินำวิธีนี้มาใช้กับผู้ที่สามารถทนต่อกระเเสไฟฟ้าได้และสามารถเข้ารับการรักษาอาการทางจิตได้เท่านั้น 

เมื่อคุณสามารถควบคุมอารมณ์ได้อย่างสมดุล แพทย์อาจเเนะนำให้คุณเข้ารับคำปรึกษาจากนักบำบัด ผู้ที่สามารถช่วยให้คุณสามารถจัดการกับความรู้สึกของคุณได้

กำลังโหลด

การรักษาควรทำอย่างต่อเนื่องแม้ว่าคุณจะออกจากโรงพยาบาลเเล้ว เมื่อคุณหายดีขึ้น คุณอาจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการใช้ยารักษา 

ถ้าหากคุณเป็นโรคไบโพลาร์หรือมีความผิดปกติทางด้านจิตใจอื่นๆ คุณจำเป็นต้องทำการรักษาตามแผนเพื่อรักษาปัญหาทางจิตประเภทอื่นต่อไปด้วยเช่นกัน

ภาวะวิตกกังวลหลังคลอด

ภาวะวิตกกังวลหลังคลอดเป็นอาการที่ควรได้รับความใส่ใจ แต่อย่างไรก็ตามความวิตกกังวลหลังคลอดเป็นอาการทั่วไปที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงจำนวนมากกว่า 1 ใน 6 คนหลังจากคลอดบุตร

เป็นเรื่องปกติที่คุณจะรู้สึกเครียดเล็ดน้อยหรือมีความกังวลหลังจากนำเด็กทารกกลับบ้าน บางครั้งคุณอาจรู้สึกวิตกกังวลเนื่องจากการถูกรบกวนในชีวิตประจำวัน 

อาการทั่วไปที่เกิดขึ้นได้แก่ภาวะหายใจเร็วเกินไปและภาวะตื่นตระหนกต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดโดยไม่มีเหตุผล สำหรับอาการหายใจเร็วเกินไปมักเกิดขึ้นเมื่อคุณมีหายใจลึกและเร็วเกินไปจึงทำให้ก็าซคาร์บอนลดลงจึงทำให้คุณเกิดความรู้สึกหายใจไม่ออก 

ภาวะตื่นตระหนกโดยไม่มีสาเหตุมีอาการคล้ายกับภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งมีอาการดังต่อไปนี้

อาการอื่นๆของภาวะวิตกกังวลหลังคลอดได้แก่

  • มีความกังวลมากเกินไปกับเหตุหารณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น
  • ไม่สามารถนอนหลับได้เนื่องจากเกิดความวิตกกังวล
  • คิดถึงปัญหาเดิมซ้ำๆ แม้ว่าปัญหาเหล่านั้นได้รับการแก้ไขเเล้วหรือเป็นปัยหาที่ไม่สำคัญ
  • มีสมาธิไม่ดีเนื่องจากเกิดความกังวล
  • ปกป้องลูกของตนเองมากเกินไปเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ 
  • มีความกังวลหรือจินตนาการเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ 

คุณสามารถมีอาการวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าเกิดขึ้นพร้อมกัน เพื่อทำความเข้าใจเพื่อแยกความแตกต่างว่าคุณมีอาการใดเกิดขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์

อาการวิตกกังวลหลังคลอดสามารถหายไปได้เองหรืออาการวิตกกังวลอาจรุนเเรงขึ้น ดังนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่ควรไปพบเเพทย์เพื่อรับคำปรึกษา สำหรับภาวะวิตกกังวลสามารถรักษาด้วยยาระงับอาการวิตกกังวลและการบำบัด

ภาวะหลังคลอดที่เกิดโรคย้ำคิดย้ำทำ 

ถ้าหากคุณต้องการเลี้ยงบุตรในสภาพแวดล้อมที่ดี ซึ่งอาจทำให้คุณรู้สึกกดดันว่าทุกอย่างจำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ ความคิดเช่นนี้ไม่ได้เป็นสิ่งที่ปกติสำหรับคุณแม่มือใหม่และความกดดันที่เกิดขึ้นอาจทำให้เกิดอาการของโรคย้ำคิดย้ำทำได้ 

โรคย้ำคิดย้ำทำที่เกิดหลังคลอดเป็นอาการที่ผิดปกติมาก โดยผู้หญิงที่กำลังให้นมบุตรประมาณ 1 ถึง 3 เปอร์เซนต์มีอาการย้ำคิดย้ำทำซึ่งโดยทั่วไปมักเกิดขึ้นภายในสัปดาห์แรกหลังจากให้กำเนิดบุตร

อาการหมกหมุ่นหรือย้ำคิดย้ำทำหมายถึงอาการใดก็ได้ แต่โดยส่วนใหญ่เเล้วมักเป็นอาการที่มุ่งเน้นไปที่ความปลอดภัยของเด็ก เช่นคุณอาจมีความกังวลเกี่ยวกับว่าเด็กอาจเสียชีวิตตอนกลางคืนหรือคุณไม่สามารถวางเด็กลงได้

ถ้าหากคุณเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำหลังจากการคลอดบุตร คุณอาจมีพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาการดังกล่าว อย่างเช่นตัวอย่างดังต่อไปนี้ 

  • จัดของและทำความสะอาดบริเวณต่างๆซ้ำๆและหมกหมุ่นเกี่ยวกับเชื้อโรคที่ลูกอาจสัมผัสได้ 
  • ตรวจดูลูกซ้ำๆในช่วงกลางคืน แม้ว่าจะทราบว่าเพิ่งไปดูทารกมา 
  • มีภาวะย้ำคิดย้ำทำทางจิตเช่นการภาวนาให้เด็กปลอดภัยเป็นประจำ
  • ความเชื่อเช่นการสัมผัสกับบางอย่างหรือการห้อยเครื่องรางสามารถปกป้องเด็กจากที่เป็นอันตรายได้ 
  • ใช้เวลามากในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพของลูก

คุณจำเป็นต้องควบคุมพฤติกรรมเหล่านี้ ถ้าหากคุณเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำหลังคลอดบุตรและถ้าหากอาการดังกล่าวไปมาหายไปภายในหนึ่งสัปดาห์ ควรไปพบเเพทย์เพื่อทำการรักษา

โรคย้ำคิดย้ำทำหลังคลอดบุตรสามารถรักษาได้ด้วยการบำบัดพฤติกรรมหรือการใช้ยาต้านภาวะซึมเศร้า 


 นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา


เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

Leave a Reply