โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) : อาการ สาเหตุ วิธีการรักษา

โรคกระดูกพรุนคือ

โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) คือ เป็นภาวะที่มีผลต่อกระดูก โดยปกติด้านในของกระดูกที่แข็งแรงจะมีช่องว่างเล็ก ๆ เหมือนรังผึ้ง โรคกระดูกพรุนจะเพิ่มขนาดของช่องว่างเหล่านี้ทำให้กระดูกสูญเสียความแข็งแรง และความหนาแน่น ทำให้กระดูกอ่อนแอลง สถิติโรคกระดูกพรุนเป็นปัญหาทางสาธารณสุขในอันดับที่ 2 ของโลก รองจากโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด เป็นภัยเงียบที่ไม่มีสัญญาณเตือน สาเหตุหนึ่งที่ทำให้กระดูกหัก โดยเฉพาะกระดูกสะโพก ซึ่งผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักจะมีอัตราการเสียชีวิตในปีแรกร้อยละ 17% และสัดส่วน 80% ไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม รวมทั้งจากข้อมูลมูลนิธิโรคกระดูกพรุนนานาชาติ พบว่าประชากรไทยที่มีความเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุน 80 – 90% ยังไม่ได้รับการประเมินและรักษา Osteoporosis

อาการโรคกระดูกพรุน

ภาวะกระดูกพรุนในระยะแรกจะไม่ส่งผลใดๆ และผู้ป่วยจะทราบก็ต่อเมื่อ กระดูกนั้นมีการหักแล้ว โดยผู้ป่วยกระดูกพรุนอาจจะมีอาการดังต่อไปนี้เป็นสัญญาณ
  • เหงือกร่น
  • ความแข็งแรงในการยึดเกาะลดลง
  • เล็บเปราะง่าย
แม้ว่าคุณจะไม่มีอาการดังกล่าว แต่หากมีประวัติผู้ป่วยในครอบครัว แสดงว่าคุณเองก็มีความเสี่ยงเช่นกัน  

ลองดู Movinix capsules และ Flexadel gel ช่วยบรรเทาอาการโรคกระดูกพรุน


 

โรคกระดูกพรุนรุนแรง

หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมอาจทำให้อาการกระดูกพรุนยิ่งแย่ลงได้ เมื่อกระดูกบางลงและอ่อนแอลง ความเสี่ยงของการแตกหักจะเพิ่มขึ้น อาการของกระดูกพรุนขั้นรุนแรง คือ การแตกหักจากการหกล้ม หรือแม้กระทั่งการไอหรือจามอย่างรุนแรง และอาจทำให้เกิดอาการปวดคอและหลัง รวมไปถึงการสูญเสียความสูง อาการปวดหลังหรือคอหรือการสูญเสียความสูงนั้นเกิดจากการหัก กดทับ ของกระดูกสันหลังส่วนใดส่วนหนึ่งที่คอ หรือหลังของคุณ ที่อ่อนแอจนไม่สามารถทนแรงกดจากร่างกายในระดับปกติได้เลย หากคุณมีอาการกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน เวลาที่ใช้ในการรักษาจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ การแตกหัก ประวัติการรักษา และอายุของผู้ป่วย

สาเหตุโรคกระดูกพรุน

สาเหตุของโรคกระดูกพรุน ได้แก่ปัญหาสุขภาพบางชนิด เช่น ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากผลข้างเคียงของยาบางชนิด ตัวอย่างของยาเหล่านี้ ได้แก่ คอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดรับประทาน หรือยาที่ให้ด้วยการฉีด เช่น เพรดนิโซนหรือคอร์ติโซน

วิธีรักษาโรคกระดูกพรุน

หากคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคกระดูกพรุน แพทย์จะวางแผนการรักษาร่วมกับคุณ แพทย์จะแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และให้ยารักษา โดยมักจะเป็นการเพิ่มปริมาณแคลเซียม และวิตามินดี รวมถึงออกกำลังกายอย่างเหมาะสม โรคกระดูกพรุนยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาด แต่การรักษาที่เหมาะสมสามารถช่วยปกป้องและเสริมสร้างกระดูกได้ หลักๆ คือ ชะลอการสลายตัวของกระดูก และเสริมสร้างกระดูกที่เกิดใหม่

ยารักษาโรคกระดูกพรุน

ยาที่ใช้รักษาโรคกระดูกพรุนส่วนใหญ่ คือ บิสฟอสโฟเนต Bisphosphonates เพื่อป้องกันการสูญเสียมวลกระดูก โดยมีทั้งรูปแบบรับประทานและฉีด ได้แก่ :
  • Alendronate (Fosamax)
  • Ibandronate (Boniva)
  • Risedronate (Actonel)
  • Zoledronic acid (Reclast)
นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเช่น Movinix และเจลเช่น Flexadel สามารถช่วยบรรเทาอาการได้ ยังมียาตัวอื่นๆ ที่สามารถป้องกันการสูญเสียของมวลกระดูกได้ดังนี้ ฮอร์โมนเพศชาย Testosteron การบำบัดด้วยฮอร์โมนเพศชาย ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกของเพศชาย การบำบัดด้วยฮอร์โมน Estrogen ฮอร์โมนเอสโตรเจน สามารถช่วยหยุดการสูญเสียความหนาแน่นของกระดูกของเพศหญิงได้ น่าเสียดายที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด โรคหัวใจ และมะเร็ง Raloxifene ให้ประโยชน์เหมือนฮอร์โมนเอสโตรเจน แต่มีความเสี่ยงน้อยกว่ามาก แม้ว่าจะยังมีความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือดอยู่ Denosumab ใช้โดยวิธีการฉีด และแนวโน้มที่ดีกว่าบิสฟอสโฟเนตในการลดการสูญเสียมวลของกระดูก Teriparatide ฉีดเข้าสู่ร่างกายเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูก Calcitonin salmon (Fortical and Miacalcin) ยาพ่นจมูกและเพิ่มความแข็งแรงของกระดูก แต่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ว Romosozumab  ยานี้ได้รับการอนุมัติจาก FDA ในปี 2019 เพื่อใช้รักษาผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะกระดูกหัก รับยาโดยการฉีดใต้ผิวหนัง เดือนละครั้งเป็นเวลา 12 เดือนหรือน้อยกว่า แต่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือดสมอง ดังนั้นจึงไม่แนะนำสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคดังกล่าว

การป้องกันโรคกระดูกพรุน

มีปัจจัยเสี่ยงมากมายสำหรับโรคกระดูกพรุนที่ไม่มีใครสามารถควบคุมได้ ได้แก่ การที่มีอายุที่มากขึ้น แต่วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคกระดูกพรุน ได้แก่
  • บริโภคแคลเซียมและวิตามินดีในปริมาณที่แนะนำทุกวัน
  • ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม
  • หยุดสูบบุหรี่
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในภาวะปกติ
หากคุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางป้องกัน

อาหารและกระดูกของคุณ — แนวทางโภชนาการโรคกระดูกพรุน

อาหารที่คุณกินอาจส่งผลต่อกระดูกของคุณ การเรียนรู้เกี่ยวกับอาหารที่อุดมด้วยแคลเซียม วิตามินดี และสารอาหารอื่นๆ ที่มีความสำคัญต่อสุขภาพกระดูกและสุขภาพโดยรวมจะช่วยให้คุณเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้นทุกวัน ใช้แผนภูมิด้านล่างสำหรับตัวอย่างอาหารประเภทต่างๆ ที่คุณควรรับประทานทุกวัน หากคุณรับประทานอาหารอย่างสมดุลโดยมีนม ปลา ผลไม้และผักมากมาย คุณควรได้รับสารอาหารที่จำเป็นในแต่ละวันอย่างเพียงพอ แต่ถ้าคุณไม่ได้รับปริมาณที่แนะนำจากอาหารเพียงอย่างเดียว คุณอาจจำเป็นต้องเสริม อาหารของคุณโดยการรับประทานวิตามินรวมหรืออาหารเสริม การวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้พบว่า น้ำมันมะกอก ถั่วเหลือง บลูเบอร์รี่ และอาหารที่อุดมด้วยโอเมก้า 3 เช่น น้ำมันปลาและน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์อาจมีประโยชน์ในการเสริมสร้างกระดูก ในขณะที่จำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมก่อนที่จะสามารถเชื่อมโยงระหว่างอาหารเหล่านี้กับสุขภาพกระดูกได้อย่างแน่นอน ประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวมมากมายของอาหารเหล่านี้ทำให้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมในการเพิ่มในอาหารของคุณ การศึกษายังแสดงให้เห็นว่าการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์บางชนิด เช่น ไวน์ เบียร์ และชาในระดับปานกลางอาจดีต่อกระดูกของคุณด้วย จำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อช่วยให้เราเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเครื่องดื่มเหล่านี้กับสุขภาพกระดูกได้ดีขึ้น

นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา

  • https://www.nof.org/patients/what-is-osteoporosis/
  • https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/osteoporosis/symptoms-causes/syc-20351968
  • https://www.webmd.com/osteoporosis/default.htm

เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

แจ้งให้ทราบ
guest
0 ความคิดเห็น
การตอบรับแบบอินไลน์
ดูความคิดเห็นทั้งหมด