อาการเพ้อ (Delirium) : ประเภท อาการ การรักษา การฟื้นฟูผู้ป่วย

อาการเพ้อ (Delirium) คือ การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันในสมองที่ทำให้เกิดความสับสนทางจิตใจ และอารมณ์เสีย ส่งผลกระทบต่อการคิด ความจำ นอนหลับและอื่น ๆ

อาการเพ้อพบได้ในช่วงเลิกดื่มแอลกอฮอล์ หลังการผ่าตัด หรือภาวะสมองเสื่อม

กำลังโหลด

อาการเพ้อเป็นอาการชั่วคราวและสามารถรักษาได้

ประเภทของอาการเพ้อ

อาการเพ้อถูกจัดแบ่งหมวดหมู่ตามสาเหตุ ความรุนแรง และลักษณะดังนี้ :

  • Delirium tremens อาการเพ้อรุนแรงจากผู้ที่พยายามหยุดดื่มแอลกฮอล์ โดยปกติแล้วพวกเขาดื่มแอลกอฮอล์มาต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายปี
  • Hyperactive Delirium แสดงออกทางพฤติกรรมมากกว่าปกติ และไม่ให้ความร่วมมือกับผู้อื่น
  • Hypoactive Delirium อาการเพ้อประเภทนี้ผู้ป่วยมักจะใช้เวลานอนหลับนานและหลับแบบไม่ตั้งใจและไม่มีความเป็นระเบียบในการทำกิจวัตรประจำวัน

ผู้ป่วยบางรายนั้นมีอาการเพ้อร่วมกันระหว่าง Hyperactive delirium และ Hypoactive delirium หรือสลับกันระหว่างสองอาการนี้

โรคหลงผิด

อาการเพ้อนั้นมีผลต่อจิตใจอารมณ์ การควบคุมกล้ามเนื้อและการนอนหลับ

ลำบากในการใช้สมาธิ หรือรู้สึกสับสน อาจจะมีการเคลื่อนไหวช้า หรือเร็วกว่าปกติ รวมถึงอารมณ์แปรปรวน

อาการอื่น ๆ อาจรวมถึง:

กำลังโหลด
  • ความคิด หรือพูดไม่ชัดเจน
  • นอนหลับไม่เพียงพอ และรู้สึกง่วงนอน
  • ความจำระยะสั้นแย่
  • สูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อ

สาเหตุของอาการเพ้อ

สาเหตุของอาการเพ้อได้แก่โรคที่ทำให้เกิดการอักเสบ และการติดเชื้อ เช่น ปอดบวม ซึ่งอาจรบกวนการทำงานของสมอง นอกจากนี้การรับประทานยาบางชนิด (เช่น ยาลดความดันโลหิต) หรือการใช้ยาที่ผิดหรือไม่เป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์อาจรบกวนสารเคมีในสมอง

การเลิกดื่มแอลกอฮอล์ และการได้รับสารพิษอาจทำให้เกิดอาการเพ้อได้

เมื่อมีอาการการหายใจติดขัด เนื่องจากโรคหอบหืดหรืออาการอื่น สมองจะไม่ได้รับออกซิเจนตามที่ต้องการ เงื่อนไขหรือปัจจัยใด ๆ ที่เปลี่ยนการทำงานของสมองอย่าง อาจทำให้เกิดความสับสนทางจิตใจได้

ใครบ้างมีความเสี่ยงมีอาการเพ้อ

ผู้ป่วยด้านระบบประสาทที่อายุ 65 ปี ขึ้นไป มีความเสี่ยงสูงที่จะมีอาการเพ้อ

บุคคลอื่นๆ ที่มีความเสี่ยงจะมีอาการเพ้อ:

  • ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัด
  • ผู้ที่กำลังเลิกสุรา
  • ผู้ป่วยที่สมองเคยได้รับการทำลาย หรือกระทบกระเทือน
  • ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะกดดัน และภาวะตึงเครียดอย่างหนัก

ปัจจัยที่นำไปสู่อาการเพ้อ:

  • การนอนหลับพักผ่อน
  • ยาบางชนิด (เช่น ยาระงับประสาท ยารักษาความดันโลหิต ยานอนหลับ และยาแก้ปวด)
  • การขาดน้ำ
  • การได้รับโภชนาการที่ไม่ดี
  • การติดเชื้อ เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

การรักษาอาการเพ้อ

การรักษาอาจจะเป็นการหยุดยาบางชนิดทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรคเพ้อ ในผู้สูงอายุการวินิจฉัยที่ถูกต้องมีความสำคัญต่อการรักษา เนื่องจากอาการเพ้อคล้ายคลึงกับภาวะสมองเสื่อม แต่วิธีการการรักษานั้นแตกต่างกันมาก

การให้ยารักษา

แพทย์จะสั่งยา เพื่อรักษาสาเหตุของโรคเพ้อ เช่น หากอาการเพ้อเกิดจากโรคหอบหืดรุนแรง อาจจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เพื่อฟื้นฟูการหายใจของผู้ป่วย

หากอาการเพ้อมาจากเชื้อแบคทีเรีย แพทย์จะสั่งยาปฏิชีวนะเพื่อใช้รักษา

ในบางกรณีแพทย์จะสั่งให้ระงับการดื่มแอลกอฮอล์ หรือเลิกใช้ยาบางชนิด

หากผู้ป่วยรู้สึกหดหู่ อาจจะได้รับยาดังต่อไปนี้ :

  • Antidepressants เพื่อผ่อนคลายความวิตกกังวล
  • Sedatives ช่วยในการละเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • Dopamine blockers  ช่วยในการเลิกสารเสพติด
  • Thiamine ช่วยป้องกันความสับสน

การให้คำปรึกษาเพื่อบรรเทา

หากผู้ป่วยมีอาการสับสนการได้รับคำปรึกษาจากแพทย์จะช่วยบรรเทาอาการได้

การให้คำปรึกษานั้นเป็นวิธีการรักษาสำหรับผู้ที่มีอาการเพ้อใช้ยาเสพติด หรือแอลกอฮอล์ โดยการงดแอลกอฮอล์หรือยาเสพติดเพื่อจัดการกับต้นตอปัญหาโดยตรง

ไม่ว่าอาการเพ้อกรณีใดๆ การให้คำปรึกษานั้นมีเป้าหมายเพื่อให้คุณรู้สึกสบายใจ และปลอดภัย รวมถึงเปิดพื้นที่ให้ผู้ป่วยพูดคุยเกี่ยวกับความคิดและความรู้สึก

การฟื้นฟูผู้ป่วยอาการเพ้อ

การฟื้นฟูอาการเพ้อ สามารถทำได้เมื่อได้รับการรักษาที่เหมาะสม อาจใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ กว่าที่ร่างกายจะกลับมาเป็นปกติ โปรดปรึกษาแพทย์ถึงผลข้างเคียงของการใช้ยาในการรักษาและข้อมูลการรักษาอื่นๆ โดยละเอียด


นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา


เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

Leave a Reply