โรคหูดหงอนไก่ (Genital Warts): สาเหตุ อาการ การรักษา

โรคหูดหงอนไก่ (Genital Warts) คือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จากการได้รับเชื้อ HPV (Human Papillomavirus) โรคนี้เป็นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ หูดจะเกิดขึ้นที่อวัยวะเพศ มีลัษณะเป็นตุ่มอ่อนนุ่มอยู่บริเวณอวัยวะเพศ หากเป็นแล้วจะรู้สึกเจ็บ ไม่สบายตัว และมีอาการคัน

HPV  (human papillomavirus)  คือ  เชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคติดต่อมากที่สุด หากชายและหญิงมีเพศสัมพันธ์ จะมีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื่อ HPV และเชื้อไวรัส HPV เป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิง เพราะหากผู้หญิงได้รับการติดเชื้อ HPV แล้ว อาจนำไปสู่การเป็นมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งช่องคลอดได้ 

โรคหูดหงอนไก่ (Genital Warts)
โรคหูดหงอนไก่ (Genital Warts)

สาเหตุที่ทำให้เป็นโรคหูดหงอนไก่

หูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศ เกิดจากการติดเชื้อ HPV เชื้อ HPV โดยประมาณแล้วมีถึง 30-40 สายพันธ์ ที่ส่งผลโดยตรงต่อการสืบพันธ์ แต่มีเพียงไม่กี่สายพันธ์ที่ส่งผลโดยตรงต่ออวัยวะเพศ เชื้อไวรัส HPV สามารถติดต่อได้มากที่สุดโดยผ่านการสัมผัสจากผิวหนังสู่ผิวหนัง จึงเรียกได้ว่าโรคหูดหงอนไก่ ถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือกามโรค นั่นเอง 

อย่างไรก็ตามเชื้อไวรัสอาจไม่ได้ส่งผลให้เกิดแค่เพียงโรคหูดหงอนไก่เสมอไป แต่อาจส่งผลไปสู่ปัญหาสุขภาพด้านอื่นๆได้อีกด้วย  โรคหูดหงอนไก่ เกิดจากการได้รับเชื้อ HPV ที่แตกต่างจากสายอื่นที่ทำให้เกิดหูดได้ที่มือหรือที่อวัยวะของร่างกายส่วนอื่น ในทางกลับกัน หากมีหูดที่มือ หูดที่มือไม่สามารถแพร่กระจายมายังบริเวณอวัยวะเพศได้ 

wait…

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดหูดที่หงอนไก่

ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HPV มากที่สุด อย่างไรก็ หูดหงอนไก่สามารถพบได้บ่อยกับ : 

  • ผู้มีอายุต่ำกว่า 30 ปี
  • ผู้ที่สูบบุหรี่
  • ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
  • ผู้ที่เคยมีประวัติการถูกล่วงละเมิดทางเพศ
  • เป็นลูกของแม่ที่มีเชื้อไวรัสในระหว่างการตั้งครรภ์

อาการของหูดหงอนไก่เป็นอย่างไร

อาการเริ่มต้นของหูดหงอนไก่ หลังจากได้รับเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ ทั้งทางช่องปาก ทางช่องคลอด และทางทวารหนัก เชื้อจะใช้เวลาก่อตัวเป็นเวลาหลายสัปดาห์ หรือหลายเดือน 

หูดหงอนไก่ บริเวณอวัยวะเพศ อาจไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เพราะอาจมีลักษณะเล็กเกินไป สีของหูดอาจเข้มขึ้นเล็กน้อย ตามพื้นเดิมของผิวของผู้ป่วย บริเวณด้านบนของตัวหูดหงอนไก่จะมีลักษณะคล้ายกับดอกกะหล่ำ หากสัมผัสแล้วอาจรู้สึกนุ่ม มีเป็นเม็ดเล็กๆ เรียงติดกัน หรือบางรายอาจเกิดเพียงแค่จุดเดียว บางรายหูดอาจขึ้นเป็นหย่อมๆ 

หูดหงอนไก่ที่เกิดขึ้นในเพศชายอาจปรากฏตามบริเวณ เหล่านี้:

  • อวัยวะเพศ
  • ถุงอัณฑะ
  • หน้าขา
  • ต้นขา หรือโคนขา
  • ภายในหรือรอบ ๆ ทวารหนัก

หูดหงอนไก่ที่เกิดขึ้นในเพศหญิง หูดจะปรากฏในบริเวณเหล่านี้:

  • ด้านในของช่องคลอดหรือทวารหนัก
  • ด้านนอกของช่องคลอดหรือทวารหนัก
  • บริเวณปากมดลูก

หูดหงอนไก่ อาจเกิดขึ้นที่ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอของบุคคลที่เคยมีเพศสัมพันธ์ทางปากกับผู้ที่มีเชื้อ HIV ได้ด้วยเช่นกัน 

หากผู้ป่วยไม่สามารถมองเห็นหูดหงอนไก่ได้ด้วยตาเปล่า จะมีอาการเหล่านี้ เช่น: 

หากหูดหงอนไก่แพร่กระจายลุกลาม จะทำให้รู้สึกไม่สบายตัว หรืออาจมีอาการเจ็บ

ภาวะแทรกซ้อนจากการได้รับเชื้อ HPV 

การติดเชื้อ HPV เป็นสาเหตุหลักของโรคมะเร็งในปากมดลูก นอกจากนี้ยังสามารถนำไปสู่การพัฒนาการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ที่เรียกว่า dysplasia

เชื้อ HPV ชนิดอื่นอาจทำให้เกิดมะเร็งช่องคลอดของผู้หญิงได้ และยังสามารถเป็นมะเร็งบริเวณอวัยวะเพศชายและทวารหนักได้ด้วย  

การวินิจฉัยหูดหงอนไก่ 

แพทย์จะทำการสอบถามเกี่ยวกับสุขภาพและประวัติการมีเพศสัมพันธ์ของผู้ป่วย ถึงว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์โดยใช้ถุงยางอนามัยก็ตาม รวมทั้งการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก 

แพทย์ของคุณจะทำการตรวจร่างกายในบริเวณที่อาจสงสัยว่าเป็นหูดหงอนไก่

วิธีรักษาหูดหงอนไก่ในผู้หญิง 

หูดหงอนไก่อาจเกิดขึ้นในบริเวณข้างในอวัยวะเพศของผู้หญิง แพทย์อาจทำการตรวจภายในโดยสูตินรีแพทย์ แพทย์จะใช้สารละลายที่เป็นกรดอ่อนเพื่อช่วยตรวจสอบในการมองเห็นหูดที่เกิดขึ้น แพทย์อาจใช้วิธี การตรวจแปปสเมียร์ (Pap Smear หรือ Pap Test) เป็นวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือสอดผ่านและถ่างช่องคลอด จากนั้นจะทำการป้ายเซลล์จากมดลูกส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจหาเซลล์ที่ผิดปกติ และจะตรวจหาเชื้อ HPV ด้วย

HPV บางประเภทอาจทำให้ตรวจผลเจอสิ่งผิดปกติจากการทดสอบแบบ Pap Smear ซึ่งอาจบ่งบอกว่าผู้ป่วยเป็นมะเร็ง หากแพทย์ตรวจสอบแล้วพบว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น แพทย์อาจทำการตรวจขั้นต่อไปที่เรียกว่า โคลโปสโคป (Colposcopy) คือ การตรวจคอลโปสคอปี (Colposcopy) เป็นการตรวจปากมดลูก ช่องคลอดและอวัยวะเพศภายนอกของผู้หญิงเพื่อช่วยในการวินิจฉัย โดยการตรวจนี้จะเป็นการขยายภาพบริเวณดังกล่าวให้ชัดเจนมากขึ้น ทำให้แพทย์สามารถระบุเนื้อเยื่อที่เป็นปัญหาและอาจเกิดโรคได้

หากผู้ป่วยเป็นผู้หญิงและกังวลว่าอาจติดเชื้อ HPV ซึ่งเชื้อไวรัสชนิดนี้เป็นสาเหตุของการเป็นมะเร็งปากมดลูก แพทย์อาจทำการตรวจเพิ่มเติมด้วยการตรวจ DNA ผลการทดสอบหาเชื้อ HPV จะชัดเจนมากขึ้นหลังการตรวจ DNA 

ปัจจุบันยังไม่มีการทดสอบ HPV สำหรับผู้ชาย

วิธีการรักษาหูดหงอนไก่ 

หากหูดหงอนไก่เกิดขึ้นและเห็นได้ชัด มันสามารถหายได้เอง เชื้อ HPV ที่สามารถอยู่ในเซลล์ผิวหนังของผู้ป่วยได้นั่นหมายถึงว่า ผู้ป่วยอาจได้รับเชื้อมาแล้วหลายครั้ง ควรรักษาให้หูดหงอนไก่ให้หายขาดก่อน และควรรีบกำจัดก่อนที่จะแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ หูดหงอนไก่สามารถแพร่กระจายไปยังผู้อื่นได้ ถึงแม้ว่าหูดหงอนไก่ยังไม่ปรากฏขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ หรือยังไม่แสดงอาการใด 

ผู้ป่วยโรคหูดหงอนไก่ต้องได้รับการรักษา เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด หรือทำให้หูดหงอนไก่หายไป ผู้ป่วยสามารถรักษาโรคหูดหงอนไก่หรือกำจัดหูดหงอนไก่ด้วยวิธีการซื้อยามาใช้เองได้ 

แพทย์อาจแนะนำให้รักษายาทาหูดหงอนไก่แบบเฉพาะที่  เช่น: 

  • Imiquimod (Aldara)
  • Podophyllin and podofilox (Condylox)
  • Trichloroacetic acid (TCA)

หากหูดหงอนไก่ยังไม่หายไป หรือยังปรากฏอยู่ แพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดออก วิธีการเอาหูดหงอนไก่ออก มีดังนี้: 

  • ใช้เครื่องจี้ไฟฟ้า หรือเบิร์นจี้หูดหงอนไก่ออกด้วยกระแสไฟฟ้า
  • การจี้เย็น
  • การรักษาด้วยเลเซอร์
  • การตัดเอาหูดออก 
  • การฉีดอินเตอร์เฟอรอน (Interferon) คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อกำจัดเชื้อโรคโดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อไวรัส

เมื่อต้องเผชิญกับโรคหูดหงอนไก่ 

การเกิดหูดหงอนไก่คือโรคแทรกซ้อนทีเกิดจากการติดเชื้อ HPV ซึ่งโรคนี้สามารถรักษาได้ และสามารถหายได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือควรป้องกันการเกิดซ้ำหรือได้รับเชื้อซ้ำอีก เพราะอาจเจอภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อชีวิตได้ 

หากกังวลว่าเป็นโรคหูดหงอนไก่ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีและให้แพทย์ทำการตรวจสอบร่างกายของและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุด นอกจากนี้ควรพูดคุยและแนะนำคู่รักในการการป้องกันการได้รับการติดเชื้อ HPV และทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหูดหงอนไก่

วิธีรักษาหูดหงอนไก่ด้วยตัวเองที่บ้าน

ไม่ควรนำยารักษาหูดหงอนไก่ที่เกิดขึ้นที่มือแล้วมาใช้กับหูดหงอนไก่ที่เกิดขึ้นที่อวัยวะเพศ ควรใช้ให้ตรงประเภท เนื่องจากหูดหงอนไก่ที่เกิดขึ้นที่มือและหูดหงอนไก่ที่เกิดขึ้นที่อวัยวะเพศเกิดจากเชื้อไวรัสคนละสายพันธุ์  หากใช้ผิดประเภทจะก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวเป็นอย่างยิ่ง 

วิธีป้องกันการเกิดหูดหงอนไก่

การวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV  ชนิด Gardasil และ Gardasil 9 สามารถป้องกันเชื้อไวรัส HPV ได้ทั้งชายและหญิง

และยังสามารถป้องกันเชื้อ HPV ที่จะนำไปสู่การเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกและยังมีวัคซีนที่ชื่อว่า Cervarix วัคซีนชนิดนี้ป้องกันมะเร็งปากมดลูก แต่ไม่สามารถป้องกันหูดหงอนไก่

สำหรับคนที่อายุไม่เกิน 45 ปี สามารถฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV ได้ เช่นเดียวกับเด็กอายุต่ำกว่า 9 ขวบ การฉีดวัคซีนแพทย์จะทำการนัดประมาณ 2-3 ครั้ง ขึ้นอยู่กับอายุของผู้ที่การฉีดวัคซีน ควรได้รับการวัคซีนทั้ง 2 ประเภทนี้ ก่อนมีเพศสัมพันธ์ เพราะจะทำให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการต่อต้านเชื้อไวรัส HPV 

ควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งก่อนมีเพศสัมพันธ์ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดหูดหงอนไก่ สิ่งสำคัญคือควรป้องกันการได้รับเชื้อที่สามารถแพร่กระจายได้ 

สรุปเกี่ยวกับโรคหูดหงอนไก่

  • หูดหงอนไก่เกิดจากเชื้อ  human papillomavirus (HPV)
  • หูดที่หงอนไก่ มีผลกระทบต่อทั้งผู้หญิงและผู้ชาย หากเกิดผู้หญิง อาจเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนมากกว่าเกิดกับผู้ชาย 
  • หูดหงอนไก่ สามารถรักษาได้ แต่สามารถกลับมาได้ หากไม่ดูแลรักษาให้ดีในเบื้องต้น

ลิ้งค์ด้านล่างเป็นแหล่งที่มาข้อมูลบทความของเรา 

เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

Leave a Reply