อาการเซ

อาการเซ (Ataxia) : อาการ สาเหตุ การรักษา

อาการเซคืออะไรกันแน่?

อาการเซ (Ataxia) คือความผิดปกติของการควบคุมหรือการประสานงานของกล้ามเนื้อ

อาการนี้สามารถส่งผลต่อการเคลื่อนไหวต่างๆได้ ซึ่งไม่จำกัดเพียงแค่

  • การเดิน
  • การรับประทานอาหาร
  • การพูด
  • การเขียน

สมองส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหว เรียกว่า ซีรีเบลลัม ซึ่งอยู่ที่บริเวณส่วนล่าของสมอง เหนือก้านสมอง

ความเสียหายหรือความเสื่อมของเซลล์ประสาทภายในหรือรอบๆสมองน้อย อาจส่งผลให้เกิดอาการเซได้ ซึ่งอาการนี้ อาจเกิดขึ้นได้เพราะพันธุกรรมเช่นกัน

อาการเซสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกเพศทุกวัย และจะมีอาการเกิดขึ้นได้อยู่เรื่อยๆ และมีแนวโน้มที่จะมีอาการแย่ลงเมื่อปล่อยให้เวลาผ่านไป แต่ระยะเวลาในนการลุกลามอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และประเภทของอาการ

อาการเซเป็นโรคที่หาได้ยาว และคาดว่ามีเพียง 150,000 คนในอเมริกาเท่านั้นที่มีโรคนี้

ประเภทและสาเหตุของอาการ

อาการเซสามารถ :

  • ถ่ายทอด
  • ได้รับ
  • ไม่ทราบสาเหตุ

เราจะพูดถึงรายละเอียดของอาการในแต่ละประเภท

อาการเซที่ถ่ายทอดมาทางพันธุกรรม

อาการเซที่ถ่ายทอดมาจากพันธุกรรม เป็นการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่ได้รับมาจากพ่อแม่ โดยการเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้เกิดความเสียหายหรือความเสื่อมของเนื้อเยื่อประสาท ทำให้เกิดอาการเซ

การถ่ายทอดทางพันธุกรรม เกิดขึ้นได้สองวิธีคือ :

  1. ยีนเด่น : มีเพียงยีนชุดเดียวที่ได้รับการเปลี่ยนแปลง และต้องเป็นยีนที่ได้รับการสืบทอดจากพ่อหรือแม่
  2. ยีนด้อย : มียีนที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงสองชุด และได้รับการถ่ายทอดมาจากพ่อและแม่ อย่างละหนึ่งตัว

ตัวอย่างของอาการเซที่ถ่ายทอดโดยยีนเด่น ได้แก่ :

  • โรคกล้ามเนื้อเสียการประสานงานจากสมองน้อยและไขสันหลัง (Spinocerebellar ataxia) : อาการของโรคนี้มีหลายประเภท แบ่งออกไปตามตำแหน่งของยีนที่ผิดปกติ โดยระยะเวลาของการเกิดอาการก็จะแตกต่างกันไป   
  • Episodic ataxia เป็นอาการที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว มีอาการทั้งหมด 7 ประเภท โดยมีระยะเวลาการเกิดอาการแตกต่างกันไป

ตัวอย่างของอาการเซที่ถ่ายทอดโดยยีนด้อย ได้แก่ :

  • Friedreich’s ataxia. หรือที่รู้จักกันว่า โรคแกนสมองเสื่อม เป็นโรคที่พบได้มาก
  •  กล้ามเนื้ออ่อนแรง นอกจากจะทำให้เกิดความลำบากในการเคลื่อนไหวหรือการพูดแล้ว ยังสามารถทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ และสามารถส่งผลต่อหัวใจได้
  • Ataxia telangiectasia ผู้ที่มีอาการนี้ หลอดเลือดในดวงตาและใบหน้า จะขยายตัว นอกจากนี้ ยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อและมะเร็ง

อาการเซที่เกิดจากการบาดเจ็บ

อาการเซที่เกิดจากการเสียหายของเส้นประสาท จากปัจจัยภายนอก เช่น การบาดเจ็บ

ตัวอย่างของอาการเซที่ถ่ายทอดเกิดจากการบาดเจ็บ ได้แก่ :

  • การบาดเจ็บที่ศรีษะ
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • เนื้องอกในสมอง ที่ส่งผลต่อบริเวณ
  • กาติดเชื้อบริเวณเยื้อหุ้มสมอง เช่น โรคเยื้อหุ้มสมองอักเสบ HIV อีสุกอีใส
  • สมองพิการ สมองน้อย
  • ภาวะภูมิแพ้ตัวเอง เช่น ระบบประสาทส่วนกลางเสื่อและโรคพาเรนโนพลาสติก
  • ต่อมไทรอยด์ไม่ทำงาน
  •  การขาดวิตามินบี12 วิตามินอีหรือไทอามีน
  • ปฏิกริยาต่อยาบางชนิด เช่น barbiturates ยาระงับประสาทและยาเคมีบำบัด
  • พิษจากโลหะ เช่น ตะกั่ว ปรอท หรือทินเนอร์
  • การใช้แอลกอฮอล์ระยะยาว

อาการเซแบบไม่ทราบสาเหตุ

บางครั้งอาการเดินเซก็ไม่สามารถเหตุที่แน่ชัดได้

ลักษณะของอาการเซ

ลักษณะอาการที่พบได้บ่อยคือ :

  • ปัญหาเกี่ยวกับการควบคุมการทรงตัว รวมไปถึงความซุ่มซ่ามและล้มบ้อย
  • ปัญหาเกี่ยวกับการใช้แรง เช่น การเขียน การหยิบของเล็กๆ การติดกระดุมเสื้อผ้า
  • พูดไม่ชัด
  • อาการสั่น หรือกล้ามเนื้อกระตุก
  • ปัญหาด้านการกินและการกลืน
  • ดวงตาเคลื่อนไหวช้ากว่าปกติ หรือไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของดวงตาได้

สิ่งที่สำคัญคือ อาการชาจะแตกต่างกันไปตามประเภทและความรุนแรง

อาการชารักษาได้อย่างไร?

การรักษาขึ้นอยู่กับประเภทของลักษณะอาการชาและความรุนแรง เพราะในบางครั้ง อาจะเกิดจากการติดเชื้อหรือการขาดวิตามิน

ยังไม่มีการรักษาที่แน่นอนสำหรับอาการเซ แต่ก็มีวิธีหลายอย่าง ที่สามารถช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้

รวมไปถึง :

  • การใช้ยา ยาบางชนิดสามารถช่วยรักษาอาการที่เกิดขึ้นได้ เช่น : amitriptyline หรือ gabapentin สำหรับอาการเจ็บที่เส้นประสาท ; ยาคลายกล้ามเนื้อ สำหรับลดอาการเกร็งหรือตะคริว ; ยารักษาอาการโรคซึมเศร้า
  • อุปกรณ์ต่างๆ เช่น เก้าอี้ รถเข็น อุปกรณ์ช่วยเดิน อุปกรณ์ที่ช่วยในการสื่อสาร
  • กายภาพบำบัด สามารถช่วยมนเรื่องของการเคลื่อนไหวและการทรงตัวได้ อีกทั้งยังช่วยรักษาความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อได้อีกด้วย
  • การฝึกพูด นักบำบัดจะสอนเทคนิคในการพูด เพื่อช่วยให้คุณสามารถพูดได้ชัดมากขึ้น
  • กิจกรรมบำบัด จะช่วยให้คุณสามารถทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันได้ดีมากขึ้น

นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา


เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

Leave a Reply