โรคนิ่วในถุงน้ำดี (Gallstones) เกิดจากอะไร

โรคนิ่วในถุงน้ำดีคืออะไร

โรคนิ่วในถุงน้ำดี (Gallstones) คือโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินทางอาหารที่จะไม่แสดงอาการอย่างชัดเจน หากไม่ได้เกิดการอักเสบอย่างเฉียบพลันหรือมีการติดเชื้อในช่องท้อง แต่สามารถพบได้ในผู้ที่มีการตรวจสุขภาพอย่างละเอียด ซึ่งอาจสังเกตอาการผิดปกติของร่างกายที่เป็นตัวบ่งชี้สัญญานเตือนของโรคนี้ได้ ซึ่งผู้ที่เป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดี มักไม่แสดงอาการในระยะเริ่มแรก   

ถุงน้ำดี คือ อวัยวะที่อยู่ในบริเวณช่องท้อง มีลักษณะเป็น กระเปาะ เป็นแกนเล็กที่อยู่ข้างหลังตับ อยู่ด้านบนหน้าท้องด้านขวา ทำหน้าที่เป็นที่พักหรือที่กักเก็บน้ำดีเป็นของเหลวสีเหลืองที่ถูกผลิตจากตับ ก่อนส่งต่อน้ำดีไปยังลำไส้เล็กเพื่อทำหน้าย่อยไขมัน ซึ่งเป็นตัวช่วยในการย่อยอาหาร โรคนิ่วในถุงน้ำดีเกิดจากการตกตะกอนของหินปูนหรือคอเลสเตอรอลภายในถุงน้ำดี และก้อนนิ่วที่เกิดขึ้นอาจมีขนาดเล็กหรือใหญ่ และมีจำนวนก้อนนิ่วเกิดได้มากและก้อนนิ้วจะไปอุดตันอยู่ในถุงน้ำดี

กำลังโหลด

โรคนิ่วในถุงน้ำดี (Gallstones)

สาเหตุของโรคนิ่วในถุงน้ำดี

นิ้วในถุงน้ำดีมี 2 ประเภท

นิ่วในถุงน้ำดีที่เกิดจากคอเรสเตอรอล (Cholesterol Stones) เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด ลักษณะเป็นก้อนสีขาว เหลือง หรือเขียว

นิ่วในถุงน้ำดีที่เกิดจากเม็ดสีบิลิรูบิน (pigment Stones) เป็นชนิดที่มีสีคล้ำและขนาดเล็กกว่านิ่วที่เกิดจากคอเลสเตอรอล จะพบในผู้ป่วยที่เป็นโรคตับแข็ง หรือผู้ที่มีภาวะผิดปกติของเลือด เช่น ผู้ป่วยโรคโลหิตจาง

นิ่วในถุงน้ำดีที่เกิดจากคอเลสเตอรอลนั้นมี 80 เปอร์เซนต์ ซึ่งเป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดส่วนนิ่วในถุงน้ำดีที่เกิดมาจากแคลเซียม เกลือ และบิลลิบูริน มี 20%

แต่นั่นก็อาจจะไม่ใช่สาเหตุที่แท้จริง ว่า นิ่วในถุงนำดีเกิดขึ้นจากอะไรเนื่องจากมันเป็นเพียงทฤษฎีเท่านั้น และนี่คือสาเหตุของการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี

กำลังโหลด

เกิดจากการที่มีคอเลสเตอรอลมากเกินไปในถุงน้ำดี

การที่มีคอเลสเตอรอลตกตะกอนมากเกินไปในถุงน้ำดี จะรวมตัวกันเป็นก้อนนิ่วสีเหลือง ที่อยู่ในถุงน้ำดี ก้อนนิ่วนี้อาจจะพัฒนามาเป็นนิ่วในถุงน้ำดีได้ 

เกิดจากการที่มีบิลลิบูรินในถุงน้ำดีมากเกินไป

บิลลิบูริน เป็นสารเคมีที่ผลิตขึ้นเมื่อตับของคุณทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดงที่เสื่อมสภาพ มีบางอาการป่วย เช่นการถูกทำลายของตับและความผิดปกติของเลือด ทำให้ตับผลิตบิลลิรูบินได้มากกว่าที่ควรก่อเป็นเม็ดนิ่วสีคล้ำ เมื่อถุงน้ำดีไม่สามารถสลายบิลิรูบินส่วนเกินได้ 

เกิดจากภาวะน้ำดีในถุงน้ำดีมีความเข้มข้นมากขึ้น

ถุงน้ำดีจะเก็บน้ำดีของคุณใว้หากน้ำดีมีภาวะเข้มข้นมากเกินไปก็จะทำให้นิ่วก่อตัวขึ้นนั่นเอง

อาการนิ่วในถุงน้ำดี

อาการนิ่วในถุงน้ำดีอาการของโรค มัก จะเจ็บบริเวณชายโครงขวาของท้องตอนบน บางทีเจ็บร้าวไปถึงไหล่ขวา มักจะมีอาการอึดอัดหลังกินอาหาร เพราะอาหารย่อยไม่ดี เนื่องจากน้ำดีถูกอุดตันจึงออกมาย่อยไขมันไม่ได้ ท้องจึงอืด ถ้ามีก้อนนิ่วใหญ่ไปอุดตันท่อ น้ำดีเต็มที่ก็จะมีอาการดีซ่าน ตาเหลืองตัวเหลือง

โรคถุงน้ำดีอักเสบ

ถุงน้ำดีอักเสบสามารถนำมาสู่ความเจ็บปวดบนหน้าท้องด้านขวา คุณอาจจะมีอาการของนิ่วในถุงน้ำดีตลอดเวลา เมื่อคุณรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง เช่น อาหารฟาสต์ฟูด อาการเหล่านี้มักจะเกิดในเวลาไม่เกิน1ชั่วโมง

คุณอาจจะมีอาการต่อไปนี้:

  • พะอืดพะอม
  • คลื่นใส้อาเจียน(vomit)
  • ปัสสาวะมีสีเข้ม
  • อุจจาระมีสีเทา
  • ปวดท้อง(stomach pain)
  • เรอ
  • ท้องเสีย(diarrhea)
  • อาหารไม่ย่อย

อาการเหล่านี้ เรารู้จักกันดีในชื่อของ อาการจุกเสียดทางเดินถุงน้ำดี

โรคนิ่วในถุงน้ำดีที่ไม่แสดงอาการ

นิ่วในถุงน้ำดีอาจไม่ใช่สาเหตุของอาการเจ็บปวด แต่อย่างไรก็ตามจะแสดงอาการเมื่อนิ่วในถุงน้ำดีไปหยุดการเคลื่อนไหวของน้ำดีจากถุงน้ำดี

จากที่การศึกษาวิจัยจากวิทยาลัยโรคระบบทางเดินอาหารในอเมริกา กล่าวไว้ว่า คนที่มีอาการนิ่วใถุงน้ำดีแบบไม่แสดงอาการ มี 80 เปอร์เซนต์ นี่หมายความว่า พวกเขาไม่เคยเจออาการเลย ในกรณีนี้ คุณหมออาจจะสำรวจหานิ่วในถุงน้ำดีจากการฉายรังสีเอ็กซเรย์ จนถึงการผ่าตัดหน้าท้อง


อ่านเพิ่มเติม : ซีสต์ (Cyst): อาการ สาเหตุ การรักษา 


การรักษาโรคนิ่วในถุงน้ำดี

โดยทั่วไปแล้วผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องรักษาโรคนิ่วในถุงน้ำดี แต่หากมีอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรงกรณีนี้อาจจะต้องทำการรักษา แพทย์อาจแนะนำให้ทำการผ่าตัด ในบางกรณีอาจจะมีการใช้ยา อย่างไรก็ตามผู้ป่วยอาจจะได้รับความเสี่ยงสูงสำหรับภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดนิ่วในท่อน้ำดี หลังจากผ่าตัดควรปฎิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

วิธีการดูแลสุขภาพในช่วงที่เป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดี

 1.รักษาน้ำหนักตัวให้คงที่

2.ระวังการลดน้ำหนักแบบรวดเร็ว

  1. รับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ

4.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

5.รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง

การรักษานิ่วในถุงน้ำดีแบบไม่ผ่าตัด

ยาอาจไม่ได้ใช้กันทั่วไป เพราะเทคนิคการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีผ่านการส่องกล้องและเครื่องมือที่ทันสมัย ทำให้การผ่าตัดมีความเสี่ยงน้อยกว่าที่เคยเป็น

อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยไม่สามารถทำการผ่าตัดได้ ผู้ป่วยสามารถใช้ยา ursodiol (Actigall, Urso) เพื่อละลายนิ่วที่เกิดจากคอเลสเตอรอล คุณจะต้องทานยานี้ 2 ถึง 4 ครั้งต่อวัน อาจใช้เวลาหลายปีในการกำจัดนิ่วและนิ่วอาจเกิดขึ้นอีกครั้งหากคุณไม่ได้รับการรักษา

การใช้คลื่นช็อตแบบ lithotripsy เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง lithotripter เป็นเครื่องมือที่สร้างคลื่นกระแทกที่ผ่านบุคคล คลื่นกระแทกเหล่านี้สามารถสลายนิ่วได้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ได้

การผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี

แพทย์อาจจำเป็นต้องทำการผ่าตัดถุงน้ำดีผ่านกล้อง การผ่าตัดจะใช้ยาชา  แพทย์มักจะทำแผล 3 หรือ 4 ครั้งในช่องท้องของคุณ จากนั้นก็จะใส่อุปกรณ์ขนาดเล็กที่มีไฟส่องสว่างเข้าไปในแผลผ่าตัดหนึ่งอันแล้วค่อยๆเอานิ้วในถุงน้ำดีออกมา

โดยปกติแล้วคุณจะกลับบ้านในวันที่ทำการผ่าตัดได้เลย ถ้าคุณไม่มีอาการแทรกซ้อน

ผู้ป่วยอาจจะมีการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำ หลังจากการกำจัดนิ้วในถุงน้ำดี การกำจัดนิ้วในถุงน้ำดีเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนเส้นทางน้ำดีจากตับไปยังลำไส้เล็ก น้ำดีจะไม่ผ่านถุงน้ำดีอีกต่อไปและจะมีความเข้มข้นน้อยลง ผลที่ได้คือ ยาระบายที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย เพื่อรักษาอาการนิ่วในถุงน้ำดีกินอาหารที่มีไขมันต่ำกว่าเพื่อให้คุณระบายน้ำดีออกได้

สถิติของผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดีในประเทศไทย

สถิติที่ค้นพบมานี้ มาจากสำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขพบว่า เพศหญิงจะมีโอกาสเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีมากกว่า 1-2 เท่า และมักจะพบในผู้ที่อายุ40ปีขึ้นไป ผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลสูง  ผู้หญิงที่มีบุตรแล้ว  ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน  ธาลัสซีเมีย  โลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก มีโอกาสที่จะเป็นโรคนี้มากกว่าคนทั่วไป อาการของโรคนี้มักจะพบด้วยความบังเอิญ คือจะเจอตอนมาตรวจร่างกาย และการผ่าตัดด้วยกล้องส่องผ่านช่องท้องนั้น ที่ผ่านมาการผ่าตัดเป็นไปได้ด้วยดีถึงร้อยละ 95เปอร์เซนต์กันเลยทีเดียว

แหล่งข้อมูลจาก สำนักสารนิเทศ สำนักงานกระทรวงสาธารณสุข ในวันที่ 22 สิงหาคม 2562


นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา


เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

Leave a Reply