โรคแพนิค (Panic Disorder) : อาการ สาเหตุ การรักษา

โรคแพนิค (Panic disorder) คือ อาการที่ปรากฏเป็นภาวะตื่นตระหนก ตกใจ ต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยไม่ทราบสาเหตุ วิธีการ DSM-5 ซึ่งเกี่ยวกับการตรวจสอบสภาพจิตใจระบุถึงโรคแพนิคไว้ว่า เป็นอาการของความตื่นตระหนก หวาดกลัว และรู้สึกไม่สบายตัวในช่วงเวลาอันสั้น ผู้ป่วยแพนิคอยู่ในห้วงของความหวาดระแวงว่าจะมีอาการแพนิคกำเริบอีก ทุกคนสามารถมีอาการแพนิค หากผู้ป่วยรู้สึกหวาดกลัวอย่างฉับพลันและไม่สามารถหาเหตุผลได้ อาจจะทำให้เกิดอาการทางร่างกาย เช่น หัวใจเต้นเร็ว หายใจไม่อิ่มหรือติดขัด และเหงื่อออกมาก

ผู้คนโดยส่วนมากจะมีอาการแพนิคอย่างน้อย 1 – 2 ครั้ง ในชีวิต โรคแพนิคนั้นมีสาเหตุมาจากการมีประสบการณ์ที่ทำให้เสียขวัญอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 1 เดือน ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าจะถูกทำให้เสียขวัญอีกจนกลายเป็นอาการหวาดกลัว

กำลังโหลด

แม้ว่าอาการผิดปกตินี้จะน่ากลัวและรุนแรง แต่อย่างไรก็ตามสามารถเยียวยารักษาได้ โดยการหาวิธีรักษาอาการแพนิคนั้นจะช่วยปรับปรุงให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โรคแพนิค (Panic disorder)

อาการของโรคแพนิค

อาการของโรคแพนิคสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ (อายุน้อยกว่า 25 ปี) หากผู้ป่วยเกิดอาการแพนิคมากกว่า 4 ครั้ง หรือผู้ป่วยเคยอยู่ในภาวะหวาดกลัวหลังจากถูกทำให้เสียขวัญครั้งหนึ่ง นั่นบอกว่าอาจจะเป็นโรคแพนิค

อาการแพนิคจะเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว โดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ อาการแพนิคแต่ละครั้งจะเกิดในช่วงเวลา 10-20 นาที หรือในกรณีที่เลวร้ายอาจจะยาวนานเกินกว่าชั่วโมง โดยอาการแพนิคของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไป

อาการแพนิคโดยทั่วไปมีดังนี้:

  • หัวใจเต้นแรง 
  • หายใจไม่อิ่ม
  • มีอาการช็อค
  • สับสนทางอารมณ์
  • วิงเวียนศีรษะ คล้ายเป็นลม
  • คลื่นไส้
  • เหงื่อออกหรือหนาวสั่น
  • ตัวสั่น
  • อารมณ์มีการเปลี่ยนแปลง กล่าวคือรู้สึกถึงสิ่งที่ไม่เป็นความจริง
  • ชาหรือซ่าที่มือเท้า
  • เจ็บหรือแน่นหน้าอก
  • อาการเป็นลม
  • มีความกลัวว่าจะเสียชีวิต

อาการแพนิคยังไม่ปรากฏสาเหตุที่แน่ชัด โดยทั่วไปอาการแพนิคนั้นไม่สัมพันธ์กับระดับความอันตรายรอบตัวผู้ป่วย ดังนั้นการเกิดแพนิคจะไม่สามารถคาดเดาได้และจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ความหวาดกลัวต่ออาการแพนิคที่เคยเกิดขึ้นไปแล้วว่าจะเกิดอาการแพนิคอีกหรือไม่ ส่งผลให้อาการแพนิคเกิดขึ้นได้

กำลังโหลด

สาเหตุโรคแพนิคเกิดจาก

สาเหตุของโรคแพนิคนั้นยังไม่ชัดเจน มีงานวิจัยได้กล่าวถึง อาการแพนิคไว้ว่าอาจจะเป็นการถ่ายทอดทางพันธุกรรม อาการแพนิคยังเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นในชีวิต เช่น การออกจากมหาวิทยาลัย การแต่งงงาน หรือมีลูกคนแรก ทั้งหมดนี้สามารถทำให้เกิดความเครียด และนำไปสู่อาการแพนิคได้

การวินิจฉัยโรคแพนิค

หากผู้ป่วยเคยมีประสบการณ์การเป็นแพนิค ผู้ป่วยสามารถติดต่อพบแพทย์ได้ ผู้คนโดยส่วนใหญ่มักจะมีประสบการณ์แพนิคสำหรับครั้งแรกที่รู้สึกว่าตนเองหัวใจจะวาย

ในขณะที่แผนกฉุกเฉินที่ให้บริการผู้ป่วยจะทำการทดสอบหลายอย่างเพื่อดูว่าอาการของผู้ป่วยเกิดจากหัวใจวายหรือไม่ พวกเขาอาจทำการทดสอบเลือด เพื่อคัดกรองสาเหตุอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการคล้าบกับอาการหัวใจวาย ทำการทดสอบคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) เพื่อตรวจสอบการทำงานของหัวใจ และเมื่อไม่ได้อยู่ในสภาวะฉุกเฉินแล้วจะนำส่งตัวผู้ป่วยไปยังแพทย์เฉพาะทาง

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการตรวจสุขภาพจิตและสอบถามเกี่ยวกับอาการและความผิดปกติอื่นๆ เพื่อวินิจฉัยอาการแพนิค

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงเป็นแพนิค

แม้ว่าสาเหตุของการเกิดแพนิคจะยังไม่ชัดเจน แต่ข้อมูลเกี่ยวกับโรคนี้สามารถบ่งชี้ว่าสำหรับบางคนสามารถพัฒนาไปสู่อาการผิดปกตินี้ได้ และพบว่าอาการแพนิคพบได้เป็น 2 เท่าเมื่อเทียบกับเพศชาย หรือโรคความกลัวต่าง ๆ เช่นโรคกลัวที่แคบ  เมื่อผู้ป่วยต้องไปอยู่ในที่แคบมาก ๆ จะส่งผลให้เกิดอาการแพนิคกำเริบ และเกิดความตื่นตระหนกได้อย่างมาก

วิธีรักษาโรคแพนิค

การรักษาโรคแพนิคนั้น มุ่งเน้นไปที่การลดหรือกำจัดอาการของผู้ป่วย โดยสามารถรักษาด้วยวิธีนี้ได้กรณีที่ได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง  อีกวิธีการรักษาคือการปรับเปลี่ยนการรับรู้และพฤติกรรมของผู้ป่วย (Cognitive-behavioral therapy CBT) การรักษาด้วยวิธีนี้จะสอนให้ผู้ป่วยเปลี่ยนมุมมองความคิดและสามารถจัดการกับอาการแพนิคที่เกิดขึ้นได้

การใช้ยารักษาโรคแพนิคนั้นจะประกอบไปด้วยการใช้เซโรโทนิน (Selective serotonin reuptake inhibitors SSRIs) กลุ่มยากล่อมประสาท SSRIs นี้ประกอบไปด้วย

  • ฟลูอ็อกซีทีน (Fluoxetine)
  • พาโรออกซีทีน(Paroxetine)
  • เซอร์ทรารีน(Sertraline)

วิธีการรักษาด้วยยาชนิดอื่นๆ มีดังนี้

  • เซโรโทนิน Serotonin-norepinephrine reuptake inhibitors (SNRIs) ซึ่งเป็นยาแก้โรคซึมเศร้าประเภทหนึ่ง
  • ยาต้านเชื้อแบคทีเรีย
  • เบนโซไดอะซีไพน์ Benzodiazepines เป็นยากล่อมประสาท รวมถึง ไดอะซีแพม diazepam หรือ โคลนาซีแพม Clonazepam
  • โมโนอะมีน อ็อกซิเดส Monoamine oxidase inhibitors (MAOIs), antidepressant มีฤทธิ์รุนแรง แต่แพทย์จะหลีกเลี่ยงการให้ยานี้

สำหรับวิธีการรักษาเพิ่มเติมที่ผู้ป่วยสามารถทำเองที่บ้านได้มีดังนี้:

  • ดำเนินกิจกรรมชีวิตประจำวันตามปกติ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงการใช้สารกระตุ้น เช่น คาเฟอีน
  • ฝีกลมหายใจและฝึกการคิดเชิงบวก จะส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถแก้อาการหายใจติดขัดเมื่ออาการแพนิคกำเริบและหายใจไม่ทันได้

การป้องกันโรคแพนิค

เป็นไปได้ยากที่จะทำการป้องกันโรคแพนิค อย่างไรก็ตามผู้ป่วยสามารถลดอาการแพนิคได้ด้วยการหลีกเลี่ยง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คาเฟอีน และยาเสพติด สิ่งเหล่านี้จะช่วยผู้ป่วยได้นั่นคือการสังเกตุว่า ผู้ป่วยมีอาการวิตกกังวลหลังจากพบเหตุการณ์อะไรในชีวิต หากคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยลดลงจากการเกิดโรคแพนิค ผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำและรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ภาพรวมของโรคแพนิค

โรคแพนิคมักจะเป็นอาการเรื้อรัง ดังนั้นจึงยากที่จะทำการรักษา ในผู้ป่วยบางรายไม่ตอบสนองต่อการรักษา ซึ่งจะมีช่วงเวลาที่ผู้ป่วยมีอาการแพนิคและไม่เป็นแพนิค แต่ทั้งนี้อาการแพนิคจะสามารถบรรเทาได้ด้วยการเข้ารับการรักษา


ลิ้งค์ด้านล่างเป็นแหล่งที่มาข้อมูลของเรา


เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

เกี่ยวกับผู้แต่ง


Leave a Reply