ถุงน้ำดีอักเสบ (Cholecystitis) : อาการ สาเหตุ การรักษา

ถุงน้ำดีอักเสบคืออะไร

ถุงน้ำดีอักเสบ (Cholecystitis) คือโรคที่เกิดจากการอักเสบของถุงน้ำดีที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน อาการจะคงเป็นอยู่นานอาจเป็นเดือน และมีการกลับมาอักเสบบ่อยครั้งเป็นๆหายๆ หรือกลับมากำเริบอีกเราจะเรียกว่า โรคถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง 

ถุงน้ำดีจะมีขนาดเล็กคล้ายลูกแพร์อยู่บริเวณท้องด้านขวาใกล้กับตับ มีหน้าที่เก็บสำรองน้ำดีที่สร้างจากตับและส่งต่อไปยังลำไส้เล็กผ่านท่อน้ำดี (CBD) เพื่อช่วยในการย่อยอาหารโดยเฉพาะสารอาหารจำพวกไขมัน CBDจะอยู่ติดกับตับ ถุงน้ำดีและตับอ่อนไปยังลำไส้เล็ก นิ่วในถุงน้ำดีจะไปขัดขวาง CBD ซึ่งเป็นสาเหตุที่นำไปสู่โรคถุงน้ำดีอักเสบ การอุดตันเป็นสาเหตุให้น้ำดีเกิดการสะสมอยู่ในถุงน้ำดี และการสะสมดังกล่าวก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ถุงน้ำดีเริ่มมีการอักเสบ

กำลังโหลด

หากการอักเสบนี้เป็นเรื้อรังโรคนี้ก็จะกลายเป็นโรคที่ค่อนข้างรุนแรง มีโอกาสที่ถุงน้ำดีอาจจะทะลุได้หากไม่ไดรับการรักษาที่เหมาะสม และต้องรีบรักษาอย่างเร่งด่วนด้วยยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด รวมไปถึงการต้องตัดเอาถุงน้ำดีออก 

อะไรคือสาเหตุของโรคถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง

ตามปกติแล้วโรคดังกล่าวมักเริ่มต้นมาจากโรคนิ่วในถุงน้ำดีมาก่อน โดยการเกิดโรคนิ่วในถุงน้ำดีขึ้นกับปัจจัยหลายปัจจัย เช่น:

  • ความผิดปกติทางกรรมพันธ์
  • น้ำหนักตัวเกิน
  • การทำงานของถุงน้ำดี
  • พฤติกรรมทางโภชนาการ

โรคนิ่วในถุงน้ำดีเกิดจากการตกตะกอนจนเกิดเป็นก้อนนิ่วในน้ำดี อาจมีขนาดเล็กเท่าเม็ดทรายหรือใหญ่เท่าลูกกอล์ฟ ซึ่งก้อนนิ่วเป็นสาเหตุของอาการอึดอัดและสร้างความระคายเคืองและเป็นสาเหตุของการติดเชื้อ ผนังของถุงน้ำดีจะเริ่มหนาขึ้นทีละน้อยๆ จนที่สุดถุงน้ำดีก็จะหดตัวลง การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้จึงเป็นเรื่องยากที่ถุงน้ำดีจะทำงานได้อย่างเหมาะสม 

อาการโรคนิ่วในถุงน้ำดี ถุงน้ำดีอักเสบอาจเกิดจาก:

  • เกิดการติดเชื้อในระบบการระบายของCBD
  • เกิดการอุดตันใน CBD
  • มีคอเลสเตอรอลเพิ่มมากขึ้นในถุงน้ำดี ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในช่วงระหว่างตั้งครรภ์หรือเกิดขึ้นหลังจากที่น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว
  • ระดับน้ำตาลที่ไปยังถุงน้ำดีลดน้อยลงสาเหตุจากโรคเบาหวาน
  • เกิดเนื้องอกในตับหรือตับอ่อน
  • เกิดเนื้องอกในถุงน้ำดี ซึ่งพบได้ไม่บ่อยนัก

หากต้องเป็นโรคถุงน้ำดีอักเสบบ่อยๆหรือเป็นในระยะยาวนาน นั่นบ่งบอกได้ว่าคุณอาจเป็นโรคถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง

ใครเป็นโรคถุงน้ำดีอักเสบได้บ้าง

ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคถุงน้ำดีอักเสบ:

กำลังโหลด
  • โรคนิ่วพบได้ทั่วไปทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่พบว่าผู้หญิงเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชาย
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนก็เป็นสาเหตุของโรคนี้ หญิงตั้งครรภ์หรือคนที่ต้องมีการบำบัดเกี่ยวกับฮอร์โมนจะมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นกว่าคนปกติ
  • คนที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปมีโอกาสเสี่ยงจะเป็นโรคดังกล่าว
  • คนสเปนหรือคนอเมริกันมีความเสี่ยงกับโรคนี้ได้สูงกว่าคนชาติอื่น
  • คนที่เป็นโรคอ้วนก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดโรคนี้
  • คนที่น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วหรือน้ำหนักเพิ่มก็อาจเป็นโรคนี้ได้
  • หากคุณเป็นโรคเบาหวาน คุณจะยิ่งมาความเสี่ยงจะเกิดโรคถุงน้ำดีอักเสบมากขึ้น

อาการของโรคถุงน้ำดีอักเสบ

อาการของโรคถุงน้ำดีอักเสบอาจเกิดขึ้นแบบเฉียบพลันหรือค่อยๆเป็นใช้ระยะเวลานานหลายปีก็ได้ อาการส่วนใหญ่มักจะปรากฎให้เห็นหลังจากมื้ออาหารที่มีการรับประทานอาหารชนิดไขมันสูงเข้าไปในจำนวนมาก

อาการมีดังต่อไปนี้:

  • ปวดท้องรุนแรง อาจเจ็บแปลบๆหรือเจ็บตื้อๆ
  • ปวดเสียดท้องและท้องอืด
  • ปวดร้าวไปที่หลังหรือบริเวณใต้สะบักด้านขวา
  • มีไข้ขึ้นสูง
  • เหงื่อออก
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • ถ่ายเหลว อุจจาระมีสีซีด
  • ผิวและตาขาวมีสีเหลืองคล้ายดีซ่าน
  • มีอาการคัน

ระยะเวลาในการติดเชื้อโดยทั่วไปจะใช้เวลา1ถึง3วัน อาการของโรคถุงน้ำดีอักเสบจะมีหลากหลายอาการแตกต่างกันไปตามแต่ละคน มักปวดตรงส่วนทางขวาหรือกลางค่อนไปทางด้านบนของท้อง ตามปกติจะรู้สึกความเจ็บปวดไม่เกิน30นาที

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น:

  • ตับอ่อนอักเสบ เมื่อเกิดการติดเชื้อที่ตับอ่อน
  • ถุงน้ำดีทะลุ เป็นผลมาจากการติดเชื้อ
  • ถุงน้ำดีบวมโตขยายใหญ่ในระหว่างเกิดการอักเสบ
  • เกิดการสะสมของน้ำดีเนื่องจากการติดเชื้อ
  • มะเร็งถุงน้ำดี ถือว่าพบได้ไม่บ่อยนักและเป็นภาวะแทรกซ้อนระยะยาว
  • เนื้อเยื่อในถุงน้ำดีตาย (อาจทำให้ถุงน้ำดีทะลุและแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย)

อาการโรคถุงน้ำดีอักเสบสามารถดูแลตัวเองที่บ้านด้วยยาแก้ปวดและนอนพักผ่อน หากได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์แล้ว สิ่งสำคัญในการดูแลตัวเองที่บ้านคือต้องรับประทานยาปฏิชีวนะอย่างต่อเนื่องและหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง

คุณอาจต้องพบแพทย์หากพบอาการปวดท้องที่รุนแรงมากขึ้นหรือมีไข้สูงต่อเนื่อง

วิธีวินิจฉัยโรคถุงน้ำดีอักเสบ

แพทย์จะเช็คประวิติการรับประทานยาของคุณและตรวจร่างกาย เนื่องด้วยอาการโรคถุงน้ำดีอักเสบมีอาการคล้ายคลึงกับโรคอื่นๆ จึงมีความจำเป็นต้องตรวจอย่างละเอียดเพื่อความแน่ใจ

การตรวจสอบต่อไปนี้เพื่อนำมาช่วยในการวินิจฉัยโรคถุงน้ำดีอักเสบ:

  • ตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือซีทีสแกน  เครื่องดังกล่าวจะแสดงให้เห็นภาพช่องท้องที่มีรายละเอียดสูง เป็นการหาตำแหน่งตรงจุดที่เกิดปัญหาที่ดีที่สุด
  • แพทย์อาจสั่งให้เอกซเรย์หน้าท้องเพื่อดูถุงน้ำดีและตับ ซึ่งจะช่วยทำให้เห็นภาพก้อนนิ่วและบริเวณส่วนที่อุดตันได้ดี
  • การตรวจเลือดเพื่อหาการติดเชื้อในกระแสเลือด
  • การตรวจสแกนตับและทางเดินน้ำดีหรือเรียกว่าHIDA scan โดยการฉีดสารกัมมันตภาพรังสีจำนวนเล็กน้อยเข้าไปจะสามารถช่วยทำให้เห็นสิ่งอุดตัน ก้อนนิ่วในถุงน้ำดี เป็นวิธีการตรวจที่ถูกต้องแม่นยำถึงตำแหน่งที่มีปัญหา อาจใช้เวลา1ถึง4ชั่วโมง
  • การส่องกล้องตรวจท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อน(Endoscopic retrograde cholangiopancreatography)  โดยการใช้endoscope (ลักษณะเป็นท่อยาวใช้สอดเข้าสู่ร่างกายทางลำคอ) ย้อมสีและเอกซเรย์เพื่อตรวจดูอวัยวะและหาตำแหน่งที่เกิดปัญหา
  • ตรวจระบบทางเดินน้ำดีโดยวิธีแทงเข็มผ่านตับ

การดูแลรักษาโรคถุงน้ำดีอักเสบ

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคดังกล่าวจะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจในการรักษา แพทย์จะพิจารณาสุขภาพโดยรวมทั้งหมดเพื่อเลือกวิธีรักษา ดังต่อไปนี้:

  • ยาปฏิชีวนะชนิดออกฤทธิ์กว้างเพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อ
  • oral dissolution therapy เป็นการรักษาด้วยยาเพื่อช่วยละลายก้อนนิ่ว (มักใช้ในรายที่ไม่สามารถทำการผ่าตัดได้ )
  • การให้ยาบรรเทาความเจ็บในระหว่างการรักษา

การผ่าตัดจะมีไว้ในรายที่มีภาวะถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง ในปัจจุบันนี้การผ่าตัดถุงน้ำดีถือเป็นการผ่าตัดปกติทั่วไป แพทย์จะทำการเปิดแผลผ่าตัดเล็กที่บริเวณหน้าท้องและใช้อุปกรณืทางการแพทย์อันเล็กๆเพื่อใช้ในการผ่า เป็นการผ่าตัดเล็กที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลและฟื้นตัวได้ไว

ทีมแพทย์จะให้คำแนะนำถึงรูปแบบการดำรงชีวิตและหลักโภชนาการที่ถูกต้องให้แก่คุณเพื่อให้อาการของโรคดีขึ้น

การปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตและหลักโภชนาการ

เมื่อมีภาวะถุงน้ำดีอักเสบเกิดขึ้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการปรับเปลี่ยนในเรื่องของโภชนาการ ในระยะฟื้นฟูควรแบ่งมื้อรับประทานอาหารออกเป็นมื้อย่อย ๆ  5 ถึง 6 มื้อต่อวัน เพื่อให้น้ำดีในระบบย่อยของเรากลับมาทำงานตามปกติ การทานมื้อใหญ่อาจทำให้ระบบต่าง ๆ รวนและทำให้เกิดการหดเกร็งของถุงน้ำดีและท่อน้ำดี

พยายามรับประทานอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ที่มีไขมันต่ำ ไม่ติดมันเช่น เนื้อไก่หรือปลา หลีกเลี่ยงเนื้อที่เต็มไปด้วยมันและอาหารไขมันสูงทุกชนิดซึ่งรวมไปถึงผลิตภัณฑ์นมทั้งหมด

การเฝ้าติดตามระยะยาวสำหรับโรคถุงน้ำดีอักเสบ

หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสม การเฝ้าสังเกตระยะยาวก็มักจะดีไปด้วย คุณอาจไม่มีความจำเป็นต้องมีถุงน้ำดีในการดำรงชีพ หากไม่มีถุงน้ำดี น้ำดีจะไหลจากตับของคนเราไปยังลำไส้เล็กโดยตรงได้เลย

โรคถุงน้ำดีอักเสบสามารถป้องกันอย่างไร

หากคุณเคยเป็นหรือมีอาการโรคถุงน้ำดีมาก่อนและเป็นในระยะสั้นๆ คุณอาจลองปรึกษาแพทย์ถึงวิธีหลีกเลี่ยงให้เกิดภาวะถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรังได้ ปรึกษานักโภชนาการเพื่อหาแนวทางในการเลือกรับประทานอาหารรวมไปถึงวิธีในการลดการทานอาหารจำพวกที่มีไขมันสูง และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็ช่วยได้เช่นเดียวกัน

โรคนิ่วเป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคถุงน้ำดีอักเสบ คุณสามารถลดอัตราความเสี่ยงการเกิดโรคนิ่วได้ด้วยการรักษาน้ำหนักของร่างกายให้มีความเหมาะสม หากคุณต้องการลดน้ำหนักควรค่อยทำไปอย่างช้าๆ เพราะการลดน้ำหนักที่รวดเร็วเกินไปจะเป็นตัวช่วยเพิ่มความเสี่ยงที่จะนำไปสู่โรคนิ่วได้


นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา


เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

เกี่ยวกับผู้แต่ง


Leave a Reply