โรคคออักเสบ (Pharyngitis) : อาการ สาเหตุ การรักษา ป้องกัน

โรคคออักเสบ (Pharyngitis) คือ การอักเสบของคอหอยซึ่งอยู่ในตำแหน่งด้านหลังของลำคอ เรารู้จักกันในอาการ “เจ็บคอ” ยังสามารถทำให้เกิดการระคายเคืองในลำคอ และกลืนอาหารลำบาก

คออักเสบเป็นภาวะติดเชื้อที่พบได้บ่อยมาก สามารถพบเกิดได้ในทุกช่วงอายุ แต่ในเด็กจะพบได้บ่อยกว่าในผู้ใหญ่ ความรุนแรงของโรคมักมีไม่มาก และสามารถหายได้เองภายในไม่กี่วันถ้าเกิดการติดเชื้อไวรัส แต่ถ้าเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียอาจทำให้มีอาการนานกว่า

กำลังโหลด

โรคคออักเสบ (Pharyngitis)

อาการของคออักเสบ

ระยะฟักตัวของอาการคออักเสบโดยทั่วไปคือ 2-5 วัน อาการที่เกิดขึ้นกับคออักเสบแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสุขภาพของผู้ป่วย

นอกเหนือจากจะมีอาการเจ็บคอ ไอแห้ง ไข้หวัดหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ อาจทำให้:

  • จาม(szeezing)
  • น้ำมูกไหล
  • ปวดศีรษะ
  • ไอ(cough)
  • เมื่อยล้า
  • ปวดเมื่อยตามร่างกาย
  • หนาวสั่น
  • ไข้(fever) (ไข้ระดับต่ำ)

นอกจากอาการเจ็บคอแล้ว อาจจะมีอาการดังต่อไปนี้ร่วมด้วย :

คออักเสบจากสเตรปอาจจะทำให้เกิด :

  • กลืนอาหารลำบาก
  • คออักเสบแดง มีแผลในคอ
  • ต่อมน้ำเหลืองบวม
  • ไข้
  • หนาวสั่น
  • เบื่ออาหาร
  • คลื่นไส้
  • รับรสชาดผิดปกติ
  • วิงเวียนศีรษะ

ความยาวของช่วงเวลาการเป็นคออักเสบนั้น ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขด้านสุขภาพด้วย หากผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสอาการจะหายไปพร้อมกับไข้หวัด หากคออักเสบจากแบคทีเรียจะหายเมื่อได้รับยาปฏิชีวนะ

กำลังโหลด

โรคไข้หวัดมักจะเกิดอาการไม่เกิน 10 วัน อาจจะมีไข้สูง 3-5 วัน และหาเป็นคออักเสบจากไวรัสหวัด อาการของคออักเสบก็จะหายในช่วงเวลานี้เช่นกัน

สาเหตุคออักเสบ

ไวรัสและแบคทีเรียจำนวนมากทำให้เกิดอาการคออักเสบ โดยอาจจะเป็นสาเหตุดังต่อไปนี้

  • โรคหัด
  • ไวรัส Adenovirus ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของโรคไข้หวัด
  • โรคอีสุกอีใส
  • โรคซาง(Croup)
  • ไอกรน (Pertussis)
  • แบคทีเรีย Streptococcus

ไวรัสเป็นสาเหตุของคออักเสบที่พบบ่อยที่สุด ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส เช่น โรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ เชื้อไวรัสไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะ และการรักษาก็เป็นเพียงการบรรเทาอาการเท่านั้น

ปกติแล้วคออักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการรรักษา การติดเชื้อแบคทีเรียที่พบมากที่สุดของคออักเสบ คือ สเตรป จากกลุ่ม A Streptococcus สาเหตุที่พบได้น้อยมากของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการอักเสบ ได้แก่ โรคหนองใน หนองในเทียม และ Corynebacterium

การสัมผัสกับผู้ป่วยไข้หวัดเป็นประจำ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อคออักเสบเรื้อรัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ทำงานด้านการพยาบาล ผู้ที่เป็นภูมิแพ้และผู้ป่วยไซนัสอักเสบ

การดูแลรักษาโรคคออักเสบ

การดูแลรักษาโรคคออักเสบด้วยตนเอง

หากคออักเสบจากเชื้อไวรัส การดูแลด้วยตนเองสามารถบรรเทาอาการได้ โดยมีวิธีดังต่อไปนี้:

  • ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อป้องกันการขาดน้ำ
  • รับประทานซุปอุ่น ๆ
  • บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่น (เกลือ 1 ช้อนชาต่อน้ำ 8 ออนซ์)
  • ให้ความชุ่มชื้น
  • พักผ่อนให้เพียงพอ

เพื่อบรรเทาอาการปวด และไข้อาจจะหาซื้อยาที่มีจำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไป เช่น อะซีตามิโนเฟน Acetaminophen (Tylenol) หรือ ไอบูโพรเฟน Ibuprofen (Advil) 

บางครั้งการรักษาคออักเสบสามารถใช้วิธีการรักษาทางเลือกได้ อย่างไรก็ควรปรึกษาแพทย์ ก่อนที่จะใช้เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย หรือภาวะแทรกซ้อนสุขภาพอื่น ๆ สมุนไพรที่ใช้นิยมใช้ ได้แก่ :

  • ฮันนี่ซักเกิ้ล Honeysuckle
  • รากชะเอม licorice
  • รากมาร์ชเมลโล่ Marshmallow root
  • เสจ Sage
  • เปลือกสลิปเปอร์รี่เอล์ม Slippery elm

การรักษาคออักเสบด้วยยา

การรักษาทางการแพทย์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่มีอาการคออักเสบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย  กรณีนี้แพทย์จะสั่งยาปฏิชีวนะให้กับผู้ป่วยในการรักษา

แอมม็อกซิลลิน และเพนิซิลลินเป็นยารักษาที่นิยมใช้กันมากสำหรับคออักเสบจากสเตรป สิ่งสำคัญคือผู้ป่วยต้องใช้ยาปฏิชีวนะทั้งหมด เพื่อป้องกันการติดเชื้ออีกครั้งหรือทำให้อาการคออักเสบแย่ลง ระยะเวลาการใช้ยาปฏิชีวนะโดยทั่วไปคือ 7 ถึง 10 วัน

การป้องกันคออักเสบ

วิธีป้องกันคออักเสบที่ดีที่สุดคือ การรักษาสุขอนามัย

  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารและใช้ของใช้ส่วนตัวกับผู้ป่วยที่มีอาการคออักเสบ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วยที่มีอาการคออักเสบ
  • ล้างมือบ่อยๆ ทั้งก่อนรับประทานอาหาร และหลังการไอ จาม
  • หากไม่สามารถล้างมือด้วยสบู่ได้ ให้ใช้เจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือแทน
  • หลีกเลี่ยงการสูบและสูดดมคลันบุหรี่

นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา


เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

เกี่ยวกับผู้แต่ง


Leave a Reply