พยาธิตัวจี๊ด (Ganathostoma Spinigerum) : อาการ สาเหตุ การรักษา

โรคพยาธิตัวจี๊ด (Ganathostoma spinigerum) คือพยาธิตัวกลมประเภทหนึ่งที่คนเราสามารถติดเชื้อหรือรับพยาธิตัวนี้เข้าสู่ร่างกายได้โดยการที่มีไข่พยาธิปนเปื้อนมากับอาหาร หรือการถูกไชชอนเข้าผิวหนังโดยตรง เมื่อพยาธิชนิดนี้เข้าสู่ร่างกายแล้ว พยาธิจะเข้าไปอาศัยภายในอวัยวะต่าง ๆ และอาจจะก่อให้อันตรายถึงแก่ชีวิตได้ โดยปกติพยาธิตัวจี๊ดจะอาศัยอยู่ในสัตว์ และไข่ของพยาธิจะถูกถ่ายออกมากับมูลสัตว์ และกระจายไปยังแหล่งน้ำหรือพื้นดิน หรืออยู่ในสัปอดบวมตว์ที่เรารับประทานเป็นอาหาร ดังนั้นการรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ มีความเสี่ยงสูงที่ผู้ป่วยจะติดเชื้อพยาธิได้ 

พยาธิตัวจี๊ด (Ganathostoma Spinigerum)

กำลังโหลด

สาเหตุของการติดเชื้อพยาธิตัวจี๊ด

ผู้ป่วยสามารถได้รับไข่พยาธิตัวจี๊ดจากการรับประทานอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ เข้าไป อาทิเช่น หมู ไก่ กุ้ง  หรือจากการถูกไชชอนทางผิวหนังในการเดินเท้าเปล่าตามแหล่งน้ำ หรือโคลนตม  หลังจากนั้นพยาธิจะไชชอนไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เนื่องจากพยาธิตัวจี๊ดไม่สามารถที่จะวางไข่หรือเจริญเติบโตอยู่ในร่างกายมนุษย์ได้ ตัวพยาธิจึงไชชอนเพื่อหาบริเวณที่คิดว่าเหมาะสมไปทั่วร่างกาย แต่ทั้งนี้พยาธิตัวจี๊ดสามารถอาศัยอยู่ในร่างกายของคนเราได้นานถึง 12 ปีเลยทีเดียว 

อาการของผู้ป่วยที่เป็นพยาธิตัวจี๊ด

หากผู้ป่วยได้รับเชื้อพยาธิเข้าสู่ร่างกายแล้ว ร่างกายจะแสดงอาการภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง โดยปกติอาการจะแสดงต่างกันไปตามตำแหน่งที่พยาธิชอนไชสู่ร่างกาย แต่จะมีอาการเบื้องต้นแสดงให้เห็นคือ

แต่ในบางกรณีที่พยาธิตัวจี๊ดไปในยังที่ไม่สำคัญผู้ป่วยอาจะไม่แสดงอาการใด ๆ เลย  แต่หากไปยังบริเวณสำคัญอาจจะเกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อร่างกายได้ เช่น : 

พยาธิตัวจี๊ดขึ้นตา

หากพยาธิตัวจี๊ดไชชอนไปยังบริเวณเปลือกตา อาจจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการตาบวมจนไม่สามารถเปิดตาได้ กรณีที่ร้ายแรงโดยพยาธิเข้าไปในลูกตา อาจจะทำให้ตาบอดได้

พยาธิขึ้นสมอง

อาการพยาธิขึ้นสมอง กรณีที่พยาธิตัวจี๊ดชอนไชเข้าสู่ สมอง หรือน้ำไขสันหลัง ผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะเป็นอย่างมาก ปวดเสียวตามเส้นประสาท มีอาการเซื่องซึม และหมดสติ

พยาธิตัวจี๊ดในช่องท้อง

หากพยาธิเข้าไปอาศัยอยู่ในช่องท้อง จะก่อให้เกิดการอักเสบของช่องท้อง และมีอาการคล้ายไส้ติ่งอักเสบ

กำลังโหลด

พยาธิตัวจี๊ดชอนไชตามผิวหนัง

ผิวหนังจะบวม และอาการบวมสามารถเปลี่ยนที่ไปได้เรื่อย ๆ  เช่นบวมที่มือแล้วไปที่แขน ไหล่ หน้า ศีรษะ อาการบวมแดงนี้จะปรากฏประมาณ 3-10 วัน

การรักษาพยาธิตัวจี๊ด

ปัจจุบันนี้ยังไม่มีวิธีรักษาโดยตรงสำหรับโรคพยาธิตัวจี๊ดที่ได้รับการที่ยอมรับทางการแพทย์ แต่แพทย์จะสั่งยาถ่ายพยาธิ รักษาอาการหรือทุเลาอาการได้ โดยยาถ่ายพยาธิตัวจี๊ดที่แพทย์อาจพิจารณาเลือกใช้คือ 

  • ยาไอเวอร์เมคติน 
  • ยาอัลเบนดาโซล 400 มก.วันละ 2 ครั้งให้ 21 วัน
  • ไทเบนดาโซน  50 มก/กก/วัน แบ่งให้วันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 5 วัน

และให้ยารักษาอาการข้างเคียงอื่นๆ เช่น อาการบวม หรือผื่นคัน ทั้งนี้เมื่อมีอาการผู้ป่วยควรเร่งมาพบแพทย์ทันทีเพื่อการรักษาที่ทันถ้วงที กรณีที่พยาธิชอนไชตามผิวหนัง แพทย์อาจจะพิจารณาผ่าตัวเพื่อนำตัวพยาธิออกมา

นอกจากนี้ผู้ป่วยมีทางเลือกสมุนไพรรักษาพยาธิตัวจี๊ดเพื่อนำมาใช้เสริมจากการรักษาทางการแพทย์ โดยการ รับประทานกระเจี๊ยบเขียวที่มีความเชื่อว่าสามารถช่วยขับพยาธิตัวจี๊ดและลดอาการคันตามผิวหนังได้ 

การป้องกันพยาธิตัวจี๊ด

ผู้ป่วยสามารถป้องกันพยาธิตัวจี๊ดไม่ให้เข้าสู่ร่างกายได้ ดังนี้ : 

  • รับประทานอาหารที่ปรุงสุก
  • ไม่เดินเท้าเปล่าในแหล่งน้ำขังสกปรก โคลนตม
  • รักษาความสะอาดของบาดแผลบริเวณมือ เท้า ปิดแผลและไม่สัมผัสต่อสิ่งปนเปื้อนที่คาดว่าจะมีความเสี่ยงเช่น เนื้อสัตว์ มูลสัตว์ 

ภาวะแทรกซ้อนของพยาธิตัวจี๊ด 

พยาธิตัวจี๊ดสามารถก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้  เช่น 

  • ปอดบวม 
  • อัมพาต  
  • ตาบอด 
  • การติดเชื้อที่อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย 

ดังนั้นเมื่อผู้ป่วยสงสัยว่าตัวเองได้รับเชื้อพยาธิ ควรพบแพทย์ทันทีเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง และควรหลีกเลี่ยงปัจจัยต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงในการรับเชื้อพยาธิ โดยเฉพาะมารดาที่ตั้งครรภ์บุตร พึงระวังว่าหากมารดาได้รับเชื้อพยาธิแล้ว พยาธิสามารถไชชอนเข้าไปทางรก และส่งต่อพยาธิให้แก่ทารกในครรภ์ได้ 


นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา


เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

เกี่ยวกับผู้แต่ง


Leave a Reply