โรคมาลาเรีย (Malaria) : อาการ สาเหตุ การรักษา ภาวะแทรกซ้อน

โรคมาลาเรียคืออะไร

โรคมาลาเรีย (Malaria) คือโรคที่เกิดจากเชื้อโปรโตซัวในกลุ่ม“พลาสโมเดียม” (Plasmodium)เข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดงของผู้ที่ติดเชื้อซึ่ง เกิดจากการที่ถูกยุงก้นป่องกัด เมื่อติดเชื้อมาลาเรียแล้วอาจจะก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ เมื่อเวลาผ่านไป เชื้อนี้จะส่งผลต่อตับ เมื่อเชื้อเจริญเติบโตเต็มที่ เชื้อนั้นจะเข้าสู่กระแสเลือด และแพร่เชื้อมาลาเรียที่เซลล์เม็ดเลือดแดง

เชื้อมาลาเรียนี้อยู่ในเซลล์เม็ดเลือดแดงและจะเพิ่มขึ้นภายใน 48 ถึง 72 ชั่วโมง เชื้อมาลาเรียนั้นยังลุกลามต่อไปในเซลล์เม็ดเลือดแดง โรคมาลาเรียนั้นมักพบในภูมิอากาศที่ร้อนชื้นและกึ่งเขตร้อน ซึ่งทำให้เชื้อมาลาเรียนั้นเติบโตได้ดี

จากการสถิติ ในปี 2559 มีผู้ป่วยโรคมาลาเรีย 216 ล้านคนใน 91 ประเทศทั่วโลก 

โรคมาลาเรีย (Malaria)

อาการไข้มาลาเรีย

อาการโรคไข้มาลาเรียจะแสดงภายใน 10 วันถึง 4 สัปดาห์หลังจากการติดเชื้อมาลาเรีย แต่ในบางกรณีเมื่อรับเชื้อเข้ามาแล้วอาจจะไม่แสดงอาการเป็นเวลาหลายเดือน 

อาการเบื้องต้นของไข้มาลาเรียมีดังนี้:

  • มีอาการหนาวสั่นในระดับปานกลางถึงระดับที่รุนแรงขึ้น
  • มีอาการท้องเสีย (Diarrhea)
  • มีอาการไข้สูง(fever)
  • มีอาการปวดหัว
  • เหงื่อออกมากผิดปกติ
  • มีอาการวิงเวียนศีรษะ(dizziness)
  • มีอาการอาเจียน(vomit)
  • มีอาการปวดท้อง(stomach pain)
  • โรคโลหิตจาง
  • มีอาการปวดกล้ามเนื้อ
  • มีอาการชัก convulsions
  • มีอาการโคม่า coma
  • ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด

สาเหตุของโรคมาลาเรีย

โรคไข้มาลาเรียสามารถเกิดขึ้นจากการที่ถูกยุงที่มีเชื้อปรสิตพลาสโมเดียมกัด ซึ่งมีเชื้อปรสิตที่ทำให้เกิดไข้มาลาเรียมีอยู่ 4 ชนิดคือ Plasmodium vivax P. ovale P. malariae และ P. falciparum.

ไข้มาลาเรียที่มีเชื้อปรสิตประเภท P. falciparum เป็นสาเหตุที่ไข้มาลาเรียที่รุนแรงขึ้น มีความเสี่ยงที่จะทำให้เสียชีวิตได้ ไข้มาลาเรียนั้นสามารถติดเชื้อได้ผ่านแม่ไปสู่ทารกในครรภ์ได้ ซึ่งเรียกไข้มาลาเรียชนิดนี้ว่า การติดเชื้อมาลาเรียระหว่างการตั้งครรภ์ 

ไข้มาลาเรียสามารถส่งผ่านเชื้อผ่านทางเลือดได้ เช่น

  • การปลูกถ่ายอวัยวะ
  • การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
  • การบริจาคเลือด

การรักษาโรคมาลาเรีย

โรคมาลาเรียอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณติดเชื้อมาลาเรียประเภท P. falciparum การรักษาโรคมาลาเรีย แพทย์จะสั่งยาตามชนิดของเชื้อมาลาเรียที่คุณมี

นอกจากนี้เชื้อมาลาเรียบางชนิดเช่น P. vivax และ P. ovale ซึ่งมีอยู่ในตับ สามารถอาศัยอยู่ในร่างกายของคุณเป็นระยะเวลานานและเชื้อมาลาเรียจะกลับมากำเริบได้ในภายหลัง ซึ่งทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำ

หากคุณพบว่ามีเชื้อมาลาเรียประเภทใดประเภทหนึ่ง คุณจะได้รับยาตัวที่สองเพื่อเป็นการป้องกันโรคมาลาเรียที่อาจจะกลับมากำเริบได้ในอนาคต

ภาวะแทรกซ้อนของโรคมาลาเรีย

โรคมาลาเรียสามารถทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงได้ ซึ่งมีอาการดังต่อไปนี้:

  • โรคมาลาเรียขึ้นสมอง
  • มีการสะสมน้ำในปอดจนปอดบวมน้ำ ซึ่งทำให้มีปัญหาการหายใจหรือ มีอาการปอดบวม(Pnuemania)
  • อวัยวะภายในล้มเหลว เช่น ไต ตับ หรือ ม้าม
  • โรคโลหิตจางเนื่องจากการถูกทำลายของเซลล์เม็ดเลือดแดง
  • ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ

การวินิจฉัยโรคมาลาเรีย

หากคุณมีอาการโรคมาลาเรีย แพทย์จะวินิจฉัย ว่าผู้ป่วยมีอาการม้ามหรือตับโตหรือไม่   แพทย์อาจสั่งการตรวจเลือดเพิ่มเติม เพื่อยืนยันการวินิจฉัยของคุณ

การวินิจฉัยจะแสดงให้เห็นถึง:

  • ผู้ป่วยเป็นโรคมาลาเรียหรือไม่
  • ผู้ป่วยเป็นไข้มาลาเรียประเภทใด
  • หาการติดเชื้อมาลาเรียจากเชื้อปรสิตจะไม่สามารถรักษาได้ด้วยยาบางชนิด
  • ผู้ป่วยเกิดภาวะโลหิตจางเนื่องจากเป็นไข้มาลาเรีย
  • โรคมาลาเรียส่งผลกระทบถึงอวัยวะของผู้ป่วย

สถิติผู้ป่วยโรคมาลาเรียในประเทศไทย

สถิตินี้มาจากเว็บไซต์ของกรมควบคุมโรค จากหัวข้อ กรมควบคุมโรค พัฒนารูปแบบการดำเนินงานโรคมาลาเรียชุมชน ในหมู่บ้านที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อมาลาเรีย สามารถตรวจวินิจฉัยและรักษาได้ทันที ซึ่งมีการสำรวจมาแล้ว พบว่าในปี 2562 พบผู้ป่วยจำนวน 5,834 ราย โดยพบในพื้นที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน จำนวน 5,604 ราย ได้แก่ ชายแดนไทย-เมียนมาร์ จำนวน 3,070 ราย จังหวัดชายแดนไทย-มาเลเซีย จำนวน 1,795 ราย และชายแดนไทย-กัมพูชา จำนวน 739 ราย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโรคไข้มาลาเรียจัดเป็นปัญหาสาธารณสุขด้านโรคติดต่อชายแดนที่สำคัญ

การป้องกันโรคมาลาเรีย

การใช้วัคซีนโรคมาลาเรีย 

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนโรคมาลาเรียที่ได้รับการยอมรับให้ใช้อย่างแพร่หลายแต่มีวัคซีนที่มีแนวโน้มประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบันชื่อ Mosquirix (RTS,S/AS01)

ยาป้องกันโรคมาลาเรีย

แพทย์จะจ่ายยาป้องกันโรคมาลาเรียให้โดยประเมินจากพื้นที่ที่คุณต้องการเดินทางไป โดยดูว่าพื้นที่นั้นพบการระบาดของเชื้อมาลาเรียชนิดใด 

การดูแลตัวเอง 

วิธีป้องกันมาลาเรียเบื้องต้นที่สามารถทำเองได้คือ หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาดของเชื้อ 

  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่กลางแจ้งระหว่างช่วงหัวค่ำและเช้ามืด
  • สวมเสื้อผ้าที่ปกปิดผิวหนังให้มากที่สุด
  • ทายากันยุง 

นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา


เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

Leave a Reply