ไอเป็นเลือด (Hemoptysis) : อาการ สาเหตุ การรักษา วิธีป้องกันการ

ไอเป็นเลือด (Hemoptysis) คือการที่ผู้ป่วยได้ไอ ออกมาแล้วมีเลือดสำลักหรือเจอปนมาในน้ำลายหรือเสมหะ เมื่อไอแล้วเห็นเลือดปนออกมาด้วยย่อมเป็นสิ่งที่น่าตกใจไม่ว่าจะเป็นเลือดนั้นจะเป็นปริมาณเล็กน้อยหรือมาก และการไอเป็นเลือดมักเป็นตัวบ่งชี้ถึงอาการของโรคของโรคได้

ความร้ายแรงของอาการขึ้นอยู่กับปริมาณของเลือดและระยะเวลาที่ไอเป็นเลือด  เจ็บหน้าอกซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย

Hemoptysis คือภาวะไอเป็นเลือด ซึ่งเวลาที่ผู้ป่วยไอจะมีเลือดปนออกมาด้วย และเลือดที่ปนมาอาจมาจากจมูก ลำคอ ทางเดินหายใจส่วนบนหรือปอด 

ไอเป็นเลือด (Hemoptysis)

เมื่อที่ควรไปพบแพทย์หรือไปโรงพยาบาล

สิ่งสำคัญ เมื่อใดก็ตามที่คุณมีอาการไอปนเลือดต้องติดต่อแพทย์ของคุณทันทีเนื่องจากอาการไอเป็นเลือดอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคระบบทางเดินหายใจร้ายแรง

ควรไปพบแพทย์ทันทีหากมีอาการเหล่านี้

  • คุณกระอักเลือดออกมาซึ่งหากะประมาณได้สักประมาณ 2-3ช้อนชา
  • นอกจากนี้ยังมีเลือดปนออกมาในปัสสาวะหรืออุจจาระของผู้ป่วย
  • มีอาการเจ็บหน้าอกเวียนศีรษะ มีไข้ ปวดศีรษะหรือหายใจถี่
  • หากผู้ป่วยเริ่มไอ เป็นเลือดหลังจากการได้รับบาดเจ็บหรือโดนกระแทกที่หน้าอก

สาเหตุของการไอเป็นเลือด

อาการนี้อาจเกิดจากปัญหาต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่อาการการระคายเคืองในลำคอจนถึงโรคมะเร็งปอด แต่สาเหตุส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและไม่ร้ายแรง เมื่อบุคคลมีอาการป่วยที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ หรือมีอาการไอรุนแรงสิ่งนี้อาจทำให้ระบบทางเดินหายใจระคายเคืองและอาจทำให้พวกมีเลือดปนออกมาเมื่อไอ

นอกจากนี้การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ  โรคหอบหืดและโรคปอดอุดตันเรื้อรัง (COPD) เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของไอเป็นเลือด และมีแนวโน้มว่าจะมีผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดมะเร็งหลอดลมอักเสบหรือปอดบวม อย่างไรก็ตามสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการไอเป็นเลือดคือวัณโรคนั้นเอง

สาเหตุบางอย่างที่อาจทำให้เกิดอาการไอเป็นเลือด สิ่งเหล่านี้ต้องการการรักษาพยาบาลทันที ตัวอย่างรวมถึง

  • ได้รับบาดเจ็บที่หน้าอก
  • สูดดมสารเคมีเข้าไปจำนวนมาก
  • บาดเจ็บที่หลอดเลือดแดงในปอด
  • โรคปอดเรื้อรัง
  • โรคมะเร็งปอด
  • ลิ่มเลือดในปอด
  • วัณโรค

วิธีป้องกันการไอเป็นเลือด

การไอเป็นเลือดเป็นอาการของโรคสภาพหรือความเจ็บป่วย การเพิกเฉยต่ออาการอาจทำให้ต้นเหตุของอาการแย่ลง

การป้องกันจึงอยู่ที่การจัดการกับปัญหาและได้รับการรักษาที่เหมาะสม การเลิกสูบบุหรี่ (หรือไม่เริ่ม) รวมถึงการหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งเมื่อมีมลภาวะและหมอกควันสูง

หากคุณไม่เพิกเฉยต่ออาการไออย่างต่อเนื่องมันสามารถช่วยป้องกันอาการนี้ได้เช่นกัน

วิธีรักษาอาการ

จะขึ้นอยู่กับสาเหตุการไอเป็นเลือดสามารถรักษาได้หลายวิธี หากการระคายเคืองคอง่ายเนื่องจากการไอมากเกินไปสามารถใช้คอร์เซ็ตและยาระงับอาการไอที่มีขายตามท้องตลาด

แพทย์จะตรวจสอบหน้าอกและปอดของคุณและมักจะเริ่มต้นด้วยการเอ็กซ์เรย์ทรวงอก และอาจทำการทดสอบต่อไปนี้:

  • bronchoscopy (เพื่อดูภายในปอดด้วยกล้องส่องสว่าง)
  • CT scan (เพื่อให้เห็นภาพตัดขวางของหน้าอก)
  • complete blood count (ตรวจสอบความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดเพื่อหาความผิดปกติของโรค)
  • lung biopsy (เพื่อตรวจสอบชิ้นส่วนของเนื้อเยื่อจากปอด)
  • lung VQ scan (เพื่อประเมินการไหลเวียนของเลือดและการไหลเวียนของอากาศสู่ปอด)
  • pulmonary angiography (เพื่อประเมินการไหลเวียนของเลือดในปอด)
  • sputum culture (การค้นหาสิ่งที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ)
  • pulse oximetry (เพื่อตรวจสอบระดับออกซิเจนในเลือด)

การทดสอบเหล่านี้จะใช้เพื่อระบุหรือแยกแยะโรคหรือโรคต่าง ๆ ที่เป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยไอเป็นเลือด

ในการรักษาจะต้องทำการหยุดเลือดก่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปริมาณที่มากและเพื่อรักษาสาเหตุที่สำคัญ หากมีการติดเชื้อเป็นสาเหตุแพทย์อาจจะให้ยา

ในกรณีที่มีเลือดออกรุนแรงคุณจะต้องเข้าโรงพยาบาล แพทย์อาจทำ embolization endovascular เพื่อที่จะหยุดเลือด ส่วนขั้นตอนการผ่าตัดหรืออื่น ๆ อาจมีความจำเป็นขึ้นอยู่กับสาเหตุ  เลือดที่มาจากปอดหรือทางเดินหายใจมักจะปรากฏฟอง นี่เป็นเพราะมันผสมกับอากาศและเมือกในปอด

สีของเลือดจะมีลักษณะเหมือนสีสนิม จนถึงสีแดงสด เมือกอาจปนเปื้อนด้วยเลือด หรืออาจจะมีเส้นเลือดผสมกับเมือก


นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา


เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

Leave a Reply