ประจำเดือนมามาก

ประจำเดือนมามาก (Heavy Menstruation) : อาการ สาเหตุ การรักษา

ผู้หญิงที่เคยประสบกับภาวะประจำเดือนมามากผิดปกติ (Heavy Menstruation) อาจเป็นโรคที่เราเรียกว่าเมนนอราเจีย (Menorrhagia)

ผู้หญิงหลายคนอาจประสบกับอาการปวดท้องและมีประจำเดือนมามากกันในช่วงเวลารอบเดือนกันมาแล้ว แทบทุกคนถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่การมีรอบเดือนที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันนั้นจึงถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ

กำลังโหลด

ผู้หญิงแต่ละคนมีรอบและการไหลเวียนของเลือดประจำเดือนที่แตกต่างกันออกไป จึงเป็นเรื่องยากที่บอกว่าประจำเดือนของคุณมาปกติ มาน้อยหรือมามาก ยกเว้นแต่จะต้องปรึกษาแพทย์

ผู้หญิงจะสูญเสียเลือดในช่วงระหว่างการมีประจำเดือนเฉลี่ยประมาณ 30 ถึง 40 มิลลิลิตร แต่สำหรับผู้หญิงที่มีประจำเดือนมามากอาจต้องสูญเสียเลือดไปมากกว่า 80 มิลลิลิตรเลยทีเดียว 

ภาวะของโรคนี้คือการมีเลือดไหลมากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยแบบแผ่นหรือแบบสอดทุก ๆ 1 ชั่วโมง อาจจำเป็นต้องใช้ผ้าอนามัยมากกว่า 6 หรือ 7 แผ่นต่อวัน  อาการที่เกิดขึ้นดังกล่าวเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะโลหิตจางและอาการปวดท้องรุนแรงได้ อาจมีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ในช่วงระหว่างมีรอบเดือน 

เพราะการจะมาวัดปริมาณเลือดที่สูญเสียออกมานั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ทางที่ดีที่สุดหากคุณรู้สึกว่ามีประจำเดือนที่มามากกว่าปกติควรรีบปรึกษาแพทย์

คุณสามารถตรวจสอบได้จากสิ่งต่างไต่อไปนี้:

  • อาการที่มี
  • โรคที่อาจเป็นต้นเหตุที่ทำให้เลือดมามาก
  • สิ่งที่ควรทำเพื่อดูแลรักษาอาการ

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เลือดประจำเดือนมามาก

มีโรคและปัญหามากมายหลายอย่างที่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนมามากได้ ภาวะประจำเดือนมามากอาจเกิดขึ้นเป็นประจำบ่อยๆ หรืออาจเกิดขึ้นประปราย

กำลังโหลด

มีประจำเดือนมามากเฉียบพลันตลอดทั้งเดือน

การตั้งครรภ์นอกมดลูก

สัญญานและอาการของการตั้งครรภ์นอกมดลูกอาจทำให้เกิดความสับสนกับภาวะมีประจำเดือนมามากได้

รูปแบบการตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นนอกมดลูกจะเป็นสิ่งที่ไม่สามารถจะอยู่ได้นาน ก่อให้เกิดปัญหารุนแรงรวมไปถึงการมีเลือดออกมากและปวดท้องรุนแรง หากทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา การตั้งครรภ์นอกมดลูกก็อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

การแท้งบุตร

ในช่วงระหว่างเกิดภาวะการแท้งบุตรก็จะมีเลือดไหลออกมามากเช่นกันถือเป็นเรื่องปกติของการแท้งบุตร และอาจทำให้เกิดการเข้าใจผิดกับการมีประจำเดือนมามากได้

การใช้ห่วงอนามัยคุมกำเนิดแบบไม่มีฮอร์โมนNon-hormona(IUD)

การมีเลือดออกมาเป็นผลข้างเคียงของการใช้อุปกรณ์ IUD หลังจากใช้ไปประมาณ 2-3 เดือนอาจพบว่าเลือดที่ออกจะน้อยลง

การใช้ยารักษาโรค

การใช้ยา Blood thinners หรือยาเจือจางเลือดก็สามารถเป็นสาเหตุที่ทำให้การไหลเวียนของเลือดมีปัญหาและอาจทำให้มีประจำเดือนไหลมากกว่าเดิมได้ 

การมีประจำเดือนมามากในวันแรก

ผู้หญิงหลายคนพบว่ามีเลือดประจำเดือนออกมามากในช่วงวันแรกของรอบเดือนและเริ่มน้อยลงในวันท้ายๆ การมีเลือดไหลมากจนรบกวนชีวิตประจำวันถึงจะถือว่าผิดปกติ

เปลี่ยนแปลงการกินยาคุมกำเนิด

หากคุณเพิ่งหยุดกินยาคุมกำเนิดไปไม่นาน เลือดประจำเดือนของคุณอาจไหลมากในช่วงวันแรๆของรอบเดือนนั่นเป็นเพราะฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป

การเปลี่ยนยา

เช่นเดียวกับยาคุมกำเนิด ยาที่รับประทานอาจไปส่งผลกับรอบเดือนและสามารถทำให้เลือดไหลมากในช่วงวันแรกของการมีประจำเดือน

การมีประจำเดือนที่มามากและเจ็บปวดซ้ำๆ

หากทุกๆครั้งของการมีประจำเดือนต้องพบกับอาการปวดท้องรุนแรงและยากต่อการใช้ชีวืต คุณอาจต้องไปตรวจอย่างละเอียดและแก้ปัญหาในระยะยาว

ปัญหาเรื่องฮอร์โมน

ร่างกายของเราโดยทั่วไปควรมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนที่สมดุลกัน ฮอร์โมนสองชนิดนี้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องของการมีประจำเดือน

การมีฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มากเกินไปอาจนำไปสู่ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกหนาเกินไป ซึ่งทำให้มีเลือดประจำเดือนออกมากในเวลาที่มีรอบเดือน 

ผู้ที่ป่วยเป็นโรคบางชนิดอาจทำให้เลือดประจำเดือนมามาก เช่นโรคที่เกี่ยวกับต่อมไทรอยด์(ไฮโปไทรอยด์) 

โรคเกี่ยวเลือด

ราวๆ10ถึง30เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงที่เจอภาวะดังก่ล่าวมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับโรคเลือด เช่น โรควอนวิลลิแบรนด์ (von Willebrand disease)เป็นโรคเลือดออกง่ายและหยุดยาก

ติ่งเนื้อที่โพรงมดลูก

ติ่งเนื้อเล็กๆที่เจริญขึ้นที่เยื่อบุโพรงมดลูกหรือปากมดลูกเป็นสาเหตุทำให้เลือดประจำเดือนออกมามาก

เนื้องอกในมดลูก

เนื้องอกในมดลูกไม่ใช่มะเร็งหรือเนื้อร้าย สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งด้านนอกมดลูก ผนังมดลูกหรือยื่นเข้าไปในโพรงมดลูกได้ หรืออาจเกิดร่วมกันก็ย่อมได้

มะเร็ง

มะเร็งมดลูก หรือมะเร็งรังไข่ ผู้ที่มีประจำเดือนมามากจากสาเหตุนี้พบได้ไม่บ่อยนัก แต่การมีเลือดประจำเดือนออกมากก็อาจเป็นอาการหนึ่งของโรค

เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน

ในช่วงคาบเกี่ยวระหว่างจะหมดประจำเดือน พบว่าระดับฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลงและอาจพบว่ามีเลือดออกมากว่าปกติในช่วงระหว่างมีประจำเดือน

ภาวะหลังคลอดบุตร

หลังมีบุตรประจำเดือนอาจมามากไม่ใช่เรื่องไม่ปกติ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจเกิดถาวร หรือประจำเดือนอาจกลับมาไหลคล้ายเดิมเหมือนตอนก่อนตั้งครรภ์

เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ในเนื้อมดลูก(Adenomyosis)

ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ Adenomyosis คือภาวะที่เกิดจากต่อมของเยื่อบุมดลูกเข้าไปฝังตัวที่กล้ามเนื้อมดลูก ทำให้ผนังมดลูกโตหนาขึ้น เป็นสาเหตุของอาการเจ็บปวดที่มีมากขึ้นและมีเลือดออก

เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่นอกมดลูก(Endometriosis)

Endometriosis คือภาวะที่เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญภายนอกมดลูกทำให้เกิดอาการดังนี้:

  • ปวดท้องประจำเดือน
  • ปวดหลังส่วนล่าง
  • มีเลือดประจำเดือนออกมาก

เมื่อไรควรไปพบแพทย์

หากพบว่ามีเลือดประจำเดือนออกมาจนต้องเปลี่ยนแผ่นอนามัยทุกๆชั่วโมง ควรปรึกษาแพทย์

หรือพบว่าการมีเลือดประจำเดือนนี้ส่งผลขัดขวางการดำรงชีวิตประจำวันเพราะอาการเจ็บปวดรุนแรงหรือมีเลือดออกมาก็ควรพบแพทย์เช่นกัน

แพทย์อาจทำการตรวจดังต่อไปนี้:

  • ตรวจร่างกาย
  • เช็คประวัติสุขภาพ
  • จดบันทึกอาการที่เกิดขึ้น

แพทย์อาจสั่งตรวจชิ้นเนื้อหรือเอกซเรย์ดูภาพเพื่อตรวจบริเวณมดลูกอย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น

การจะบอกว่าภาวะมีประจำเดือนนั้นๆเป็นปกติหรือมีมามากกว่าปกติเป็นเรื่องยากหากไมได้รับการตรวจจากแพทย์ แพทย์จะมีแนวทางขั้นตอนในการค้นปัญหาเบื้องต้นเพื่อนำมารักษาการมีประจำเดือนมามาก

ประจำเดือนมามากรักษาได้อย่างไร

การรักษาภาวะมีเลือดประจำเดือนมามากเราจะเจาะตรงไปยังเรื่องการควบคุมการไหลของเลือดโดยตรง ผู้รักษาบางท่านอาจรักษาอาการต่างๆได้เช่นอาการเจ็บ และปวดอย่างรุนแรง

การดูแลพื้นฐานสำหรับอาการมีเลือดประจำเดือนมามากคือ:

  • ยาคุมกำเนิด การใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดและห่วงอนามัยคุมกำเนิดแบบไม่มีฮอร์โมนอาจจะช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนและจัดการเรื่องประจำเดือนได้ดี
  • ยาแก้ปวดที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ยากลุ่มเอ็นเสด NSAIDs เช่นไอบูโปรเฟน(ibuprofen) และ นาพรอกเซน โซเดียม(naproxen sodium) เป็นยาช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนและยังสามารถช่วยลดการสูญเสียเลือดได้ด้วย
  • ยาชนิดต้องมีใบสั่งแพทย์ แพทย์อาจสั่งจ่ายยาเช่น ยาโปรเจสตินเพื่อช่วยรักษาประจำเดือนมามาก
  • การผ่าตัด ด้วยการผ่านำเอาติ่งหรือเนื้องอกออกเพื่อช่วยลดอาการเสียเลือดและยังช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน
  • การขูดมดลูก หากพบว่าการรักษาด้วยวิธีอื่นๆไม่ประสบผลสำเร็จแพทย์จะใช้อุปกรณ์ขูดมดลูกเปิดปากมดลูกและขูดหรือดูดเนื้อเยื่อจากเยื่อบุมดลูกออกมา เพื่อให้เลือดรอบเดือนลดลงเมื่อประจำเดือนมา ทั้งนี่อาจจำเป็นต้องขูดซ้ำในกรณีที่เกิดประจำเดือนมามากซ้ำอีกครั้ง
  • การตัดมดลูก ในรายที่เป็นมาก การผ่าตัดเอามดลูกออกไปทั้งหมดอาจมีความจำเป็น ส่ผลให้ไม่มีประจำเดือนอีกต่อไปและก็ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกต่อไปหลังการรักษาชนิดดังกล่าว

ส่วนสำคัญที่สุด

เพราะผู้หญิงมีวงรอบเดือนที่แตกต่างกันจึงเป็นเรื่องยากที่จะบอกได้ว่าการมีเลือดประจำเดือนแบบไหนที่ปกติหรือไม่ปกติ

แพทย์อาจช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการมีประจำเดือนอย่างกว้างๆให้แก่คุณได้ และหาวิธีรักษาเพื่อช่วยแก้ไข หากมีความจำเป็นควรจดผลที่เกิดขึ้นจากการเสียเลือดมากเอาไว้ด้วย

ควรแจ้งเกี่ยวกับการมีประจำเดือนและอาการต่างๆอย่างตรงไปตรงมาเพื่อแพทย์จะได้ช่วยในการแก้ปัญหา ไม่ควรอายหรือกลัวเรื่องการมีประจำเดือน


นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา


เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

เกี่ยวกับผู้แต่ง


Leave a Reply