มะเร็งตับ (Liver cancer) : อาการ สาเหตุ ประเภท การรักษา

มะเร็งตับคืออะไร

มะเร็งตับ (Liver cancer) คือโรคมะเร็งที่เกิดจากเซลล์ของตับเกิดเป็นมะเร็ง และโรคมะเร็งตับนี้เป็นสาเหตุที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดโรคหนึ่งเลยก็ว่าได้ เนื่องจาโดยทั่วไปแล้วผู้ป่วยมักจะไม่แสดงอาการในระยะเริ่มแรก จนกระทั่งเซลล์มะเร็งลุกลามจนทำให้ยากต่อการรักษาจึงจะสามารถสังเกตุเห็นอาการได้

ตับเป็นอวัยวะสำคัญอวัยวะหนึ่งที่ช่วยร่างการสร้างสารสำคัญต่างๆ ผลิตน้ำดีและเกลือน้ำดีเพื่อย่อยสลายไขมัน ทำหน้าที่สะสมสารอาหารสำคัญต่าง ๆ และถับถ่ายของเสียและสารพิษในร่างกาย ดังนั้นเมื่อตับมีเซลล์มะเร็งเกิดขึ้นจะส่งผลเสียอย่างมากต่อระบบร่างกาย 

มะเร็งตับ (Liver cancer)

สาเหตุของโรคมะเร็งตับ

สาเหตุมะเร็งตับสามารถเกิดจากหลายประการ ทั้งนี้มีโรคต่าง ๆ ที่และพฤติกรรมที่ผู้ป่วยเป็่นแล้วอาจจะก่อให้เกิดปัจจัยเสี่ยงการเป็นมะเร็งตับคือ: 

  • ไวรัสตับอักเสบบี รู้หรือไม่ว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบีนั้นมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งตับสูงมาก โดยผู้ป่วย 55% ของโรคมะเร็งตับนั้นมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสตับอัสเสบบี 
  • ผู้ป่วยที่ป่วยเป็นไวรัสตับอักเสบซี มีโอกาศสูงเช่นกันที่จะพัฒนาเป็นโรคมะเร็งตับ โดยไวรัสตับอักเสบซีนี้มักจะพบได้มากในฝั่งตะวันตก 
  • โรคตับแข็ง ผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคตับแข็งอาจจะพัฒนากลายเป็นมะเร็งตับได้ 
  • ไขมันแทรกในตับ 
  • ภาวะอ้วน(obesity)  เบาหวาน สามารถเป็นต้นเหตุของมะเร็งตับได้ 
  • การดื่มสุราอย่างหนัก หากผู้ป่วยดื่มสุราอย่างหนักและต่อเนื่อง อาจจะส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคตับแข็งและพัฒนาเป็นมะเร็งตับได้ มากกว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคอื่น ๆ 

อาการของโรคมะเร็งตับ

อาการโรคมะเร็งตับนั้นในระยะเริ่มแรกจะไม่แสดงอาการเด่นชัด จนกว่าเนื้องอกที่ตับจะมีขนาดใหญ่ขึ้นและเซลล์มะเร็งลุกลาม โดยผู้ป่วยสามารถแสดงอาการได้ดังต่อไปนี้ 

  • ผู้ป่วยจะรู้สึกถึงก้อนแข็งระหว่างช่วงท้องด้านบนเนื่องจากมีก้อนเนื้อที่ตับและมีอาการปวด
  • น้ำหนักลดลง มีอาการเบื่ออาหาร
  • ผิวหนังซีด ตาเหลือง
  • ปัสสาวะเป็นสีเหลือง อุจจาระเป็นสีเทา
  • ท้องโต หรือท้องมาน
  • มีอาการคัน คลื่นไส้ อาเจียน 
  • มักจะรู้สึกอ่อนเพลียและไม่มีแรง

ประเภทของมะเร็งตับ 

มะเร็งตับปฐมภูมิ Hepatocellular carcinoma

มะเร็งตับปฐมภูมิ หรือ hepatocellular carcinoma (HCC) คือโรคมะเร็งที่พบได้มากเป็นอันดับ 1 ในผู้ป่วยเพศชาย โดยมะเร็งประเภทนี้มีปัจจัยเสี่ยงที่มาจากโรคตับแข็ง  การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี โดยผู้ป่วยที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นปริมาณมากในระยะเวลานานอาจจะทำให้เป็นโรคตับแข็งและกลายเป็นมะเร็งตับได้

มะเร็งท่อน้ำดี Cholangiocarcinoma

มะเร็งท่อน้ำดีหรือ Cholangiocarcinoma เป็นมะเร็งที่ไม่ได้พบได้บ่อย แต่เมื่อเป็นแล้วโรคจะมีความรุนแรงมาก  เนื่องจากมะเร็งชนิดนี้มักไม่แสดงอาการในช่วงแรก และจะแสดงอาการเมื่อผู้ป่วยเป็นมะเร็งเต็มขั้นหรือเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้ายแล้ว โดยผู้ป่วยจะมีอาการดีซ่าน น้ำหนักลด ปวดท้อง โรคมะเร็งนี้ หากเข้าสู่ระยะท้ายของโรคจะมีโอกาศรักษาให้หายได้น้อยมาก แต่แพทย์จะรักษาตามอาการ

มะเร็งเส้นเลือดตับ Liver Angiosarcoma

มะเร็งเส้นเลือดตับ Lover Angiosarcoma เป็นโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นในหลอดเลือดของตับ มักเกิดขึ้นได้น้อยมาก แต่หากเกิดขึ้นแล้วจะลุกลามอย่างรวดเร็ว

Hepatoblastoma

Hepatoblastoma เป็นมะเร็งที่พบได้ยากและมักเกิดขึ้นในเด็ก โดยส่วนใหญ่แล้วมักพบในเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี หากพบในระยะเริ่มแรกจะสามารถรักษาได้ผลดี

การรักษาโรคมะเร็งตับ 

วิธีรักษามะเร็งตับนั้นมีหลายวิธี โดยรวมแล้วจะอาศัยปัจจัยอื่น ๆ ในการร่วมพิจารณา เช่นอาการของผู้ป่วย หรือมะเร็งตับอยู่ในระยะใด รวมไปถึงสุขภาพของผู้ป่วยว่ามีโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ด้วยหรือไม่เพื่อการรักษาที่เหมาะสม ทั้งนี้อายุของผู้ป่วยอาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญเช่นกัน โดยทางเลือกการรักษาอาจมีดังนี้:

  • การใช้รังสีรักษาหรือที่เรียกว่า Radiation Therapy เป็นการทำการรักษาด้วยการฉายรังสี โดยใช้ รังสีเอกซเรย์และโปรตอนฉายตรงไปยังเซลล์เพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง โดยผลข้างเคียงของการฉายรังสีนี้อาจส่งผลกระทบต่อเซลล์ปกติที่ตับและบริเวณรอบข้างได้ง่าย และจะมีผลข้างเคียงที่ทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลีย คลื่นไส้ และอาเจียนได้
  • การทำเคมีบำบัด หรือ Chemotherapy เป็นการให้ยาชนิดรับประทานหรืออาจจะเป็นการฉีดยาฆ่าเซลล์มะเร็งไปยังหลอดเลือดดำหรือหลอดเลือดแดง หรือเพื่อกำจัดเซลล์มะเร็ง การทำเคมีบำบัดอาจจะส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายผู้ป่วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตัวยาในการรักษา ผู้ป่วยบางคนเมื่อรับการ บำบัดแล้วอาจจะส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลีย คลื่นไส้และอาเจียน เกิดอาการฟกช้ำง่าย  ขาบวม ผมร่วง ท้องเสีย เมื่อหยุดการบำบัดแล้วก็จะหายไป
  • Ablative Therapy เป็นการทำลายเซลล์มะเร็งด้วยการฉีดสารเข้าไปที่เนื้อร้ายโดยตรง โดยแพทย์จะเลือกใช้วิธีนี้เมื่อผู้ป่วยไม่สามารถทำการผ่าตัดได้
  • การผ่าตัดมะเร็งตับเพื่อนำเนื้อร้ายที่มีเซลล์มะเร็งออกไป แต่วิธีนี้อาจจะส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายของผู้ป่วยและภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่น่าเป็นกังวลได้ เช่น ตับมีการติดเชื้อ หลอดเลือดขาและปอดอุดตัน ตับวาย ปอดบวม น้ำดีรั่วออกจากตับ ตับวาย เมื่อผ่าตัดแล้วยังต้องระวังอาการและภาวะแทรกซ้อนอย่างใกล้ชิด
  • การผ่าตัดเปลี่ยนตับ โดยผู้ป่วยจะได้รับการเปลี่ยนถ่ายตับใหม่ วิธีนี้สามารถใช้รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งตับระยะแรก ที่มีเนื้องอกขนาดเล็กและมีจำนวนไม่มาก เพื่อไม่ให้เป็นการเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งในตับใหม่อีกครั้ง

โดยภาพรวมมะเร็งตับสามารถรักษาได้ขึ้นอยู่กับระยะและประเภทของมะเร็งตับ หากกรณีที่การรักษาเป็นไปได้ยาก แพทย์จะทำการรักษาตามอาการเพื่อพยุงสภาพผู้ป่วยตามอาการนั้น ๆ ดังนั้นหากผู้ป่วยมีปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งตับควรจะใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่เพื่อเพิ่มปัจจัยความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งตับ


ลิ้งค์ด้านล่างเป็นแหล่งที่มาข้อมูลของเรา


เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

Leave a Reply