Bupa Thailand

โรคปากนกกระจอก (Angular Cheilitis): อาการ สาเหตุ การรักษา

โรคปากนกกระจอก (Angular Cheilitis) คือโรคที่เกิดแผลบริเวณมุมปาก แผลจะเกิดขึ้นได้ทั้งด้านใดด้านหนึ่ง หรืออาจจะทั้งสองด้านในบริเวณมุมปาก บริเวณแผลมีรอยแดง  ก่อให้เกิดอาการอักเสบ โรคปากนกกระจอกมีระยะเวลาการอักเสบเพียงไม่กี่วัน  โรคปากนกกระจอกพบได้ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่

โรคปากนกกระจอก (Angular Cheilitis)

อาการของโรคปากนกกระจอก 

อาการโรคปากนกกระจอก จะสังเกตได้จากมุมปากเป็นแผล บริเวณที่เป็นแผลจะมีลักษณะสีแดง และมีอาการอักเสบ 

  • มีอาการปวด อักเสบ  
  • บริเวณแผลมีเลือดออก 
  • ขณะพูดจะรู้สึกเจ็บมุมปากและตึง บริเวณมุมปาก
  • บางรายหากแผลใหญ่มากแผลอาจบวม  พอง หรือเปื่อย ทำให้ปากฉีก

อาการอื่นๆที่ร่วมด้วย

  • จะทำให้เกิดรสชาติภายในปากเฝื่อนๆ
  • รู้สึกแสบร้อนบริเวณที่เป็นแผล
  • ริมฝีปากแห้งแตก 
  • ทำให้ไม่อยากทานอาหารเนื่องจากอาหารจะไปกระทบกับบาดแผล ทำให้รู้สึกเจ็บปวดยิ่งขึ้น 

การวินิจฉัยโรคปากนกกระจอก 

หากคุณรู้สึกว่ามุมปากมีอาการติดเชื้อ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยอาการ ดูระดับของอาการและเริ่มรักษาตามระดับของอาการ แพทย์จะตรวจสภาพผิวบริเวณมุมปากและสอบถามอาการ อาจมีอาการระคายเคืองบริเวณรอบแผลร่วมด้วย แพทย์จะสอบถามประวัติส่วนตัว และคนในครอบครัวว่ามีประวัติการรักษาการติดเชื้อในช่องปากหรือไม่

แพทย์จะใช้ผ้าเช็ดบริเวณมุมปากของผู้ป่วยและนำเนื้อเยื่อบริเวณมุมปากส่งไปยังห้องแลป เพื่อช่วยตรวจสอบวินิจัยสาเหตุการติดเชื้อ 

สาเหตุของการเกิดโรคปากนกกระจอก

มีหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคปากนกกระจอก ซึ่งส่วนใหญ่สาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย บริเวณมุมปาก  หรือเกิดจากเชื้อรา เชื้อไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรียจากน้ำลาย น้ำลายที่ร่างกายสร้างขึ้นมามากเกินไปจะส่งผลให้น้ำลายติดอยู่บริเวณมุมปากแห้ง และหากติดอยู่นานไปจะทำก่อให้เกิดเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อจะเจริญเติบโตและทำให้เกิดแผลอักเสบบริเวณมุมปากตามมา บางครั้งโรคปากนกกระจอกจากการขาดวิตามินบี2 ก็เป็นได้

ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงของการติดเชื้อบริเวณมุมปาก จะมีลักษณะดังนี้

  • ผู้ที่มีริมฝีปากยื่นออกมาทำให้ปากเกิดมุมลึก
  • ผู้ที่ใช้คอร์ติโคสตีรอยด์ (Corticosteroids ) หรือยาปฎิชีวนะเป็นประจำ
  • ผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย
  • ผู้ที่เป็นโรคโครห์น
  • ผู้ที่ใช้ยาเรตินอย์รักษาช่องปาก
  • ผู้ที่สวมใส่เครื่องมือจัดฟัน
  • ผู้ที่สูบบุหรี่
  • ผู้ป่วยโรคโลหิตจาง โรคเบาหวานหรือโรคมะเร็ง
  • ผู้ที่ขาดวิตามิน B-9, B-6, B-2 หรือ B-3 หรือ Zinc
  • ผู้ที่เป็นโรค Sjogren’s Syndrome

การวินิจฉัยของโรคปากนกกระจอก

หากแพทย์ระบุสาเหตุการเป็นปากนกกระจอกขั้นเบื้องต้นแล้ว ว่าโรคปากนกกระจอกเกิดจากอะไร ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักต้องการรักษาอาการปากนกกระจอกด้วยตัวเองที่บ้าน แต่หากผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้นหลังจาก 2 สัปดาห์ ควรรีบไปพบแพทย์โดยทันที 

อาการของโรคปากนกกระจอก ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหรือไม่ 

การรักษาอาการของผู้ที่มีโรคปากนกกระจอก สามารถรักษาได้ง่าย และสามารถรักษาได้ด้วยตัวเอง หากผู้เป็นโรคปากนกกระจอกที่มีสาเหตุมาจากการได้รับเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อรา ส่วนใหญ่มาจากการติดเชื้อที่สามารถแพร่กระจายไปยังผิวหนังสู่ผิวหนัง และเข้าสู่บริเวณภายในปาก  มีคำถามเกิดขึ้นบ่อย ๆ ว่าโรคปากนกกระจอกติดต่อไหม โรคปากนกกระจอกไม่ใช่โรคติดต่อแต่อย่างใด 

วิธีการรักษาปากนกกระจอก 

การรักษาโรคปากนกกระจอก ควรตรวจสอบว่าผู้ป่วยปากนกกระจอกขาดวิตามินอะไรบ้าง  หากแพทย์พบว่าผู้ป่วยโรคปากนกกระจอกขาดวิตามินอะไรแพทย์จะแนะนำให้ทานอาหารที่มีวิตามินเพื่อเสริมสารอาหารในร่างกายและเพิ่มอาหารเสริม หรืออาจจะเลือกใช้สมุนไพรรักษาโรคปากนกกระจอก

แพทย์อาจให้ยาต้านเชื้อรา ที่เป็นยารักษาโรคปากนกกระจอก เพื่อทาเฉพาะที่ บริเวณผิวหนังของคุณ และอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วยเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดเป็นโรคปากนกกระจอกต่อไปตามลำดับ ปากนกกระจอกรักษาหายได้ง่ายดังนั้นผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องมีความกังวลในการรักษา

วิธีการรักษาอื่นๆ เช่น

  • ใช้ลิปบาล์มเป็นประจำเพื่อป้องกันริมฝีปากแตกและแผลที่มุมปาก
  • ใช้ปิโตรเลียมเจลหรือน้ำมันมะพร้าวทาบริเวณที่มุมปากเพื่อป้องกันสิ่งตกค้างจากน้ำลาย

ลิ้งค์ด้านล่างนี้เป็นแหล่งข้อมูลของบทความของเรา 

เขียนโดย แพทย์หญิงวิกานดา รัตนพันธ์

แพทย์หญิงวิกานดา ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง ประกอบหน้าที่อยู่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เธอมีความเชื่อว่าผิวพรรณที่มีสุขภาพดีจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง ดังนั้นความตั้งใจของเธอคือต้องการช่วยให้ทุกคนมีผิวพรรณที่มีสุขภาพดี ปราศจากโรคทางผิวหนัง และแพทย์หญิงวิกานดาเป็นหนึ่งในแพทย์ที่เก่งมากคนหนึ่งในประเทศ

Leave a Reply