โรคฉี่หนู (Leptospirosis): อาการ สาเหตุ การวินิจฉัยโรค การรักษา

เล็ปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) คือ แบคทีเรียหายากชนิดหนึ่งที่สามารถติดเชื้อได้ทั้งในมนุษย์และสัตว์ เชื้อแบคทีเรียนี้สามารถแพร่จากสัตว์ไปยังมนุษย์ได้ เมื่อผิวหนังของเราที่มีแผลสัมผัสกับน้ำหรือดินที่มีฉี่ของสัตว์ที่มีเชื้อแบคทีเรียนั้นๆ 

โรคฉี่หนู คือ การที่แบคทีเรีย เล็ปโตสไปโรซิสนั้นเข้าสู่ร่างกายได้ทางช่องแผลที่เปิด ดวงตา หรือเยื่อหุ้มต่างๆ สัตว์จะเป็นตัวแพร่กระจายเชื้อโรคไปสู่มนุษย์ โดยสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคนี้ ได้แก่ หนู สกั๊งซ์  ออพอสซัม สุนัขจิ้งจอก และแรคคูน โดยสกุลของเชื้อแบคทีเรียเล็ปโตสไปโรซิสนั้นมีอยู่หลากหลาย เชื้อเหล่านี้สามารถทำให้เกิดอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้ แต่เชื้อนี้จะไม่แพร่จากมนุษย์สู่มนุษย์

กำลังโหลด

เล็ปโตสไปโรซิสเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและองค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า พบผู้ติดเชื้อในโลกนี้ ราวๆ 10 คน ต่อ 100,000 คนในแต่ละปี ในสภาพภูมิอากาศเขตอบอุ่น มีโอกาสพบที่ 1 คน ต่อ 100,00 คน ในพื้นที่ระบาดจะพบได้มากกว่า 100 คน ต่อ 100,000 คน โดยในภูมิอากาศเขตร้อนผู้คนนั้นมีโอกาสสัมผัสกับเชื้อได้มากกว่าภูมิอากาศโซนอื่นๆ

เล็ปโตสไปโรซิส (Leptospirosis)

ประเภทของโรคฉี่หนู

เราสามารถแบ่งประเภทของโรคฉี่หนูได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

โรคฉี่หนูชนิดไม่รุนแรง: 

พบประมาณ 90% จากผู้ติดเชื้อเล็ปโตสไปโรซิส จะมีอาการเจ็บกล้ามเนื้อ หนาวสั่น หรืออาจจะปวดหัวได้ 

โรคฉี่หนูชนิดรุนแรง: 

 พบประมาณ 5 – 15% จากผู้ติดเชื้อเล็ปโตสไปโรซิส จะมีอาการสภาวะอวัยวะภายในล้มหลว, การตกเลือด ไปจนถึงการเสียชีวิตซึ่งอาจส่งผลตับหรือไตและอวัยวะสำคัญอื่น ๆ เกิดการติดเชื้อได้

สำหรับโรคฉี่หนูชนิดรุนแรงนั้นมักจะพบว่าเป็นโรคแทรกซ้อนในผู้ป่วยปอดบวม ที่อยู่ในวัยเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และพบในผู้สูงอายุ

กำลังโหลด

อาการโรคฉี่หนู

สัญญาณและอาการของโรคฉี่หนู จะปรากฎในระยะเวลา 5 – 14 วัน หลังจากติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม ระยะฟักตัวนั้นอยู่ที่ 2 – 30 วัน

อาการโรคฉี่หนูชนิดไม่รุนแรง

สัญญาณและอาการโรคฉี่หนูชนิดไม่รุนแรงประกอบไปด้วย:

  • มีไข้ร่วมกับอาการหนาวสั่น
  • ไอ
  • ท้องเสีย(diarrhea) หรือ อาเจียน
  • ปวดศีรษะ (headache) 
  • เจ็บปวดกล้ามเนื้อ ได้แก่ หลังช่วงล่าง หรือ น่องขา
  • ผื่น
  • ตาแดงและระคายเคืองตา
  • ดีซ่าน

ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถรักษาให้หายได้ภายใน 1 สัปดาห์ และจะมีเพียงแค่ 10% ที่มีโอกาสพัฒนาเป็นโรคฉี่หนูชนิดรุนแรง

อาการโรคฉี่หนูชนิดรุนแรง

สัญญาณและอาการของโรคฉี่หนูชนิดรุนแรงจะปรากฎภายในไม่กี่วันหลังจากที่อาการโรคฉี่หนูชนิดไม่รุนแรงหายไปในกรณีที่เชื้อมีการพัฒนา

อาการขึ้นอยู่กับอวัยวะสำคัญที่ได้รับการติดเชื้อ ซึ่งการติดเชื้อสามารถนำไปสู่ภาวะไตหรือตับล้มเหลวได้ หายใจติดขัด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และอาจถึงแก่ชีวิตได้

กรณีที่อวัยวะสำคัญติดเชื้อโรคฉี่หนู

การติดเชื้อที่หัวใจ ตับ หรือไต ผู้ป่วยจะมีลักษณะอาการดังนี้:

  • เมื่อยล้า
  • หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
  • ปวดกล้ามเนื้อ
  • วิงเวียนศีรษะ
  • เลือดกำเดาไหล
  • ปวดหน้าอก
  • หอบ
  • เบื่ออาหาร
  • มือและข้อเท้ามีอาการบวม
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ดีซ่าน

หากไม่ได้รับการรักษาสามารถนำไปสู่การเสียชีวิตด้วยภาวะไตวายได้

การติดเชื้อที่สมองหรือไขสันหลัง

กรณีที่ผู้ป่วยติดเชื้อที่สมองหรือไขสันหลัง อาจจะทำให้เยื้อหุ้มสมองอักเสบ หรือเยื่อหุ้มไขสันหลังอักเสบ หรืออาจจะเป็นได้ทั้งสองส่วนโดยทั้งสองส่วนจะทำให้เกิดอาการที่ใกล้เคียงกันดังนี้

  • มีความสับสนหรืออาการมึนงง
  • อาการง่วงนอน
  • อาการชัก
  • ไข้สูง
  • วิงเวียนศีรษะ
  • กลัวแสงหรือความไวต่อแสง
  • ปัญหาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางกายภาพ
  • คอเคล็ด
  • อาเจียน
  • พฤติกรรมก้าวร้าวกว่าปกติ

หากไม่ได้รับการรักษาที่ทันเวลาอวัยวะทั้งสองส่วนจะได้รับการทำลายที่รุนแรงและสามารถเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

การติดเชื้อที่ปอด

กรณีที่ติดเชื้อโรคฉี่หนูที่ปอด ผู้ป่วยจะมีอาการดังนี้:

  • ไข้สูง
  • หอบ
  • ไอเป็นเลือด

ในกรณีที่รุนแรงมากจะทำให้ผู้ป่วยเสียเลือดและหายใจไม่ออกได้ ซึ่งอาจส่งผลต่อชีวิต

โรคฉี่หนูเกิดจากอะไร

แบคทีเรียเล็ปโตสไปโรซิสนั้นพบได้ในแรคคูน ค้างคาว แกะ สุนัข หนู ม้า วัว ควายและหมู แบคทีเรียชนิดนี้จะอาศัยอยู่ในไตของสัตว์พาหะ และจะหลังออกมาพร้อมกับฉี่ของสัตว์ทำให้มีเชื้ออยู่ในดินหรือน้ำ

ข้อควรระวังคือ เชื้อนี้สามารถอยู่ในน้ำหรือดินได้มากกว่าระยะเวลา 1 เดือน

การวินิจฉัยโรคฉี่หนู

ในระยะเริ่มต้นของโรคฉี่หนูนั้นยากที่จะวินิจฉัยได้ เพราะอาการจะคล้ายกับไข้หวัด(flu)และการติดเชื้อโดยทั่วไป

หากแพทย์สงสัยว่าผู้ป่วยจะเป็นโรคฉี่หนูชนิดรุนแรง ผู้ป่วยจะต้องได้รับการทดสอบจนแน่ชัดเสียก่อนซึ่งวิธีการทดสอบมีหลากหลาย และจำเป็นต้องมีการทดสอบซ้ำๆ เพื่อทำการยืนยันผล แพทย์อาจจะทำการสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่ที่คุณไปก่อนจะเริ่มมีอาการว่าอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการติดโรคฉี่หนูหรือไม่

วิธีการรักษาโรคฉี่หนู

วิธีรักษาโรคฉี่หนูชนิดไม่รุนแรงนั้นแพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะในการรักษา ได้แก่ ยาด็อกซี่ไซลิน(Doxycycline) หรือเพนนิซิลิน (Penicillin)

ส่วนวิธีการรักษาโรคฉี่หนูชนิดรุนแรงนั้นต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล เพราะผู้ป่วยจำเป็นต้องไปรับยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือด และต้องการเครื่องช่วยหายใจ ในขณะที่หากมีการติดเชื้อที่ไตในบางกรณีจำเป็นจะต้องได้รับการฟอกไตร่วมด้วย และในบางกรณีอาจจะต้องมีการให้อาหารเหลวผ่านทางสายยาง

การพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลนั้นอาจจะใช้เวลาไม่กี่วันหรืออาจจะเป็นเดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองต่อการรักษาของคนไข้ และความเสียหายของอวัยวะสำคัญที่ถูกทำลาย

ข้อควรระวังในหญิงที่ตั้งครรภ์คือ เล็ปโตสไปโรซิสสามารถติดเชื้อไปยังทารกในครรภ์มารดาได้ ดังนั้นสำหรับใครที่ติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์จำเป็นต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลและรับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด

การป้องกันโรคฉี่หนู

มาตราการป้องกันต่างๆ สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคฉี่หนูได้ เช่น 

การหลีกเลี่ยงกีฬาทางน้ำในพื้นที่สุ่มเสี่ยง: 

อย่างไรก็ตามสำหรับนักกีฬาทางน้ำควรหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำจืด แต่ยังสามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติในพื้นที่ที่มั่นใจว่าน้ำปลอดจากเชื้อ และมั่นใจว่าบาดแผลหรือร่องรอยใดๆ บนผิวหนังถูกกันน้ำอย่างดีข้อควรระวังหลังจากที่เล่นกีฬาทางน้ำในน้ำที่ปลอดภัยแล้ว ควรรีบชำระล้างร่างกายด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งทันที

การหลีกเลี่ยงการสัมผัสในพื้นที่ทำงานที่มีความเสี่ยง:

สำหรับผู้ที่ทำงานในฟาร์มสัตว์ หรือทำงานร่วมกับน้ำและดินปนเปื้อนควรจะสวมใส่เสื้อผ้ารองเท้าที่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ เช่น ถุงมือ หน้ากาก รองเท้าบู๊ท และแว่นนิรภัย เป็นต้น

ข้อควรระวังสำหรับนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่ไปท่องเที่ยวหรือเดินทางไปยังพื้นที่สุ่มเสี่ยงให้ปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้ :

  • หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำ
  • ดื่มน้ำจากขวดที่ปิดผนึกเท่านั้น
  • ทำความสะอาดแผลและปกปิดแผลให้พ้นจากน้ำ

ข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันโรคฉี่หนู

ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในการป้องกันโรคฉี่หนู มีดังนี้ :

  • การควบคุมสัตว์พาหะนำโรคโดยเฉพาะหนู
  • ล้างมือด้วยสบู่และน้ำหลังทันทีหลังจากสัมผัสกับสัตว์
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ที่ตายแล้วด้วยมือเปล่า
  • ทำความสะอาดแผลและปิดด้วยวัสดุกันน้ำ
  • สวมชุดป้องกันระหว่างปฎิบัติงานให้รัดกุม
  • หลีกเลี่ยงการลุยลุยน้ำหรือสัมผัสกับแหล่งน้ำจืด และรีบชำระล้างร่างกายด้วยน้ำสะอาดทันทีหากได้รับการสัมผัส
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งของและรับประทานอาหารในพื้นที่สุ่มเสี่ยง
  • ดื่มน้ำสะอาดจากขวดที่ปิดผนึกแล้วเท่านั้น หรือดื่มน้ำที่มั่นใจว่าผ่านการต้ม
  • นำสุนัขไปรับวัคซีนป้องกันโรคฉี่หนู

ลิ้งค์ด้านล่างเป็นแหล่งที่มาข้อมูลของเรา


เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

เกี่ยวกับผู้แต่ง


Leave a Reply