โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน(Meniere’s Disease) อาการ สาเหตุ การรักษา

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’s Disease) คือโรคที่มีผลต่อหูชั้นใน หูชั้นในมีหน้าที่มนการได้ยินและทรงตัว ซึ่งโรคนี้จะทำให้เกิดอาการวิงเวียนศรีษะ และนำไปสู่ปัญหาการได้ยินและมีเสียงดังในหู โดยมักเกิดกับหูเพียงข้างเดียว

สถาบันแห่งชาติเกี่ยวกับอาการหูหนวกและความผิดปกติทางการสื่อสาร (NIDCD) ประเทศสหรัฐอเมริกากล่าวว่า ในจำนวน 615,000 คน ตรวจพบคนเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน 45,000 คนในแต่ละปี และพบได้มากในคนวัย 40-50 ปี

กำลังโหลด

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน เป็นโรคเรื้อรัง แต่การรักษาและการใช้ชีวิต สามารถช่วยบรรเทาอาการได้ และจะมีอาการทุเลาลงภายในเวลาไม่กี่ปี

สาเหตุของการเกิดโรคน้ำในหูไม่เท่ากันคืออะไร?

สาเหตุของโรคยังไม่แน่ชัดนัก แต่นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของของเหลวในท่อของหูชั้นใน สาเหตุอื่นๆของการเกิดโรคได้แก่ โรคภูมิแพ้ตัวเอง โรคภูมิแพ้ทั่วไป และพันธุกรรม

อาการของโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

อาการของโรคมักเกิดขึ้นเป็นบางเวลา โดยมีอาการดังนี้ :

  • อาการวิงเวียนศรีษะ จะเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ไม่กี่นาทียาวนานไปจนถึง 24 ชั่วโมง
  • สูญเสียการได้ยินในหูข้างที่มีอาการ
  • หูอื้อ
  • มีความรู้ว่าหูแน่น
  • สูญเสียการทรงตัว
  • ปวดหัว
  • คลื่นไส้ อาเจียน เหงื่ออกจากการวิ่งเวียนศรีษะ

ผู้ที่เป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน จะมีอาการอย่างน้อยสองถึงสามอย่างในครั้งเดียว :

  • เวียนหัว
  • สูญเสียการได้ยิน
  • หูอื้อ
  • แน่นในหู

คนส่วนใหญ่ที่เป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน จะไม่พบอาการระหว่างช่วง แต่อาจจะยังสับสนกับความผิดปกติของหูชั้นในอื่นๆ

การวินิจฉัยโรคร้านในหูไม่เท่ากัน

หากคุณกำลังมีอาการ แพทย์จะทำการทดสอบเพื่อตรวจสอบความสมดุลและการได้ยิน เพื่อแยกแยะสาเหตุและอาการอื่นๆ

กำลังโหลด

การทดสอบการได้ยิน

การทดสอบการได้ยินหรือการวัดค่าเสียง ใช้เพื่อทดสอบว่าคุณกำลังมีปัญหากับการได้ยินเสียงหรือไม่ โดยที่คุณจะต้องสวมหูฟังระหว่างการทดสอบและฟังเสียงแหลมที่มีระดับความดังแตกต่างกันไป โดยคุณจะต้องสังเกตุว่า ช่วงเวลาใดที่คุณได้ยินหรือไม่สามารถได้ยินเสียง

การทดสอบการได้ยินของคุณ จะช่วยให้บอกว่าคุณสามารถแยกความแตกต่างของเสียงได้มากน้อยแค่ไหน  ในการทดสอบคุณจะต้องใส่หูฟังและบอกว่าเสียงใดคือเสียงที่คุณได้ยิน จากผลการทดสอบจะทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยว่าคุณมีความผิดปกติของหูเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง

ความผิดปกติในหูชั้นในหรือความผิดปกติของเส้นประสาทในหูสามารถทำให้คุณสูญเสียการได้ยินได้ การตรวจประสาทหูชั้นใน (ECog) เพื่อตรวจคลื่นไฟฟ้าในหูชั้นใน และการตรวจสอบสอบของก้านสมอง (ABR) จะตรวจสอบการทำงานของเส้นประสาทการได้ยิน การทดสอบเหล่านี้จะทำให้แพทย์สามารถบอกได้ว่า ปัญหาของคุณเกิดจากหูชั้นในหรือเส้นประสาทหู

การทดสอบการทรงตัว

การทดสอบการทรงตัวเป็นการทดสอบการทำงานของหูชั้นใน ผู้ที่เป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากันจะไม่สาทารถทรงตัวได้ดี 

ในการทดสอบนี้ คุณจะต้องวางอิเล็กโทดไว้รอบดวงตาเพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวของดวงตา เพราะการตอบสนองของหูชั้นใน จะทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของดวงตา

ในระหว่างการทดสอบ แพทย์จะใช้ทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็นดันเข้าไปในหูของคุณ ทำให้ระบบการทรงตัวของคุณทำงาน โดยแพทย์จะติดตามการเคลื่อนไหวของดวงตา เพื่อหาความผิดปกติต่างๆ

การทดสอบเก้าอี้หมุน วิธีนี้เป็นวิธีที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่นัก วิธีนี้จะทำให้แพทย์ทราบถึงปัญหาว่าเกิดจากหูหรือสมอง ในการทดสอบนี้ แพทย์จะติดตามการเคลื่อนไหวของดวงตาของคุณอย่างใกล้ชิด

การตรวจประสาทการทางตัวในหูชั้นใน โดยการวัดคลื่นไฟฟ้าจากกล้ามเนื้อคอ (Vestibular evoked myogenic potential) เป็นการวัดความไวเสียงส่วนหน้าของหูชั้นใน โดยการทดสอบจะช่วยระบุว่าระบบการทรงตัวส่วนใดทำงานผิดปกติ 

การทดสอบอื่นๆ

ปัญหาเกี่ยวกับสมอง เช่น โรคระบบประสาทส่วนกลางเสื่อมหรือเนื้องอกในสมอง อาจจะมีอาการคล้ายกับโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน แพทย์จะทำการทดสอบต่างๆเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด โดยอาจจะมีการทำ MRI ศรีษะ หรือ CT scan กะโหลกเพื่อหาปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับสมอง

โรคน้ำในหูไม่เท่ากันรักษาได้อย่างไร?

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ ถึงแม้ว่าจะมีวิธีการต่างๆ ที่สามารถลดอาการได้ ตั้งแต่การใช้ยารักษา ไปจนถึงการผ่าตัด

การใช้ยารักษา

แพทย์ของคุณอาจจะสั่งยาแก้เมารถเพื่อรักษาอาการวิงเวียน คลื่นไส้และอาเจียน แต่ถ้าหากมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย แพทย์จะจ่ายยาแก้คลื่นไส้

ปัญหาเกี่ยวกับของเหลวในหูชั้นใน ทำให้เกิดโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ดังนั้นแพทย์อาจสั่งยาขับปัสสาวะเพื่อลดปริมาณของเหลวในร่างกาย แพทย์สามารถฉีดยาเข้าไปในชั้นในเพื่อลดอาการวิงเวียนได้

กายภาพบำบัด

การทำกายภาพบำบัด สามารถช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศรีษะได้ อีกทั้งยังช่วยฝึกสมองโดยคำนึงถึงความแตกต่างของหูทั้งสองข้าง 

เครื่อช่วยฟัง

คุณสามารถรักษาการสูญเสียการได้ยินได้ ด้วยการใช้เครื่องช่วยฟัง

การผ่าตัด

โดยส่วนมากแล้วไม่จำเป็นที่จะต้องรับการผ่าตัด แต่ในผู้ที่มีอาการรุนแรงหรือไม่สามารถรักษาด้วยวิธีอื่นได้แล้ว การผ่าตัดจะช่วยลดการผลิตของเหลวในหู เพื่อช่วยให้การระบายของเหลวในหูดีขึ้น

การรับประทานอาหารส่งผลต่อโรคน้ำในหูอย่างไร?

การเปลี่ยนวิธีการกิน อาจจะสามารถช่วยลดปริมาณของเหลวในหูชั้นใน โดยอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงมีดังนี้ :

  • เกลือ
  • คาเฟอีน
  • ชอกโกแลต
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ผงชูรส

สิ่งสำคัญคือ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยหกถึงแปดแก้วต่อวัน เพื่อนไม่ให้ร่างกายเก็ยบของเหลวไว้มากเกินไป

การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต สามารถช่วยบรรเทาอาการของโรคน้ำในหูไม่เท่ากันได้อย่างไร?

การเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินชีวิต สามารถช่วยให้อาการของคุณดีขึ้นได้ โดยมีวิธีการต่างๆดังนี้ :

  • การพักระหว่างมีอาการวิงเวียนศรีษะ
  • ทานอาหารให้ครบทุกมื้อ เพื่อช่วยในการควบคุมปริมาณของเหลวในร่างกาย
  • จัดการกับความเครียดวิตกกังวลด้วยยาหรือการบำบัด

สิงสำคัญคือการเลิกสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการภูมิแพ้ เพราะนิโคตินและอาการภูมิแพ้สามารถทำให้อาการแย่ลงได้

แนวโน้มของผู้ที่เป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากันคืออะไร?

ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีวิธีการรักษาที่ชัดเจน แต่ก็มีวิธีที่สามารถบรรเทาอาการต่างๆได้ โรคน้ำในหูไม่เท่ากันอาจจำเป็นที่จะต้องใช้เวลานานหลายปีในการรักษา ดังนั้นคุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะกับคุณ

นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา

แบ่งปันบนเครือข่ายสังคม
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Leave a Reply